เผยแผนปฏิบัติการแก้ไข้ปัญหา สถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5

พลเอกสุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวง เผยแผนปฏิบัติการแก้ไข้ปัญหา สถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5

วันนี้ ( 23 ม.ค. 62) ที่ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พลเอกสุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานแถลงข่าว ถึงแผนปฏิบัติการแก้ไข้ปัญหา สถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล

ทั้งนี้ พลเอกสุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ เปิดเผยว่า ได้มอบหมายให้กรมควบคุมมลพิษ พิจารณาแนวทางหรือกฎหมายในการแก้ปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จึงนำมาสู่แผนปฎิบัติการแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 ในกรุงเทพและปริมณฑล โดยแบ่งเป็น 4 ระดับ และจะยกระดับความเข้มข้นของมาตรการตามความรุนแรงของสถานการณ์ปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 ดังนี้

ระดับที่ 1) ฝุ่นละออง PM 2.5 อยู่ในช่วง 51- 90 มคก./ลบ.ม. เป็นการเพิ่มความเข้มข้นของการดำเนินงานตามมาตรการ ตามอำนาจหน้าที่ของหน่วยงานให้มากยิ่งขึ้น ประกอบด้วยเพิ่มความเข้มงวดตรวจจับควันดำ 20 ชุด รอบ กทม. และจัดจุดตรวจวันดำ เคลื่อนที่เร็ว 5 ชุด ชุดตรวจการ 16 ชุด ตรวจรถ ขสมก. เร่งคืนพื้นผิวรจรในพื้นที่การก่อสร้างรถไฟฟ้าได้เพิ่มการเปิดหน่วยปฏิบัติการ ฉีดพ่นน้ำแรงดันสูง 8 คัน กรุงเทพมหานคร เพิ่มความถี่กวาดล้างทำความสะอาดถนน ควบคุมการก่อสร้างและงดการเผาในที่โล่งแจ้ง 5 จังหวัด รอบปริมณฑล และตรวจจับควันดำ

ระดับที่ 2) ปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 เกิน 90 มคก./ลบ.ม. ติดต่อกัน 3 วัน ครอบคลุมทั้งพื้นที่ ซึ่งหน่วยงานสาธารณสุขเห็นชอบว่าให้ยกเป็นระดับสถานการณ์รุนแรง โดยให้ยกระดับมาตรการเป็นระดับ 2 ซึ่งจะเพิ่มความเข้มงวดขึ้นระดับที่1โดยเป็นการควบคุมและลดจำนวนแหล่งกำเนิด เช่น ลดจำนวนยานพาหนะ ชะลอ/หยุดการก่อสร้างเส้นรถไฟฟ้ากัน การปรับเปลี่ยนและแก้ไขแหล่งกำเนิดมลพิษประเภทอุตสาหกรรมให้มีไม่ต้องหาที่ดินกว่าที่ดำเนินการอยู่ที่ปัจจุบัน

ระดับที่ 3) หากดำเนินการตาม ระดับ 2 แล้ว ฝุ่นละออง PM 2.5 ขนาดเล็กเกิน 90 มคก./ลบ.ม. ต่อเนื่องติดต่อกันอีก 3 วัน ให้ยกระดับมาตรการเป็นระดับ 3 โดยใช้อำนาจของผู้ว่าราชจังหวัดกรุงเทพมหานคร ในฐานะเจ้าพนักงานท้องถิ่น ตามมาตรา 28 /1 วรรค 2 แห่ง. การสาธารณสุข พ.ศ. 2535 ประกาศกำหนดให้กรุงเทพมหานครเป็นพื้นที่ควบคุมเหตุรำคาญตามประกาศกระทรวงสาสุข

ระดับที่ 4) หากมาตรการระดับที่ 1,2 และ 3 แล้ว ค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 เกิน 90 มคก./ลบ.ม. ต่อหนึ่งติดต่อกันอีก 3 ให้ยกระดับงานเป็นระดับ 4 ให้เสนอ กก.วล. พิจารณา มาตการแก้ไขปัญหากระทบฝุ่นละออง PM 2.5 ที่เสนอให้นายกรัฐมนตรีใช้อำนาจพิเศษตาม ตามนัยมาตรา 9แห่ง พ.ร.บ ส่งเสริมและรักษาสิ่งแวดล้อม พ.ศ. 2535 สั่งการให้ส่วนราชการ รัฐวิสากิจ กระทำหรือร่วมกันกระทำการใดๆ ซึ่งจะทำให้เกิดการระงับหรือบรรเทาผลร้ายจากอันตราย และความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการแพร่กระจายของฝุ่นละออง PM 2.5 ต่อไป

อย่างไรก็ตาม พลเอกสุรศักดิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ได้ประสานงานไปยังกระทรวงพลังงาน เพื่อสนับสนุนน้ำมันไบโอ B20 ที่ใช่ในกลุ่มรถยนต์ขนาดใหญ่ เช่น รถโดยสาร รถบรรทุก ซึ่งตามแผนที่หารือกับกระทรวงพลังงานจะกำหนดราคา น้ำมันไบโอ B20 ให้น้อยกว่าน้ำมันดีเซล ประมาณ 5 บาท ซึ่งคาดว่า มาตรการนี้จะช่วยลดมลพิษได้ถึง 12 เปอร์เซ็น

ส่วนมาตรการฉีดพ่นละอองน้ำ ที่ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จะร่วมกับภาคเอกชนทำการทดลองฉีดพ่นละอองน้ำที่มีขนาดเล็ก เท่ากับโมเลกุลฝุ่น PM 2.5 บริเวณชั้น 20 ของกระทรวง เพื่อเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ฝุ่นที่อาจจะรุงแรงในวันที่ 28 – 29 ม.ค. นี้ และหากการทดลองได้ผลดีก็จะนำไปใช้ในพื้นที่อื่นๆต่อไป

ตำรวจตามจับไฮโซเก๊ ลวงสองสาวไฮโซเทรดหุ้น สูญกว่า 27 ล้านบาท

สองสาวไฮโซเชียงใหม่ แจ้งความให้ดำเนินคดีหญิงอ้างตัวเป็นไฮโซ หลังถูกหลอกให้ร่วมลงทุนเทรดหุ้นผ่านโบรกเกอร์  สูญเงินไปรวมกันถึง 27 ล้านบาท

วันนี้ ( 23 ม.ค. 2562) ผู้เสียหายที่เป็นสองสาวไฮโซเชียงใหม่ นำหลักฐาน เข้าพบ พ.ต.ท.มาโนช เยี่ยมเจริญ พนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรเมืองเชียงใหม่ เพื่อให้ปากคำในคดีฉ้อโกง

หลังจากที่เข้าแจ้งความให้ดำเนินคดีกับนางสาวฉัตรทอง ไชยสิทธิ์ อายุ 37 ปี ที่อ้างตัวเป็นไฮโซ เข้ามาตีสนิทชักชวนให้ร่วมลงทุนเทรดหุ้นผ่านโบรกเกอร์ จนหลงเชื่อร่วมลงทุน แต่สุดท้ายถูกหลอก สูญเงินไปรวมกันถึง 27 ล้านบาท

ผู้เสียหาย ให้ข้อมูลว่า ได้รู้จักกับนางสาวฉัตรทอง ไชยสิทธิ์ อายุ 37 ปี ในปี 2559 โดยนางสาวฉัตรทองอ้างตัวเป็นคนในแวดวงไฮโซ เข้ามาตีสนิท และชักชวนให้ร่วมลงทุนเทรดหุ้นผ่านเพื่อนชายคนสนิทที่เป็นโบรกเกอร์ในบริษัทเทรดหุ้นแห่งหนึ่ง ที่มีสาขาอยู่ใน จ.เชียงใหม่

โดยอ้างว่า เพื่อนชายคนนี้เป็นโบรกเกอร์มากประสบการณ์ เคยผ่านงานด้านการแนะนำการลงทุนมาแล้วหลายบริษัท นอกจากนี้นางสาวฉัตรทองยังอ้างด้วยว่าทำธุรกิจค้าเพชรและรู้จักกับผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมืองหลายคน ทำให้ดูน่าเชื่อถือ จึงตัดสินใจนำเงินไปให้ลงทุนเทรดหุ้น

โดยโอนเงินเข้าบัญชีนางสาวฉัตรทอง เพื่อโอนต่อให้โบรกเกอร์เทรดหุ้นให้ เริ่มจากหลักแสนบาท ได้ผลตอบแทนร้อยละ 30 ของเงินลงทุน ช่วงแรกได้รับเงินปันผลจากการลงทุนตามที่ตกลง จึงเพิ่มเงินลงทุนมากขึ้นเป็นหลักล้านบาท

แต่ต่อมาปรากฎว่าไม่ได้รับเงินปันผลตามที่ตกลง โดยนางสาวฉัตรทองอ้างว่าหุ้นตก เมื่อสอบถามของเงินคืนจะบ่ายเบี่ยงทุกครั้ง กระทั่งล่าสุดนางสาวฉัตรทอง ยอมรับว่า ไม่ได้มีการลงทุนเทรดหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ และตนเองก็ไม่ได้ทำธุรกิจค้าเพชรแต่อย่างใด

เมื่อรู้ตัวว่าถูกหลอกให้ร่วมลงทุนจนสูญเงินกว่า 27.5 ล้านบาท จึงเข้าร้องเรียนกับผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 และ ต่อมาได้เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรเมืองเชียงใหม่ เพื่อดำเนินคดีกับนางสาวฉัตรทองในข้อหาฉ้อโกง โดยหลังพนักงานสอบสวนออกหมายเรียกนางสาวฉัตรทองให้มารับทราบข้อกล่าวหา นางสาวฉัตรทองได้ ตั้งทนายความเจรจากับผู้เสียหายทั้งสองคน

จนมีการทำบันทึกข้อตกลงรับสภาพหนี้ให้ผู้เสียหายรายแรกเป็นเงินจำนวน 8.5 ล้านบาท และผู้เสียหายรายที่ 2 จำนวน 19 ล้านบาท โดยตกลงแบ่งจ่าย 8 งวด จากนั้นนางสาวฉัตรทองได้สั่งจ่ายเช็คมา แต่ปรากฎว่าเช็คมีปัญหาไม่สามารถสั่งจ่ายได้ เพราะเงินในบัญชีไม่พอจ่าย ผู้เสียหายทั้ง 2 คนจึงเข้าแจ้งความกับนางสาวฉัตรทองเพิ่มเติม

ผู้เสียหายทั้งสองคน บอกด้วยว่า นางสาวฉัตรทองมีพฤติกรรมอ้างตัวเป็นไฮโซเดินสายไปตามงานสังคมต่าง ๆ เพื่อพบปะกับนักธุรกิจและบุคคลมีชื่อเสียง และยังชักชวนให้ร่วมลงทุนในลักษณะต่าง ๆ จนมีผู้คนในแวดวงไฮโซหลงเชื่อนำเงินมาร่วมลงทุนกับนางสาวฉัตรทองหลายราย ในจำนวนนี้มีนายแพทย์และชาวต่างชาติหลงเชื่อตกเป็นเหยื่อด้วย

ขณะเดียวกันก็พบว่า นางสาวฉัตรทองยังมีบุคคลอื่นอีกหลายคนคอยให้ความช่วยเหลือในการกระทำผิด ขณะที่นางสาวฉัตรทองก็มีหมายจับในคดีฉ้อโกงอีกกว่า 15 หมายจับ รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 100 ล้านบาท

หนึ่งในผู้เสียหาย กล่าวว่า หลังแจ้งความดำเนินคดีกับนางสาวฉัตรทอง ตนเองถูกบุคคลที่เกี่ยวข้องซึ่งอ้างตัวว่ารู้จักกับคนใหญ่โตในบ้านเมืองข่มขู่หลายครั้ง แต่ยืนยันว่าจะดำเนินคดีกับนางสาวฉัตรทอง และผู้ให้การสนับสนุนทุกรายจนถึงที่สุด

พ.ต.ท.มาโนช เยี่ยมเจริญ พนักงานสอบสวนเจ้าของคดี เปิดเผยว่า คดีนี้มีการแจ้งความกันมาก่อนหน้าเป็นคดีเช็ค มีการตกลงชดใช้เงินคืน แต่ปรากฏว่าผู้เสียหายเจอเช็คเด้งขึ้นเงินไม่ได้ 8 ฉบับ จึงเข้าแจ้งความในข้อหาฉ้อโกงเพิ่มเติม

ล่าสุดตรวจสอบพบว่าผู้ต้องหามีพฤติกรรมลักษณะเดียวกันจนถูกหมายจับ 15 หมาย ในหลายท้องที่ทั่วประเทศ ในส่วนของ สภ.เมืองเชียงใหม่ ได้ออกเพิ่มอีกหมายในข้อหาฉ้อโกง ส่วนผู้ต้องหายังคงหลบหนี ซึ่งได้กระจายหมายเพื่อติดตามจับกุมแล้ว

ส่วนบุคคลอื่นที่ผู้เสียหายเชื่อว่ามีส่วนเกี่ยวข้องและสนับสนุนผู้ต้องหาในการหลอกลวงต้มตุ๋น ทางตำรวจจะออกหมายเรียกมาสอบถามข้อมูลในฐานะพยาน หากมีหลักฐานยืนยันว่าร่วมกระทำผิดหรือสนับสนุนจะดำเนินคดีเพิ่มเติม

LPN แจงเหตุเครนล้ม ขณะกำลังก่อสร้างคอนโดฯ ย่านพระราม 3

Condo Lumpini แจงเหตุเครนล้ม จนส่งผลทำให้มีผู้เสียชีวิต 4 ราย บาดเจ็บจำนวนมาก เผยเกิดขึ้นในโครงการ ลุมพินี เพลส พระราม 3-ริเวอร์ไรน์ พร้อมเร่งเยียวยา

จากเหตุการณ์เครนที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างคอนโดฯ ได้เกิดถล่มลงมา จนเป็นเหตุทำให้คนงานเสียชีวิต และบาดเจ็บจำนวนมาก โดยเหตุเกิดขึ้นที่ไซต์งานก่อสร้างแห่งหนึ่งบนถนนพระราม 3 ตามที่ได้เสนอข่าวไปก่อนหน้านี้นั้น

ล่าสุด นายโอภาส ศรีพยัคฆ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ กรุ๊ป ได้เปิดเผยถึงกรณีเหตุการณืดังกล่าวว่า

เหตุเครนล้มเกิดขึ้นในโครงการ ลุมพินี เพลส พระราม 3-ริเวอร์ไรน์ โดยสาเหตุเกิดจากขั้นตอนการประกอบเครนของคนงาน ซึ่งเป็นบริษัทผู้รับเหมารายย่อย โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นระหว่างการประกอบเครนเพื่อยกความสูงขึ้นไป แต่เกิดอุบัติเหตุทำให้เครนหล่นลงมา ส่งผลให้เบื้องต้นมีคนงานเสียชีวิต 4 ราย

ส่วนผู้บาดเจ็บอยู่ระหว่างการตรวจสอบและรอการยืนยันอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งบริษัทกำลังติดตามเพื่อดำเนินการในส่วนของการช่วยเหลือและเยียวยาต่อไป อย่างไรก็ตาม ในส่วนของอาคารนั้นไม่ได้รับความเสียหายแต่อย่างใด