สหรัฐฯ เผชิญสภาพอากาศหนาวจัดติดลบ 47 องศา เทียบเท่าขั้วโลก

หลายพื้นที่ของสหรัฐฯ เผชิญสภาพอากาศหนาวจัดเทียบเท่าขั้วโลกเหนือ และมีผู้เสียชีวิตแล้ว ขณะที่อังกฤษและฝรั่งเศสเผชิญหิมะตกหนัก

สหรัฐฯ เผชิญสภาพอากาศหนาวจัดเทียบเท่าขั้วโลกเหนือในเขตมิดเวสต์ โดยในนครชิคาโก กระแสลมปะทะทำให้อุณหภูมิอยู่ที่ติดลบถึง 47 องศาเซลเซียส ขณะที่อุณหภูมิปกติอยู่ที่ติดลบ 23 องศาเซลเซียส

นักพยากรณ์อากาศคาดการณ์ว่า ในหลายพื้นที่เขตมิดเวสต์ จะมีอุณหภูมิติดลบถึง 30 องศาเซลเซียสในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้ ขณะที่รายงานระบุว่า มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 5 รายในหลายรัฐเนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวจัด

มีการประกาศภาวะฉุกเฉินเนื่องด้วยสภาพอากาศที่เลวร้ายในรัฐวิสคอนซิน มิชิแกน และอิลลินอยส์ เช่นเดียวกับรัฐอะลาบามาและมิสซิสซิปปี้

รัฐวิสคอนซินมีหิมะปกคลุมหนาถึง 24 นิ้ว ส่วนรัฐอิลลินอยส์มีหิมะหนาถึง 6 นิ้ว และคาดว่าจะมีหิมะตกที่รัฐอะลาบามาและจอร์เจียทางตอนใต้ของสหรัฐฯ

โรงเรียนหลายร้อยแห่งในรัฐที่ได้รับผลกระทบต้องปิดการเรียนการสอน และมีหลายร้อยเที่ยวบินถูกยกเลิก ขณะที่หน่วยงานสภาพอากาศแห่งชาติสหรัฐฯ แจ้งเตือนประชาชนว่าอาจถูกหิมะกัดได้หากอยู่ข้างนอก ซึ่งมีสภาพอากาศหนาวรุนแรงเพียง 10 นาที

ด้านนายกเทศมนตรีนครชิคาโกในรัฐอิลลินอยส์ กำชับไม่ให้ผู้คนออกมาข้างนอกเว้นเสียแต่ว่าจำเป็น และได้จัดตั้งศูนย์ให้ความอบอุ่นหลายแห่งเพื่อรองรับผู้คนราว 8 หมื่นคน

สภาพอากาศที่เลวร้ายในสหรัฐฯ เกิดขึ้นมาจากกระแสลมหมุนวนที่เรียกว่า โพลาร์ วอร์เท็กซ์ ซึ่งโดยปกติแล้วจะเกิดขึ้นที่ขั้วโลกเหนือ

ขณะที่เมื่อวานนี้ อังกฤษเผชิญพายุหิมะตกหนักจนสนามบินแมนเชสเตอร์ต้องระงับเที่ยวบินเป็นการชั่วคราว เช่นเดียวกับสนามบินลิเวอร์พูล

ส่วนที่กรุงปารีสของฝรั่งเศส มีหิมะตกข้ามคืนจนทำให้สวนในย่านมงมาร์ตถูกปกคลุมไปด้วยหิมะสีขาวโพลน

อัพเดทสถานการณ์ ‘ฝุ่นพิษ’ กทม.-ปริมณฑลเช้านี้ยังวิกฤต ค่าฝุ่นพุ่งสูงขึ้นทุกจุดเป็นสีส้ม-สีแดง

สถานการณ์ฝุ่นพิษในกรุงเทพฯและปริมณฑล

วันที่ 31 ม.ค. 2562 สถานการณ์ฝุ่นละออง PM2.5 ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีความรุนแรงเพิ่มสูงขึ้น โดยเมื่อเวลา 07.00น. ตามสถานีจุดตรวจสอบสภาพอากาศ ตรวจสอบพื้นที่ริมถนนและพื้นที่ทั่วไป ค่าฝุ่นพุ่งสูงขึ้นทุกจุดเป็นสีส้ม (เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ) และบางพื้นที่อยู่ในระดับสีแดง (มีผลกระทบต่อสุขภาพ) ได้แก่ ริมถนนกาญจนาภิเษก เขตบางขุนเทียน , พื้นที่ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี , ริมถนนคู่ขนานพระราม 2 อ.เมือง จ.สมุทรสาคร

ทั้งนี้กรมอุตุนิยมวิทยา ให้ข้อมูลสภาวะอากาศสนับสนุนการเฝ้าระวัง PM 2.5 บริเวณ กรุงเทพฯและปริมณฑล ระหว่างวันที่ 31 ม.ค. – 5 ก.พ. 62 โดยช่วงวันที่ 31 ม.ค. – 3 ก.พ. 62 ลมอ่อน ไม่มีฝน ฝุ่นละอองเคลื่อนตัวได้น้อย ส่วนวันที่ 4 – 5 ก.พ. 62 ลมแรงขึ้น มีฝนเล็กน้อย สถานการณ์ฝุ่นเริ่มจะคลี่คลาย

กรณีฝุ่นจิ๋ว PM 2.5 ระบาดทั่วเมืองกรุงฯ ในขณะนี้ ได้ส่งผลกระทบกับการใช้ชีวิตประจำวัน ซึ่งยังเป็นเรื่องที่ประชาชนไม่เข้าใจว่า คืออะไรนั้น PM 2.5แท้จริงแล้ว คือ ฝุ่นที่มีขนาดละเอียดมาก ขนาดเทียบเท่ากับแบคทีเรีย หรือเล็กเกินกว่าที่ขนจมูกของเราจะกรองได้ ซึ่งฝุ่นละอองระดับนี้ระบบป้องกันในร่างกายไม่สามารถดักจับได้ดีนัก ทำให้มีโอกาสเข้าสู่ร่างกายสูง ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของโรคมะเร็งปอด และหากจำเป็นต้องใช้ชีวิตอยู่ในพื้นที่เสี่ยงต่อฝุ่นละออง มลภาวะต่างๆ ที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ สิ่งที่ถูกต้อง คือ การดูแลตนเอง

ทางกรมควบคุมมลพิษ ออกมาตรการให้ประชาชนหันมารู้จักวิธีการป้องกันตนเอง ซึ่งกระทรวงสาธารณสุข ได้แนะนำไว้ มี 5 มาตรการ “หลีก ปิด ใช้ เลี่ยง ลด” คือ

1.หลีกการสัมผัสฝุ่นละออง โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง ได้แก่ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ เด็กเล็ก และผู้ป่วยด้วยโรคระบบทางเดินหายใจ หอบหืด ภูมิแพ้

2.ปิดประตู หน้าต่างให้มิดชิด ป้องกันฝุ่นละออง หมั่นทำความสะอาดบ้านทุกวัน

3.ใช้หน้ากากที่มีประสิทธิภาพ ในการกรองอนุภาคที่มีขนาดเล็กกว่า 0.3 ไมครอนได้

4.เลี่ยงการออกกำลังกายหรือทำงาน นานกว่า 12 ชั่วโมงในที่โล่งแจ้ง

5.ลดการใช้รถยนต์และการเผาขยะ ถ้ามีอาการผิดปกติ เช่น หายใจติดขัด แน่นหน้าอก วิงเวียนศีรษะ หรือหมดสติ ให้รีบไปรับการตรวจรักษาที่สถานพยาบาลโดยเร็ว

ด้าน กระทรวงสาธารณสุข ได้แนะนำวิธีการใช้หน้ากากอนามัยที่ถูกต้อง ดังนี้

1.เลือกใช้หน้ากากอนามัยกันฝุ่นขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมครอนที่ได้มาตรฐาน

2. ควรสวมหน้ากากให้กระชับกับใบหน้า กดส่วนที่เป็นโลหะให้กระชับแน่นกับสันจมูก

3. เลือกขนาดที่เหมาะ ครอบได้กระชับกับจมูก และใต้คาง ควรแนบกับใบหน้า

4. ควรทิ้ง เมื่อพบว่าหายใจลำบาก หรือ ภายในหน้ากากสกปรก

5. หากเป็นไปได้ ควรเปลี่ยนหน้ากากอันใหม่ทุกวัน

6. ถ้าสวมใส่แล้วมีอาการมึนงงหรือ คลื่นไส้ควรหลบไปอยู่ที่ที่ปลอดมลพิษอากาศ ถอดหน้ากากออกและปรึกษาแพทย์

งดงาม “ดาวพฤหัสบดีเคียงดวงจันทร์เสี้ยว” รุ่งเช้าวันนี้

งดงาม “ดาวพฤหัสบดีเคียงดวงจันทร์เสี้ยว” รุ่งเช้า 31 ม.ค. 2562

สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) (สดร.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เผยภาพ “ดาวเคียงเดือน” บันทึกในช่วงเช้ามืดวันที่ 31 มกราคม 2562 ดาวพฤหัสบดีเคียงดวงจันทร์แรม 10 ค่ำ มองเห็นปรากฏการณ์แสงโลก สะท้อนไปตกกระทบผิวดวงจันทร์ ได้อย่างชัดเจน ช่วงเวลาเดียวกัน มีดาวศุกร์ปรากฏถัดลงมาด้านล่างซ้าย และดาวแอนทาเรสปรากฏเหนือขึ้นไปด้านบนขวาสวยงามเป็นอย่างมาก

ส่วนทางด้าน นายศุภฤกษ์ คฤหานนท์ หัวหน้างานบริการวิชาการทางดาราศาสตร์ สดร. เผยว่า ปรากฏการณ์ท้องฟ้า “ดาวเคียงเดือน” จะแสดงให้เห็นดาวพฤหัสบดี ปรากฏบนท้องฟ้าเคียงข้างดวงจันทร์ แรม 10 ค่ำ ห่างกันประมาณ 2.6 องศา

อย่างไรก็ตาม ปรากฏการณ์ “ดาวเคียงเดือน” ยังคงมีให้ชมในช่วงเช้ามืดวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2562 โดยดวงจันทร์จะย้ายตำแหน่งลงมาปรากฏเคียงข้างดาวศุกร์  สังเกตได้ด้วยตาเปล่าตั้งแต่เวลาประมาณ 03.45 น. เป็นต้นไปจนถึงรุ่งเช้า  ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ผู้ที่สนใจสามารถตื่นมาชมความสวยงามของปรากฏการณ์ท้องฟ้ายามเช้าได้ในเวลาดังกล่าว