โจรเอาลูก 4 ขวบบังหน้า! ตระเวณขโมยหม้อแบตเตอรี่

ตำรวจจับกุมโจรขโมยหม้อแบตเตอรี่ พบเป็นมืออาชีพใช้วิธีพาลูกสาววัย 4 ขวบซ้อนท้ายไปด้วย เพื่อไม่ให้ใครสงสัย พบประวัติเคยก่อเหตุพาลูกเมียขโมยหม้อแบตเตอรี่มาแล้วหลายครั้ง แต่เมียรับผิดยอมติดคุกแทนเพื่อให้อยู่เลี้ยงลูก

วันนี้ (25ม.ค.) ตำรวจชุดสืบสวน สภ.หาดใหญ่ นำโดย ร.ต.อ.อนันต์ สุคนธา รองสารวัตรสืบสวน สภ.หาดใหญ่ จ.สงขลา จับกุม นายวัชรัตน์ เจนจารุพงค์ อายุ 31 ปี ชาวต.ควนลัง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ได้ที่บ้านพักที่ 77 ซอย9 ไพศาลอุทิศ ต.ควนลัง อ.หาดใหญ่
ซึ่งเป็นโจรขโมยหม้อแบตเตอรี่รถขยะของเทศบาลนครหาดใหญ่จำนวน 2 ลูก

ซึ่งจอดอยู่ริถมถนนชลธารา ริมคลองเตย เขตเทศบาลนครหาดใหญ่ เหตุเกิดเมื่อวานนี้โดยใช้วิธีขับรถจักรยานยนต์ยี่ห้อยามาฮ่า รุ่นมิโอ สีเทา ทะเบียน คฉบ 175 สงขลา พาลูกสาววัย 4 ขวบซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ไปก่อเหตุด้วย เหมือนกับพ่อพาลูกไปเที่ยวเพื่อไม่ให้ใครสงสัยขณะลงมือก่อเหตุ

หลังการจับกุมเจ้าหน้าที่ได้ขยายผลไปยึดของกลางหม้อแบตเตอรี่รถยนต์ขนาด 100 แอมได้ 2 ลูกซึ่งพาไปขายที่ร้านรับซื่อของเก่าแห่งหนึ่งในเมืองหาดใหญ่ได้เงินมา 900 บาท พร้อมกับยึดรถจักรยานยนต์ที่ใช้ก่อเหตุและหมวกกันน็อคซึ่งตามไปยึดได้ที่บ้าน

จากการตรวจสอบประวัติย้อนหลังพบว่าเมื่อปี 2560 นายวัชรัตน์ ก็เคยถูกจับกุมมาแล้วครั้งหนึ่ง ขณะลงมือก่อเหตุขโมยหม้อแบตเตอรี่ก่อนที่จะพ้นออกมา

และต่อมาเมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2561 ได้พาภรรยาและลูกสาวไปขโมยหม้อแบตเตอรี่รถตุ๊กตุ๊กแถวตลาดนัดยรรยง ถนนพลพิชัย เขตเทศบาลนครหาดใหญ่อีกครั้ง แต่ครั้งนั้นภรรยายอมรับโทษติดคุกแทน เพื่อให้นายวัชรัตน์ดูแลลูก

กระทั่งเมื่อวานนี้ ก็ใช้วิธีเดิมคือนำลูกสาววัย 4 ขวบนั่งรถไปด้วยและลงมือก่อเหตุขโมยหม้อแบตเตอรี่อีกครั้งแต่ก็ไม่รอดถูกตำรวจติดตามจับกุมตัวได้

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหาลักทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิดหรือการพาทรัพย์นั้นไป

ทางการออสซี่ ‘ตัดไฟ’ หลังคนแห่เปิดแอร์คลายร้อนจนระบบเกือบล่ม

ออสเตรเลีย ใช้มาตรการสลับตัดไฟในบางพื้นที่ หลังคนแห่เปิดใช้เครื่องปรับอากาศจนปริมาณไฟฟ้าที่ผลิตไม่เพียงพอ เนื่องจากสภาพอากาศที่ร้อนจัด

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานข่าว กรณีทางการออสเตรเลีย ออกมาตรการสลับตัดไฟฟ้า ทำให้ผู้ใช้ไฟฟ้าประมาณ 60,000 ครัวเรือนในวันที่ 25 ม.ค. 2562

โดยสาเหตุที่ทางการตัดสินใจออกมาตรการดังกล่าว เพื่อป้องกันไม่ให้ไฟฟ้าล่มทั้งระบบ เนื่องจากกำลังการผลิตไม่เพียงพอต่อความต้องการ พร้อมขอความร่วมมือให้มีการจ่ายไฟลดลง 100 เมกะวัตต์ โดยทางการจะเริ่มสลับตัดไฟในแต่ละพื้นที่คราวละ 2 ชั่วโมง โดยเริ่มตั้งแต่ช่วงเที่ยงของวันเดียวกัน

มาตรการนี้เกิดขึ้นท่ามกลางสถานการณ์อุณหภูมิพุ่งสูงขึ้นในนครเมลเบิร์น โดยช่วงบ่ายในวันเดียวกัน อุณห๓มิพุ่งแตะ 42.8 องศาเซลเซียส

นอกจากนี้มีรายงานว่า สัญญาณไฟจราจร 100 จุดทั่วนครเมลเบิร์นใช้การไม่ได้ รวมถึงร้านค้าและคาเฟ่บางแห่งต้องปิดให้บริการ

จากกรณีที่อุณหภูมิในบางพื้นที่มีแนวโน้มจะสูงถึง 47 องศาเซลเซียส ทำให้ทางการรัฐวิกตอเรียประกาศเตือนความเสี่ยงเกิดไฟป่าในหลายพื้นที่ และได้เรียกระดมหน่วยกู้ภัยหลายร้อยคน รวมถึงเครื่องบินและเฮลิคอปเตอร์ดับเพลิงไว้เพื่อเตรียมพร้อมรับสถานการณ์

อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 24 ม.ค. 2562 เกิดสถานการณ์คลื่นอากาศร้อน ถล่มภาคใต้ของออสเตรเลีย ทำให้อุณหภูมิในเมืองแอดดิเลดพุ่งขึ้นไปถึง 47.7 องศาเซลเซียส ทุบสถิติสูงสุดที่เคยเกิดขึ้นในปี 1939

ที่มา  www.foxnews.com

รวบ 2 โจ๋ ฆ่าชิงทรัพย์วินจยย. จ่อฝากขังศาลวันนี้

ตร.ภ.1 ผนึกกำลังตร.ปทุมธานี รวบ 2 โจ๋ฆ่าชิงทรัพย์วินจยย. รับสารภาพเคยฆ่าเพื่อนตายมาแล้ว

วันนี้(25 ม.ค.) เวลา 10.30 น. ที่ สภ.ปากคลองรังสิต จ.ปทุมธานี พล.ต.ต.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ รอง ผบช.ภ.1พล.ต.ต.สุภธีร์ บุญครอง ผบก.สส.ภ.1 พ.ต.อ.สุรพงษ์ ถนอมจิตร ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี พ.ต.อ.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย ผกก.กก.สส.ภ.จว.ปทุมธานี พร้อมกำลังชุดสืบสวนร่วมกันแถลงข่าวผลการจับกุมตัว 1.นายโด้ อายุ 16 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดปทุมธานีที่ 3/2562 ลงวันที่ 24 มกราคม 2562 และ 2.นายเจ อายุ 15 ปี มอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยกล่าวหาว่า ร่วมกันฆ่าผู้อื่น ร่วมกันชิงทรัพย์ในเวลากลางคืนโดยมีอาวุธเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย พาอาวุธมีดไปในเมืองหมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร หรือร่วมกันรับของโจรซึ่งกระทำต่อทรัพย์อันได้จากการชิงทรัพย์

โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมนายโด้ได้ที่ อ.ท่าหลวง จ.ลพบุรี พร้อมด้วยของกลาง รถจยย.ยี่ห้อฮอนด้ารุ่นเวฟ 110 สีน้ำเงินดำ(ยานพาหนะที่ถูกประทุษร้าย) โทรศัพท์มือถือยี่ห้อซัมซุงรุ่นเจ 7 ที่นำไปจำนำไว้ที่ อ.วังม่วง จ.สระบุรี เสื้อผ้าที่สวมใส่ในวันก่อเหตุ

พล.ต.ต.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ รอง ผบช.ภ.1 เปิดเผยว่า การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องมาจากเมื่อเวลา 22.45 น. วันที่ 23 ธันวาคม 2561 ได้มีคนร้ายเป็นชาย 2 คน ลวงนายนพดล อมรสุขสันต์ หรือหม่อง อายุ 54 ปี อยู่บ้านเลขที่ 34/800 ม.5 แขวงสีกัน เขตดอนเมือง กทม. ซึ่งขับขี่วินจยย.รับจ้างเบอร์ 33 วินสะพานลอยวัดดอนเมืองมาฆ่า เพื่อชิงทรัพย์รถจยย.ยี่ห้อฮอนด้ารุ่นเวฟสีน้ำเงินเทาทะเบียนป้ายเหลือง 1กฉ-1315 กทม.โดยคนร้ายใช้อาวุธมีดแทงผู้ตาย 25 แผล ก่อนหลบหนีไปหลังเกิดเหตุชุดสืบสวนได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามเส้นทางจนทราบว่าคนร้ายที่ก่อเหตุเป็นชาย 2 คน ภายหลังเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้องได้ร่วมประชุมเร่งรัด เพื่อสืบสวนจับกุมตัวคนร้ายที่ก่อเหตุในคดีนี้

จากการบูรณาการของเจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงทำให้ทราบว่าหนึ่งในคนร้ายที่ก่อเหตุดังกล่าว คือ นายโด้(นามสมมติ) อายุ 16 ปี ซึ่งได้ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ศรีเทพ ทำการตรวจยึดรถจักรยานยนต์ แต่นายโด้ฯ กับพวกได้หลบหนีไปขณะเจ้าหน้าที่ตรวจยึดรถ โดยจากการตรวจสอบรถจักรยานยนต์คันที่ตรวจยึดได้ พบว่าเป็นรถจักรยานยนต์ของนายนพดลฯ ผู้เสียชีวิตที่ถูกชิงทรัพย์ในคดีนี้จริง จึงได้ทำการรวบรวมพยานหลักฐาน ยื่นคำร้องขอต่อศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดปทุมธานี เพื่อขออนุมัติหมายจับนายโด้ฯ ตามหมายจับดังกล่าวข้างต้น จากนั้นจึงได้ทำการเร่งรัดสืบสวนติดตามตัว

กระทั่งทราบว่า นายโด้ฯ หลบหนีไปอยู่ที่ อ.ท่าหลวง จ.ลพบุรี จึงนำกำลังติดตามจับกุมตัวได้ในเวลาต่อมา ซึ่งจากการซักถามนายโด้ฯ ให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้ลงมือก่อเหตุดังกล่าวจริง โดยร่วมกันกับเพื่อนคือ นายเจ (นามสมมุติ) อายุ 15 ปี ในการก่อเหตุดังกล่าว ต่อมา นายเจฯ ได้มามอบตัวกับพนักงานสอบสวน จึงได้ทำการแจ้งข้อกล่าวหาให้ทราบ โดยนายเจฯ ให้การรับสารภาพว่าได้ร่วมกับนายโด้ฯ ในการก่อเหตุดังกล่าวจริง สาเหตุเนื่องจากประสงค์ต่อทรัพย์ ซึ่งจะได้ดำเนินคดีตามกฎหมายกับผู้ต้องหาทั้งสองตามขั้นตอนที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายเด็กและเยาวชน

พล.ต.ต.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ รอง ผบช.ภ.1 เปิดเผยต่ออีกว่า จากการสืบสวนเบื้องต้นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ในวันเกิดเหตุนายโด้ 1 ในผู้ต้องหาได้ทะเลาะกับพ่อจึงชักชวนเพื่อนที่รู้จักมาก่อเหตุเพื่อชิงทรัพย์รถจยย. โดยมีการเรียกรถจยย.รับจ้างแล้วจำนวน 2 คัน แต่ผู้ขับขี่จยย.รับจ้างไม่จอดกระทั่งผู้ตายจอดรถรับ จึงได้ลองมาส่งภายในซอยที่เกิดเหตุ เพราะเป็นซอยเปลี่ยวเนื่องจากเพื่อนอีกคนเคยมาหาปลาและทราบเส้นทางดี กระทั่งก่อเหตุเสร็จจึงหลบหนีออกไปนอกพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 1 กระทั่งมาถูกจับกุมตัวได้ สำหรับนายโด้ 1 ในผู้ต้องหาเคยก่อคดีฆ่าคนตายมาแล้ว 1 ครั้ง เมื่อตอนอายุ 12 ปี หรือเมื่อปี 2555 เหตุเกิดในพื้นที่สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ จ.ปทุมธานี และเพิ่งพ้นโทษมาเมื่อ 1 เศษแล้วมาก่อเหตุซ้ำ

ด้านนายวรนาค อมรสุขสันต์ อายุ 21 ปี บุตรชายคนตาย กล่าวว่า พอใจในการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจตลอดที่ผ่านมามีการประสานงานความคืบหน้าคดีกับ พ.ต.อ.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย ผกก.กก.สส.ภ.จว.ปทุมธานี มาโดยตลอดและมั่นใจว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจะสามารถจับกุมผู้ต้องหาที่ก่อเหตุฆ่าพ่อตนเองมาดำเนินคดีตามกฏหมายได้กระทั่งจับได้ในที่สุด