หนุ่มใหญ่ถือมีดไล่ฟัน คนเหมาสวนมังคุดเพื่อนบ้าน สุดท้ายถูกยิงดับ

หนุ่มใหญ่หวง! ไม่ยอมให้ใครเหมาตัดสวนมังคุดของเพื่อนบ้าน ถือมีดพร้าไปหาเรื่องไล่ฟันคนเหมา สุดท้ายถูกยิงตายคาที่

เมื่อเวลา 17.00 น.วันที่ 25 ม.ค.62 ร.ต.อ.วัชรินทร์ คงเพ็ชร รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองนครศรีธรรมราช ได้รับแจ้งว่ามีเหตุยิงกันตายที่บริเวณข้างคอกเลี้ยงวัวชน ไม่มีเลขที่ หมู่ 4 ต.โพธิ์เสด็จ อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งที่เกิดเหตุเป็นคอกเลี้ยงวัวชนชื่อดังของ ส.จ.แอ๋ว หรือ นายสมชาย เกตุชาติ ส.อบจ.นครศรีธรรมราช เขต อ.เมือง

หลังรับแจ้งแล้วจึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.อดิศักดิ์ เทพวรรณ์ ผกก.,พ.ต.ท.ธีระวุฒิ เทพเลื่อน รอง ผกก.สส.,พ.ต.ท.ณัฐวิทย์ โอทอง รอง ผกก.ป.,พ.ต.ท.อภิชาติ คชเวช รอง ผกก.(สอบสวน),พ.ต.ท.วันชัย สุวรรณรัตน์ สว.สส.,กำลังตำรวจชุดสืบสวน,สายตรวจฝั่งตะวันตก,พฐ.นครศรีธรรมราช,แพทย์เวร รพ.มหาราชนครศรีธรรมราชและจนท.กู้ภัยนคร ร่วมไปที่เกิดเหตุเพื่อร่วมกันสอบสวนและชันสูตรพลิกศพ

เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุบนพื้นดินข้างคอกเลี้ยงวัวชนพบศพผู้ตายทราบชื่อนายอนุพงศ์ หรือ นุ กราพงศ์ อายุ 37 ปี สภาพนอนคว่ำหน้าในชุดสวมเสื้ดยืดสีส้ม นุ่งกางเกงวอร์สีฟ้า รองเท้าผ้าใบสีน้ำตาล มีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด 9 มม.เข้ากลางแผ่นหลังและชายโครงขวา รวม 3 แผล และห่างไปประมาณ 100 เมตร บริเวณพงหญ้าข้างคอกวัวพบอาวุธมีดพร้า ยาวประมาณ 1 เมตร เปื้อนเลือดตกอยู่ 1 เล่ม จึงเก็บไว้ไว้เป็นหลักฐาน

จากการสอบปากคำนายสมชาย เกตุชาติ หรือ ส.จ.แอ๋ว เจ้าของคอกวัวชนที่เกิดเหตุให้การว่า คนร้ายที่ก่อเหตุยิงนายอนุพงศ์ เสียชีวิตรายนี้ คือเด็กเลี้ยงวัวชนในคอกเลี้ยงวัวชนของตน ชื่อนายประวิทย์ สุขช่วง หรือ ชื่อเล่น ”เครา ” อายุ 42 ปี หลังเกิดเหตุได้ถืออาวุธปืนพกสั้นขนาด 9 มม.หลบหนีไป ก่อนหน้านี้แล้ว ซึ่งตนจะได้ติดต่อให้เข้ามอบตัวกับตำรวจแล้ว

จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ นายอนุพงศ์ หรือ นุ ผู้ตาย ได้เดินถือมีดพร้าเข้ามาหานายประวิทย์ หรือ เครา มือปืน ที่บริเวณห้องพักของคอกเลี้ยงวัวชน เพื่อพูดคุยและสอบถามในเรื่องที่นายประวิทย์ หรือ เครา ไปเหมาเก็บผลมังคุดในสวนมังคุดแปลงหนึ่งที่อยู่ห่างจากที่เกิดเหตุประมาณ 400 เมตร

ซึ่งนายประวิทย์ ได้โต้กลับไปว่า ตนได้จ่ายเงินเหมาเก็บผลมังคุดดังกล่าวให้เจ้าของสวนมังคุดแล้วในราคา 1 หมื่นบาท และทางเจ้าของสวนมังคุด อนุญาตแล้ว ทำให้นายอนุพงศ์ ไม่พอใจและตะโกนห้ามไม่ให้นายประวิทย์ หรือ เครา เข้าไปเก็บผลมังคุดในสวนมังคุดเด็ดขาด

กระทั่งทั้งสองมีปากเสียงกันอย่างรุนแรง ก่อนที่นายอนุพงศ์ ผู้ตาย จะใช้มีดพร้าวิ่งไล่ฟันนายประวิทย์ เข้าที่แขนและลำตัวจนบาดเจ็บ จากนั้นนายประวิทย์ หรือ เครา ได้ชักอาวุธปืนพกสั้นขนาด 9 มม.ที่พกติดตัวออกยิงสวนเข้าชายโครงขวา 1 นัด นายอนุพงศ์ พยายามวิ่งหลบหนี แต่ถูกนายประวิทย์ หรือ เครา ใช้ปืนไล่ยิงเข้ากลางแผ่นหลังอีก 2 นัด ทำให้นายอนุพงศ์ล้มลง และเสียชีวิตในที่สุด

ด้านนางประนอมศรี ไชยสม อายุ 72 ปี เจ้าของสวนมังคุดต้นเหตุ ให้การกับตำรวจว่า สวนมังคุดแปลงของตน กำลังออกผลเต็มสวน แต่ไม่มีใครกล้าเข้าไปเก็บผลมังคุด เพราะนายอนุพงศ์ หรือ นุ ผู้ตาย ซึ่งมีบ้านอยู่ใกล้สวนมังคุดของตนพยายามทำตัวเป็นเจ้าของสวนมังคุดดังกล่าว หากใครเข้าไปเก็บมังคุดในสวนของตนก็จะถูกนายอนุพงศ์ ขู่ทำร้าย

และก่อนหน้านี้ผู้ตาย เคยใช้มีดพร้าฟันกิ่งมังคุดของตนจนเสียหายหลายครั้งแล้ว และตนเคยแจ้งความหลายครั้งแล้ว แต่ก็ทำอะไรนายอนุพงศ์ ไม่ได้ ล่าสุดเมื่อประมาณ 4 – 5 วันที่ผ่านมา ตนได้ให้นายประวิทย์ หรือ เครา เด็กเลี้ยงคอกวัวชน ส.จ.แอ๋ว มาเหมาสวนมังคุดของตนในราคา 1 หมื่นบาท

ซึ่งวันนี้นายประวิทย์ หรือ เครา เข้าไปเก็บผลมังคุดกลับมาเก็บไว้ที่คอกวัวชน แต่ปรากฏว่าถูกนายอนุพงศ์ ผู้ตาย ถือมีดพร้ามาหาเรื่องและไล่ฟันนายประวิทย์ จนบาดเจ็บ เลยถูกนายประวิทย์ หรือ เครา อาวุธปืนไล่ยิงนายอนุพงศ์ จนตายคาคอกเลี้ยงวัวชน

ด้านญาติ ของผู้ตาย ให้การตำรวจว่า ก่อนหน้านี้เจ้าของสวนมังคุดดังกล่าว เคยให้ผู้ตายดูแลสวนมังคุดมานานหลายปี กระทั่งไม่นานมานี้ ทางเจ้าของสวนมังคุด กลับให้นายประวิทย์ หรือเครา มือปืน มาเหมาสวนมังคุดและเก็บมังคุดไปขาย ทำให้ผู้ตาย ไม่พอใจ จึงเกิดเหตุดังกล่าวขึ้น

กระทรวงสาธารณสุข ออก 5 มาตรการ รองรับผลกระทบจากฝุ่นละออง PM 2.5

กระทรวงสาธารณสุข ออก 5 มาตรการ สำคัญรองรับผลกระทบจากฝุ่นละออง PM 2.5 พร้อมเรียกประชุมหน่วยงานในสังกัด 5 จังหวัดปริมณฑล ที่ได้รับผลกระทบบูรณาการทำงาน ใช้มาตรการดูแลสุขภาพประชาชนในทิศทางเดียวกัน เน้นเฝ้าระวังดูแลสุขภาพประชาชนใกล้ชิด เชิงรุกแนะนำวิธีการป้องกันตนเอง ผ่านสื่อทุกช่องทาง

วันนี้ (25 มกราคม 2562) ที่กระทวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี นายแพทย์สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วยแพทย์หญิงอัมพร เบญจพล รองอธิบดีกรมอนามัยและโฆษกกระทรวงสาธารณสุข และนายแพทย์ชัยพร พรมสิงห์ นายแพทย์ทรงคุณวุฒิ ร่วมประชุมมาตรการสำคัญในการดำเนินงานด้านการแพทย์และสาธารณสุขเพื่อลดและป้องกันผลกระทบต่อสุขภาพจากฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM 2.5) ในพื้นที่ปริมณฑล

ร่วมกับหน่วยงานในสังกัดเขตปริมณฑล 5 จังหวัด ได้แก่ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสมุทรปราการ สมุทรสาคร นครปฐม ปทุมธานี นนทบุรี ศูนย์อนามัยที่ 4 สระบุรี ศูนย์อนามัยที่ 5 ราชบุรี ศูนย์อนามัยที่ 6 ชลบุรี สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 4 สระบุรี สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 5 ราชบุรี สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 6 ชลบุรี ใช้มาตรการกระทรวงสาธารณสุขในการบูรณาการแผนดำเนินงานในแต่ละพื้นที่ให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน

นายแพทย์สุขุมกล่าวว่า ปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 ในพื้นที่กทม.และปริมณฑลยังมีผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน ในวันนี้ได้ออกมาตรการเน้นหนัก ให้จังหวัดในเขตปริมณฑลพร้อมดำเนินการ 5 มาตรการ ได้แก่

1.ติดตามสถานการณ์ ประเมินความเสี่ยง กลุ่มเสี่ยง พื้นที่เสี่ยงทุกวัน

2.เฝ้าระวังผลกระทบต่อสุขภาพโดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง ได้แก่ ผู้สูงอายุ เด็กเล็ก หญิงตั้งครรภ์ ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง เช่น หอบหืด โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง โรคหัวใจและหลอดเลือด หากเจ็บป่วยเฉียบพลันรีบไปพบแพทย์

3.สื่อสารแจ้งเตือนประชาชน พร้อมให้คำแนะนำการปฏิบัติตน

4.ลงพื้นที่ให้ความรู้ สร้างความตระหนักเรื่องฝุ่นและการป้องกันตนเองในกลุ่มเสี่ยงในสถานที่ต่างๆ ได้แก่ โรงเรียน สถานพัฒนาเด็กปฐมวัย ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ รวมทั้งเผยแพร่สนับสนุนสื่อประชาสัมพันธ์ ชุดความรู้ในการป้องกันผลกระทบต่อสุขภาพจาก PM 2.5 ให้กับประชาชนในทุกช่องทาง

5.เตรียมความพร้อมสถานพยาบาล จัดคลินิกเฉพาะโรค และจัดสายด่วนให้คำปรึกษา

นายแพทย์สุขุม เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดในพื้นที่ได้รับผลกระทบติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด ประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ เฝ้าระวังดูแลสุขภาพประชาชนอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง ทำงานเชิงรุกออกให้คำแนะนำวิธีการป้องกันตนเอง ผ่านสื่อทุกช่องทาง

ทั้งสื่อหลักและสื่อโซเชียล กรณีปริมาณฝุ่นสูงขึ้นจนถึงค่าวิกฤต จำเป็นต้องนำ พ.ร.บ.สาธารณสุขมาใช้จะอยู่ในอำนาจการตัดสินใจของผู้ว่าราชการจังหวัดหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รวมทั้งการประกาศหยุดเรียน การงดกิจกรรมออกกำลังกายกลางแจ้งให้อยู่ในดุลยพินิจของพื้นที่

และที่ผ่านมา หน่วยงานในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข ได้ดำเนินงานเชิงรุก อาทิ ในกทม.ได้ลงพื้นที่หลายแหล่ง สร้างความเข้าใจในการปฏิบัติตน และแจกหน้ากากอนามัย พร้อมทั้งแนะนำการใส่หน้ากากที่ถูกต้อง เช่น โรงเรียน สถานีตำรวจ ด่านการทางพิเศษ เป็นต้น ที่ศูนย์อนามัยที่ 5 ราชบุรี สอนให้ประชาชนทำหน้ากากอนามัย สอนการสวมหน้ากากอนามัยที่ถูกต้องแก่ครู – นักเรียน สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 4 สระบุรี ออกคัดกรองพฤติกรรมเสี่ยงต่อสุขภาพประชาชน แจกหน้ากากอนามัย

ทั้งนี้ หากประชาชนมีข้อสงสัยสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรคโทร. 1422 หรือติดตามข้อมูลการดูแลตนเองจากเว็บไซต์กรมอนามัย www.anamai.moph.go.th โดยคลิ๊กไปที่หัวข้อ “ภัยสุขภาพจากฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5”

ลอบบึ้มตำรวจชุด รปภ.ครู ที่กรงปินัง ยะลา ทำ จนท. ชาวบ้านเจ็บ 6 ราย

เกิดเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดเจ้าหน้าที่ตำรวจ ชุด รปภ.ครู ที่ กรงปินัง จ.ยะลา ส่งผลทำให้เจ้าหน้าที่และชาวบ้านได้รับบาดเจ็บ 6 ราย

รายงานข่าวแจ้งว่า วันนี้ (25 ม.ค. 2562) เกิดเหตุคนร้ายไม่ทราบจำนวน ลอบวางระเบิดเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.กรงปินัง ขณะปฏิบัติหน้าที่ลาดตระเวนเส้นทาง รักษาความปลอดภัยครู ทำให้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับบาดเจ็บ 3 นาย และยังทำให้ชาวบ้านและเด็กถูกลูกหลงได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย 3 ราย ที่บริเวณบ้านบาสาเวง พื้นที่ ม.6 อ.กรงปินัง จ.ยะลา

โดยผู้บาดเจ็บมีดังนี้

1.ส.ต.ท.อภินันท์ ตาหลี
2.ส.ต.ต.ชารีฟ นวลดำ
3.ส.ต.ท.ณัฐกร นนตานอก

ขณะที่ชาวบ้านได้รับลูกหลงจนบาดเจ็บ คือ

1 นายมาหามะ บือซา มีแผลที่ปาก
2 น.ส.รอซีย๊ะ สะนิ มีอาการหูอื่อ
3 ด.ญ.มวัดดะห์ บือซา มีอาการตกใจ

ซึ่งขณะนี้แพทย์ของทางโรงพยาบาลกรงปินังได้อนุญาตให้กลับไปพักฟื้นที่บ้านเรียบร้อยแล้ว

ด้าน พล.ต.ต.กฤษฏา แก้วจันดี ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดยะลา เปิดเผยว่า สำหรับในพื้นที่ อ.กรงปินัง ก่อนหน้านี้ได้มีการแจ้งเตือนจากหน่วยข่าวกรองว่ามีกลุ่มคนร้ายได้เข้ามาเคลื่อนไหวเตรียมก่อเหตุต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครอง ซึ่งการก่อเหตุในครั้งนี้เจ้าหน้าที่เชื่อว่าน่าจะเป็นการก่อเหตุของกลุ่มนายยะห์ยา บือราเฮง ที่เคลื่อนไหวก่อเหตุในพื้นที่ อ.กรงปินัง จ.ยะลา อย่างต่อเนื่อง

ส่วนการเพิ่มความเข้ม ในการตรวจค้นยานพาหนะทุกชนิด ได้เน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครองเพิ่มความเข้มตรวจสอบรถยนต์ และรถจักรยานยนต์ ตามเส้นทาง เข้า – ออก ในเมืองตัวยะลา อย่างเข้มงวดเพื่อป้องกันไม่ให้กลุ่มคนร้ายเข้ามาก่อเหตุอีกครั้ง