เครือข่ายตาสวรรค์ ร้อง ปอท.ดำเนินคดีเพจไลฟ์สดชวนร่วมเพศเหยียบแบงค์พัน

เครือข่ายตาสวรรค์ ร้อง ปอท.ดำเนินคดีเพจ โทนี่บุหรี่ทำเอง กับนางแบบไลฟ์สดชักชวนร่วมเพศและเหยียบแบงค์พัน

เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 25 ม.ค. 2562 ที่ บก.ปอท.(กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี)นายภาณุวัฒน์ หรือ “ผี พุ่ง ใต้” กุสุโมทย์ อายุ 34 ปี เน็ตไอดอล และ โฆษกเครือข่ายตาสวรรค์ นายรัฐวิชญ์ จิตติชาตรีพงศ์ อายุ 49 ปี เลขาธิการเครือข่ายตาสวรรค์ และนายธณกฤต ศรีบุญเอียด อายุ 49 ปี รองประธานเครือข่ายตาสวรรค์ เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.นิติพัฒน์ วุฒิบุณยสิทธิ์ ผกก.(สอบสวน) บก.ปอท. ร.ต.อ.หญิง แก้วกาญจน์ อุ่นพันธุ์ รอง สว.(สอบสวน) กก.3 บก.ปอท.เพื่อแจ้งความร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีกับเจ้าของผู้ดูแลเพจเฟซบุ๊กชื่อ “โทนี่บุหรี่ทำเอง” และ นางแบบชื่อ มิรา ดุรงคชยานุรักษ์”ที่ได้มีการไลฟ์สด  ซึ่งมียอดผู้ติดตามกว่า 2 แสนราย

โดยนายภาณุวัฒน์ หรือ ผี พุ่ง ใต้ เน็ต ไอดอลสายตลกแต่หน้าโหด ในฐานะโฆษก เครือข่ายฯ กล่าวว่า พวกตนได้รับมอบหมายจาก ดร.พีระพงศ์ สิทธิอมร ประธานเครือข่ายตาสวรรค์ป้องกันทุจริตภาคประชาชน หลังทางเครือข่ายเราตรวจพบว่าเพจเฟซบุ๊กชื่อ”โทนี่บุหรีทำเอง” เป็นเพจที่เปิดสาธารณะประชาชนเยาวชนทั่วไปเข้าถึงได้ และมีผู้ติดตามกว่า 2 แสนคน ได้มีไลฟ์สด ในเรื่องผิดศีลธรรมอันดีของประชนหลายครั้ง ทั้งเชิญชวนให้เล่นการพนันโต๊ะบอล โต๊ะบาคาร่า

นายภาณุวัฒน์ กล่าวต่อ ล่าสุด เมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านพบว่ามีการไลฟ์สดโดยชายที่ใช้ชื่อว่าโทนี่ ร่วมกับนางแบบสาวชื่อ มิรา มีเนื้อหาสาระด้วยถ้อยคำที่หยาบคาย มีการเชิญชวนในเรื่องเกี่ยวกับการร่วมเพศ และที่สำคัญยังได้เหยียบและนำธนบัตรไทยราคา 1,000 บาท ไปวางไว้ในที่ไม่เหมาะสม

ทางเครือข่ายฯ เห็นแล้วไม่สบายใจเพราะเป็นการกระทำที่ส่งผลกระทบจิตใจประชาชนคนไทยทั่วไปที่พบเห็นคลิปไลฟ์สดดังกล่าว จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานมามอบให้พนักงานสอบสวน บก.ปอท.ตรวจสอบพิจารณาว่าการกระทำของนายโทนี่ และ นางแบบชื่อมิรา เข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และกฎหมายอื่นใดต่อไปที่ตรวจพบก็ให้ดำเนินคดีทั้งหมดทุกข้อหา

ด้าน พ.ต.อ.นิติพัฒน์ ได้โทร.ติดต่อประสานไปที่เพจ “โทนี่บุหรี่ทำเอง”ตามเบอร์โทร.ที่ขึ้นไว้หน้าเพจเพื่อขอคุยกับแอดมินที่รับผิดชอบดูแล แต่ไม่ได้รับข้อมูลที่เป็นประโยชน์เท่าที่ควร ปลายสายแจ้งว่าจะติดต่อกลับมาใหม่

เบื้องต้นจึงมอบให้พนักงานสอบสวนรับแจ้งความไว้ประสานให้ฝ่ายสืบสวนทำการตรวจสอบติดตามคนที่ดูแลเพจดังกล่าวรวมทั้งนางแบบที่ร่วมแสดงมาสอบสวนต่อไป  

“แม้คดีนี้อาจจะไม่ผิด พ.ร.บ.คอมพ์ฯ  แต่เท่าที่ดูหลักฐานที่นำมาร้อง ปอท.แล้วเห็นว่าน่าจะขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดี จะได้ให้รวบรวมหลักฐานเสนอไปให้กระทรวงดิจิตอลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมดำเนินการสกัดและปิดกั้นการเข้าถึงต่อไป”

‘ศรีสุวรรณ’ นำชาวฉะเชิงเทรา-ชลบุรี ค้าน EEC ประกาศล่าหมื่นรายชื่อยกเลิกกม. EEC

ศรีสุวรรณนำชาวฉะเชิงเทรา-ชลบุรี ค้าน EEC ประกาศล่าหมื่นรายชื่อยกเลิก กม. EEC

วันนี้(25 ม.ค.) ที่ตึก CAT สนง.EEC ถ.เจริญกรุง เขตบางรัก นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ได้นำชาวบ้าน ต.เขาดิน ต.บ้านโพธิ์ จ.ฉะเชิงเทรา และต.พานทอง จ.ชลบุรี ประมาณ 100 คนเดินทางมายังสำนักงานคณะกรรมการเขตเศรษฐกิจพิเศษ หรือ EEC เพื่อเข้าพบรองเลขาธิการและผู้บริหาร เพื่อทวงถาม กรณี ชาวบ้าน อ.พานทอง ชาวบ้าน ต.เขาดิน อ.บางปะกง และชาวบ้านหนองตีนนก อ.บ้านโพธิ์ ได้ยื่นหนังสือคัดค้านโครงการก่อสร้างนิคมอุตสาหกรรมในพื้นที่ที่ไม่เหมาะสม รวมทั้งการขอให้เพิกถอน เขตส่งเสริมอุตสาหกรรมที่มีปัญหากับชาวชุมชน ได้แก่

1) เขตส่งเสริม นิคมอมตะซิตี้ ชลบุรี

2) โครงการท่าเรือบก ICD ฉะเชิงเทรา 3)โครงการนิคมอุตสาหกรรมบลูเทคซิตี้

เนื่องจากโครงการต่างๆ ที่คณะกรรมการ EEC ให้การรับรองข้างต้น ไปก่อสร้างหรือจัดตั้งในพื้นที่ที่ไม่เหมาะสมในการใช้ประโยชน์ที่ดิน ซึ่งพื้นที่เหล่านั้นอยู่ในพื้นที่เกษตรกรรมชั้นดี เป็นพื้นที่เสี่ยงภัยน้ำท่วม และเป็นพื้นที่สีเขียว ตามกฎหมายผังเมือง 2518 ซึ่งขัดต่อมาตรา 43 ประกอบมาตรา 57 และ 58 ของรัฐธรรมนูญ 2560 ด้วย

ทั้งนี้ ตัวแทนชาวบ้านล้วนเป็นคนท้องถิ่นดั้งเดิม อยู่อาศัยในพื้นที่ดังกล่าวมาหลายชั่วอายุคน การที่รัฐบาลใช้อำนาจออกกฎหมาย EEC มาเอื้อประโยชน์ให้กลุ่มทุนเข้ามาดำเนินโครงการขนาดใหญ่ในพื้นที่โดยไม่ได้รับความยินยอมและปรึกษาหารือกับชาวบ้าน ย่อมเป็นการทำลายวิถีดั่งเดิมของชุมชน ทำลายสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ

โดยชาวบ้านไม่ยินยอมแต่อย่างใด ซึ่งชาวบ้านยืนยันว่าไม่ย้ายไปไหนและพร้อมที่จะต่อต้านโครงการต่างๆ ทั้งนิคมอุตสาหกรรม และท่าเรือ ICD ที่เข้ามาดำเนินการโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายทุกรูปแบบ รวมทั้งการฟ้องต่อศาลปกครอง และในเร็วๆนี้ จะล่ารายชื่อชาวบ้าน 10,000 รายชื่อเพื่อแก้ไขหรือยกเลิกกฎหมาย EEC ต่อไปหลังมีรัฐบาลใหม่แล้ว โดยในการเลือกตั้ง 24 มี.ค.นี้ชาวบ้านประกาศจะไม่เลือกพรรคการเมืองที่หนุ่นรัฐบาลนี้และหนุน EEC ด้วย นายศรีสุวรรณ กล่าวในที่สุด

คลิปหนุ่มขับวินฯ โวยตำรวจ หลังถูกจับไม่สวมหมวกกันน็อคให้ลูก

วิจารณ์สนั่นโซเชี่ยล หนุ่มขับวินฯ โวยตำรวจ หลังถูกจับไม่สวมหมวกกันน็อคให้ลูกวัย 3 ขวบ ขณะไปส่งโรงเรียน

วันนี้ (25 ม.ค. 2562) ได้เกิดเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในโลกออนไลน์ เมื่อเพจ ด่านไม่ลอย – ด่านตั้งพื้น ได้มีการเผยแพร่คลิปเหตุการณ์จากผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง ที่ออกมาตัดพ้อว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรเลือกปฏิบัติจับปรับตนกับลูกที่ไม่สวมหมวกกันน็อค ทั้งๆ ที่ช่วงเวลาดังกล่าวเป็นการส่งลูกไปโรงเรียน

โดยคลิปดังกล่าวได้เผยให้เห็นภาพการพูดคุยกันของชายคนดังกล่าวกับตำรวจที่ทำการจับกุม ซึ่งคนถูกจับเขาอยากทราบเหตุผลของการจับกุมในครั้งนี้ ขณะเดียวกันก็ต้องการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจออกใบสั่งให้แต่ตำรวจไม่ยอม และจ้องจะให้มาสอบสวนที่โรงพักอย่างเดียว จากกันก็มีการโต้เถียงกันขึ้น และทำให้ทราบว่าชายที่ถูกจับครั้งนี้เป็นคนขับรถจักรยานยนต์รับจ้าง

ขณะที่ผู้โพสต์ได้มีข้อความระบุว่า #สน. บางขุนนนท์ #จับเด็กน้อย 3 ขวบไม่สวมหมวกกันน๊อค พอชี้ให้จับคนอื่นด้วยก็ไม่จับ ผมไปส่งลูกโรงเรียนอนุบาล รหัสตำรวจ 6607 สน.บางขุนนนท์

ทั้งนี้เมื่อคลิปดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไปก็ทำให้มีทั้งคนเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยกับการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจในครั้งนี้ บ้างก็ว่าหากคนที่ถูกจับจัดหาหมวกกันน็อคมาให้เด็กใส่ตามกฎหมายก็คงไม่เกิดเหตุแบบนี้ขึ้น ขณะเดียวกันก็มีคนเห็นว่า ตำรวจก็ทำเกินกว่าเหตุเพียงแค่เด็กไปโรงเรียนน่าจะว่ากล่าวตักเตือนไม่น่าทำกันถึงขนาดนี้

ส่วนกฎหมายพ.ร.บ.จราจรทางบก ได้ระบุไว้ มาตรา 122 กำหนดให้ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ และผู้โดยสารต้องสวมหมวกนิรภัยเพื่อป้องกันอันตรายในขณะขับขี่ และโดยสารรถจักรยานยนต์

ซึ่งหากมีการฝ่าฝืนจะต้องโทษปรับไม่เกิน 500 บาท โดยห้ามมิให้ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ขับขี่รถในขณะที่คนโดยสารรถไม่สวมหมวกนิรภัย หากฝ่าฝืนผู้ขับขี่จักรยานยนต์จะถูกปรับเป็น 2 เท่าของโทษที่กำหนด คือการไม่สวมหมวกเฉพาะตัวเอง มีโทษปรับไม่เกิน 500 บาทและอีกข้อหาคือไม่จัดให้คนซ้อนสวมหมวกกันน็อค