หนุ่มโมโห! ข้ามถนนไม่ได้ ปาอิฐใส่รถยนต์ชาวบ้านเสียหายไป 3 คัน

หนุ่มโมโหข้ามถนนไม่ได้ ปาอิฐใส่รถยนต์ชาวบ้านเสียหายไป 3 คัน โชคดีติดฟิมล์กรองแสงก้อนหินไม่ทะล สุดท้ายถูกตำรวจจับเข้าห้องขัง อ้างรถไม่ยอมจอดให้ข้าม

เกิดเหตุชายหนุ่มเร่ร่อน ใช้ก้อนอิฐปากระจกรถยนต์เก๋งหลายคัน ที่ขับรถผ่านถนนซุปเปอร์ไฮเวย์ เชียงใหม่ – ลำปาง ตั้งแต่หน้าวัดเจ็ดยอดไปจนถึงสี่แยกรินคำ ต.ช้างผือก อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ทำให้รถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู สีขาว ทะเบียน งข 9789 เชียงใหม่

กระจกหน้ามีร่องรอยแตกเสียหาย นอกจากนั้นยังมีรถยนต์เก๋งอีก 2 คัน ถูกท่อนไม้ปาใส่กระจกหน้ารถแตก และถูกก้อนอิฐปาใส่กระโปรงหน้ารถได้รับความเสียหาย ด้วยเช่นกัน

ส่วนชายผู้ก่อเหตุ อายุประมาณ 35 ปี ถูกตำรวจจราจร บริเวณสี่แยกรินคำ ควบคุมตัวไว้ได้ ก่อนนำตัวส่งให้พนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรช้างเผือก นำตัวเข้าห้องขังรอสอบสวนดำเนินคดีในข้อหาทำให้เสียทรัพย์

ซึ่งผู้ก่อเหตุอ้างว่า จะเดินข้ามถนน แต่รอนาน ไม่มีรถคันไหนจอดให้ จึงโมโหคว้าก้อนอิฐและท่อนไม้ข้างถนนไปปาใส่รถที่ผ่านไปมา

นางการชา ตาอิน อายุ 49 ปี เจ้าของรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูที่เสียหาย เล่าว่า ขณะขับรถมาตามถนนซุปเปอร์ไฮเวย์ ผ่านหน้าวัดเจ็ดยอดจะไปทางสี่แยกรินคำ เห็นผู้ก่อเหตุยืนอยู่บนเกาะกลางถนนลักษณะเหมือนกับกันทะเลาะกัน จู่ ๆ ก็ใช้ก้อนอิฐปาใส่หน้ากระจกตนเองจนกระจกแตก ตนตกใจมาก แต่โชคดีที่ยังควบคุมรถได้ ไม่เกิดอุบัติเหตุไปชนรถคันอื่น หลังเกิดเหตุจึงจอดรถข้างทางและโทรศัพท์แจ้งตำรวจมาจับกุม

รฟม. แจ้งเบี่ยงจราจรบนถนนลำลูกกา 31 ม.ค. ถึง 9 ก.พ. 2562

รฟม. แจ้งเบี่ยงจราจรบนถนนลำลูกกา บริเวณสถานีคูคตถึงหน้าวัดสายไหม เพื่อดำเนินงานวางท่อระบายน้ำ โครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว(เหนือ) ช่วงหมอชิต – สะพานใหม่ – คูคตวันที่ 31 มกราคม ถึง 9 กุมภาพันธ์ 2562 เวลา 22.00 น.– 05.00 น.

การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) แจ้งว่ากิจการร่วมค้ายูเอ็น-เอสเอช-ซีเอช ผู้รับจ้างก่อสร้างงานโยธา โครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว (เหนือ) ช่วงหมอชิต – สะพานใหม่ – คูคต สัญญาที่ 2 จะดำเนินงานวาง ท่อระบายน้ำ บริเวณสถานีคูคตถึงหน้าวัดสายไหม

จึงมีความจำเป็นต้องดำเนินการเบี่ยงจราจรบนถนนลำลูกกาฝั่งขาออกทุกช่องทาง แล้วเบี่ยงไปใช้ช่องทางฝั่งขาเข้าเพื่อเป็นช่องทางฝั่งขาออก 1 ช่องทาง (ทดแทน) ทำให้มีช่องทางฝั่งขาเข้าและฝั่งขาออกคงเหลือฝั่งละ 1 ช่องทาง ในวันพฤหัสบดีที่ 31 มกราคม 2562 ถึงวันเสาร์ที่ 9 กุมภาพันธ์ 2562 ตั้งแต่เวลา 22.00 น.– 05.00 น.

ทั้งนี้ การเบี่ยงจราจรเพื่อดำเนินงานก่อสร้างอาจทำให้ผู้ใช้เส้นทางไม่ได้รับความสะดวกในการเดินทางและอาจมีเสียงดังรบกวนในวันเวลาดังกล่าว ดังนั้น หากไม่มีความจำเป็น โปรดหลีกเลี่ยงเส้นทาง และ รฟม. ต้องขออภัยมา ณ โอกาสนี้

โดยผู้ใช้เส้นทางสามารถสอบถามรายละเอียดการเบี่ยงจราจรได้ที่หมายเลข 0 2115 6000 และติดตามข้อมูลโครงการฯ ได้ที่เว็บไซต์ www.mrta-greenlinenorth.com

ช้างป่าเขาหลวง ยกโขลงบุกทำลาย สวนผลไม้ชาวบ้านพังยับเยิน

ช้างป่าเขาหลวงยกโขลงบุกทำลายสวนผลไม้ชาวบ้านพังยับเยิน-วิงวอนเจ้าหน้าที่อุทยานฯเร่งช่วยผลักดันเข้าป่า หลังก่อนหน้านี้อาละวาด 2 อำเภอ

เมื่อเวลา 08.00 น.วันที่ 26 ม.ค.62 นายสมศักดิ์ คนซื่อ ชาวบ้านบ้านสำนักเนียน หมู่ 3 ต.ขาน้อย อ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช เข้าร้องเรียนขอความช่วยเหลือจากศูนย์ข่าวนคร 24 ชม.สมาคมสื่อมวลชนนครศรีธรรมราช ว่าที่หมู่บ้านบ้านสำนักเนียน หมู่ 3 ต.ขาน้อย อ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งอยู่ติดกับภูเขาในพื้นที่อุทยานแห่งชาติสี่ขีด

โดยชาวบ้านส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทำสวนผลไม้ อาทิ มังคุด ทุเรียน และเมื่อคืนที่ผ่านมา (25 ม.ค.62) มีโขลงช้างป่าประมาณ 7 – 8 เชือก ได้ลงมาจาภูเขาในพื้นที่อุทยานแห่งชาติสี่ขีด ก่อนบุกเข้าไปในเขตที่อยู่อาศัยของชาวบ้านและทำลายต้นผลไม้ และสิ่งของต่าง ๆ ของชาวบ้านได้รับความเสียหายจำนวนมาก ซึ่งช้างป่าโขลงนี้ลงมาอาละวาดทำลายสวนผลไม้และสิ่งของชาวบ้านประมาณ 4 – 5 วันแล้ว และมีท่าทีว่าจะลงมาใกล้ชุมชนชาวบ้านอาศัยอยู่หนักมากขึ้นทุกวัน

ตอนนี้ชาวบ้านต่างผวาและได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก จึงกราบวิงวอนเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องช่วยลงพื้นที่ช่วยเหลือชาวบ้านอย่างเร่งด่วน เพราะสวนผลไม้ของชาวบ้านหลายรายเสียหายยับเยิน และเกรงว่าฝูงช้างนี้จะทำร้ายชาวบ้านบาดเจ็บ ล้มตายได้

โดยก่อนหน้านี้เมื่อ 3 ปีก่อน คาดว่าเป็นช้างโขลงเดียวกันนี้ เคยลงมาอาละวาดทำลายทรัพย์สินในหมู่บ้านแห่งนี้เสียหายมาแล้ว แต่ครั้งนั้นมีช้างป่าลงมา 2 เชือกเท่านั้น แต่ครั้งนี้มีสมาชิกในโขลงเพิ่มมากขึ้นเป็น 7 – 8 ตัว ทำให้ชาวบ้านพากันหวาดผวากลัวอย่างหนัก

ด้านนายนายเทอดไทย ขวัญทอง หัวหน้าอุทยานแห่งชาติน้ำตกสี่ขีด กล่าวว่า ได้รับรายงานจากชาวบ้านแล้ว และได้ส่งเจ้าหน้าที่อุทยาน (หน่วยสำนักเนียน) ลงตรวจสอบในพื้นที่แล้ว และรอผู้มีประสบการณ์ มาร่วมกันประชุมวางแผน เพื่อการดันช้างป่าโขลงนี้กลับเข้าป่าต่อไป

ขณะที่นายไพบูลย์ นาคทิพย์พิมาน นายอำเภอสิชล กล่าวว่า ตนเป็นห่วงทั้งชาวบ้านและช้างป่า เบื้องต้นได้ขอร้องให้ชาวบ้านทุกคนให้ความเมตตา และเข้าใจว่าช้างป่าเขาก็ต้องหากินเลี้ยงชีวิตเช่นกัน และตนจะช่วยเร่งประสานงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อดำเนินการผลักดันช้างป่าโขลงนี้ให้เข้าป่าโดยเร็วที่สุด

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า ก่อนหน้าช่วงก่อนปีใหม่มีช้างป่าคาดว่าเป็นโขลงเดียวกันนี้ลงจากป่าเทือกเขาหลวง เข้าทำลายสวนผลไม้ สวนยางพารา ระบบท่อประปาภูเขา ระบบประปาในสวนผลไของชาวบ้านในพื้นที่ อ.พรหมคีรี และ อ.นบพิตำ สร้างความเสียหาย และเดือดร้อนให้กับชาวบ้านทั้ง 2 อำเภอเป็นอย่างมาก จนชาวบ้านและเจ้าหน้าที่ช่วยกันผลักดันกลับเข้าป่า กระทั้งช้างโขลงดังกล่าวกลับมาโผล่อาลวะวาดในพื้นที่ อ.สิชล ซึ่งมีพื้นที่แนวภูเขาต่อเนื่องกับ อ.นบพิตำ