ตร.คุมตัว พนง.ส่งของบริษัทดัง ทำแผนอนาจารสาวหวังข่มขืน

ตำรวจ สภ.รัตนาธิเบศร์ จ.นนทบุรี คุมตัวชายโรคจิต พนักงานส่งของบริษัทดัง ทำแผนประกอบคำรับสารภาพ หลังตระเวนก่อเหตุทำอนาจารนักศึกษาสาว

วันที่ 19 ก.พ.62 พ.ต.อ.กิตติศักดิ์ เที่ยงกมล ผกก.สภ.รัตนาธิเบศร์ พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนนำตัวนายวิศรุต หรือนิว ดอนไพรเงิน อายุ 23 ปีพนักงานส่งสินค้าบริษัท ดีเอชแอล (DHL) อยู่บ้านเลขที่ 2/175 ม.5 ต.คลองหลวง อ.คลองหลวงจ.ปทุมธานี หลังก่อเหตุอนาจารสาวนักศึกษา ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพยังที่เกิดเหตุ

จุดแรกเหตุเกิดวันที่ 13 ก.พ.62 เวลา 23.30 น.ขณะผู้เสียหายเดินเข้าซอยรัตนาธิเบศร์ 22 ถนนรัตนาธิเบศร์ ต.บางกระสอ อ.เมืองนนทบุรี นายนวิศรุต ได้เดินตามผู้เสียหายแล้ว ใช้มือล็อคคอพยายามลากเข้าด้านหลังตึก และจับหน้าอกผู้เสียหาย เป็นจังหวะมีรถยนต์ผ่านมาผู้เสียหายได้ตะโกนร้องขอความช่วยเหลือ นายวิศรุต ตกใจจึงได้วิ่งหลบหนีไป

จุดที่ 2 เหตุเกิดวันที่ 17 ก.พ.62 เวลา 22.00 บนสะพานลอยข้ามถนนปากซอยรัตนาธิเบศร์ 18 ผู้เสียหายเป็นนักศึกษา กำลังเดินข้ามสะพานลอย คนร้ายได้เดินสวนบนสะพานลอยแล้วล็อคคอก่อนจะจับหน้าอกและอวัยวะเพศ ก่อนวิ่งหลบหนีไปโดยใช้เวลาทำแผนนานกว่า 1 ชม.

พ.ต.อ.กิตติศักดิ์ เที่ยงกมล กล่าวว่า หลังเกิดเหตุเมื่อวันที่ 13 ได้สั่งการให้ตำรวจชุดสืบสวนลงพื้นที่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดในที่เกิดเหตุพบว่ามีกล้องสามารถบันทึกภาพขณะคนร้ายเดินตามผู้เสียหายไปก่อเหตุอนาจาร จึงได้นำกำลังซุ่มดูคนร้าย ซึ่งคาดว่าน่าจะมาก่อเหตุอีก กระทั่งวันที่ 17 ที่ผ่านมาได้รับแจ้งจากหญิงสาวอีกรายว่าถูกคนร้ายก่อเหตุอนาจารบริเวณสะพานลอยปาก ซ.รัตนาธิเบศร์ 18 และมีรูปพรรณตรงกับคนร้ายที่ก่อเหตุรายแรก

จนวันที่ 18 มีนาคม 62 เวลา 22.00 น.เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนที่เฝ้าอยู่พบชายต้องสงสัยกำลังยืนอยู่บนสะพายลอยมีรูปพรรณตรงกับภาพของคนร้ายในกล้องวงจรปิด จึงได้เชิญตัวมาสอบสวนที่สภ.รัตนาธิเบศร์ พร้อมประสานผู้เสียหายมาดูตัวซึ่งผู้เสียหายทั้ง 2 รายชี้ตัวยืนยันว่าเป็นคนร้ายที่ก่อเหตุ จึงควบคุมตัวแจ้งข้อหากระทำอนาจารผู้อื่นโดยใช้กำลังประทุษร้าย และอยากฝากเตือนถึงหญิงสาวที่ต้องเดินทางตามลำพังในช่วงกลางดึกให้คอยสังเกตุรอบตัวว่ามีใครเดินตามมาข้างหลังหรือเปล่าและถ้าเป็นไปได้ควรจะมีเพื่อนร่วมทางขณะเดินทางกลับก็จะเป็นการป้องกันการก่อเหตุของคนร้ายได้

เลือกตั้ง62 : ‘อนุทิน’ ลงพื้นที่ปัตตานี ชูนโยบายคนพื้นที่ดูแล 3 จังหวัดใต้

“อนุทิน” ลงพื้นที่ปัตตานี ชูนโยบาย คนพื้นที่ดูแล 3 จังหวัดใต้ ย้ำ Thailand first แก้ปัญหาประมง

วันนี้ 19 กุมภาพันธ์ 2562 นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย, นายสรอรรถ กลิ่นประทุม ประธานคณะกรรมการที่ปรึกษาพรรค,แพทย์หญิงเพชรดาว โต๊ะมีนา ผู้สมัครแบบบัญชีรายชื่อ และทีมผู้สมัครจังหวัดปัตตานี ลงพื้นที่สมาคมประมง จังหวัดปัตตานี เพื่อรับฟังปัญหาชาวประมง

นายอนุทิน กล่าวว่า จากการรับฟัง เท่าที่ทราบ ชาวประมง ปัตตานี เจอปัญหาเนื่องจากกฎระเบียบของรัฐไม่สอดคล้องกับความเป็นจริงในการเลี้ยงชีพ ตนเคยเห็นชาวบ้านจมเรือทิ้งต่อหน้าต่อตา ถ้าวันหนึ่ง ตนมีอำนาจรัฐ จะช่วยเหลือประชาชน จะฟังประชาชน เพราะประชาชน เลือกเราเข้ามา ยิ่งกว่านั้น ตามหลักแล้ว รัฐบาลมีหน้าที่ดูแลประชาชน

กฎหมายไทยมีปัญหา มีเรื่องความจุกจิกอยู่สูง ตอนตนเป็น รัฐบาล ปัญหาเหล่านี้หายไป แต่พอตนออกไป ปัญหาก็กลับมาเหมือนเดิม เราต้องทลายข้อจำกัด ลดอำนาจรัฐ เพื่อปากท้องประชาชน เป็นเจตนารมที่ต้องปฏิบัติ ตนชอบคนหนึ่งที่บอกว่า ยูเอ็นไม่ใช่พ่อ แต่เรื่องของท่าน ตนไม่อยากพูดถึง สำหรับตน เมื่อผมคิดถึงประโยชน์เป็นใหญ่ เมื่อทำเพื่อประชาชน ประชาชนต้องปกป้องตน

“ตนนี่ thailand first ตัวจริง ไม่แคร์หรอกว่าใครจะมองเรายังไง แต่ถ้าคนไทยมีความสุข คือจบ พรรคภูิมใจไทย ไม่เคยติดหนี้ใคร เราไม่ต้องทดแทนคุณใคร แต่ถ้าท่านเลือกเราเข้ามา เราตอบแทนประชาชน”

นายอนุทิน กล่าวอีกว่า สำหรับสถานะของพรรคภูมิใจไทย เรามีโอกาสสูงที่จะได้เป็นรัฐบาล และได้ทำงานรับใช้พี่น้อง ยกเว้น เขาจะไม่สนับสนุนนโยบายเรา ก็ร่วมงานกันไม่ได้

เมื่อถามถึงความมั่นใจของพรรคภูมิใจไทย ในพื้นที่ปัตตานี นายอนุทิน กล่าวว่า พรรค มี ส.ส. คนแรกของภาคใต้ เป็นคนปัตตานี แม้เขาจะย้ายไปแล้ว แต่เราต้องได้ ส.ส. ที่นี่ ชื่อหมอเพชรดาว โต๊ะมีนา พรรคสนับสนุนให้คนพื้นที่ มีโอกาสทำงานรับใช้พื้นที่ ดีกว่าเอาคนนอกที่ไม่รู้เรื่องมาทำงาน

ยิ่งลงพื้นที่ เห็นคนภูมิใจไทยทำงาน ยิ่งสบายใจ สำหรับ เรื่องความตกต่ำของราคาปาล์ม ราคายางมันต้องมีทางแก้

พรรคเห็นว่าปาล์ม เราเอาไปสกัดเป็นเชื้อเพลงได้ แน่นอนว่าต้นทุนสูงขึ้น แต่ดีกว่า ต้องเอาเงินของชาติไปซื้อพลังงานจากต่างชาติ ปล่อยให้พี่น้องชาวสวนปาล์มย่ำแย่ เรามีกองทุนสำรอง เราต้องจัดการได้

เรื่องยางก็เช่นเดียวกัน เราต้องแบ่งปันกำไร ปลายทางรวย ต้นทางต้องรวย ทุกวันนี้ เราถูกกดขี่โดยพ่อค้า ที่ไม่ให้เกษตรกรเข้ามาแปรรูปยาง พรรคสนับสนุนให้แต่ละชุมชน มีโรงงานแปรรูป การแปรรูปจะไม่ใช่กิจกรรมผูกขาดอีกต่อไป

“ถ้าพรรคภูมิใจไทยรับเงินพ่อค้านายทุนมา เราไม่กล้าแตะเขา แต่เราไม่รับ เรากล้าทำแน่นอน ที่ผ่านมา มีคนมาช่วยเรา เราพบว่าเขามีเจตนาไม่ดี เราก็ไม่รับการช่วยเหลือ เพราะเราอยากทำงานให้พี่น้องประชาชน เราเป็นคนบ้า เพราะคนบ้ามีความกล้า เราต้องกล้าช่วยเหลือพี่น้องประชาชนโดยไม่ต้องกลัวอิทธิพลใดทั้งสิ้น”

นายอนุทิน กล่าวเพิ่มเติมว่า ในสามจังหวัดชายแดนใต้ ตนเสียดาย มันไม่สงบสุข แต่บ้านเมืองสวยงาม น่าผลักดันเป็นแหล่งท่องเที่ยว จากนี้ เราต้องทำให้คนมั่นใจว่า มาแล้วมีความสุข ให้คนมาเที่ยว ถ้าสำเร็จ บ้านเมืองจะมีรายได้เพิ่มขึ้นแน่นอน

ปัญหา 3 จังหวัดชายแดนใต้ มีสาเหตุ ถ้าเรามาดี ไม่มีปัญหา ถ้าคิดเป็นอื่น วุ่นวายแน่นอน ตนพูดจากประสบการณ์ สมัยเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ตนลงใต้ ไม่เคยมีระเบิด เพราะลงมาช่วยคน

ด้าย นายสรอรรถ กลิ่นประทุม ประธานคณะกรรมการที่ปรึกษาพรรค กล่าวว่า ปัญหาประมง มีความสำคัญมาก ซึ่งที่ผ่านมาพรรคไม่เคยมี ส.ส. ซึ่งอยู่ในพื้นที่เกี่ยวกับการประมงเลย แต่เราไม่ทอดทิ้ง ใครมีปัญหาท่านมาคุยกับหมอเพชรดาว รวมไปถึงผู้สมัครในพื้นที่ของท่านได้เลย หลังเลือกตั้ง ถ้าภูมิใจไทยได้ทำงาน เราปฏิบัติได้ทันที บุคคลากรของพรรคภูมิใจไทยมีความสามารถ และเคยดูแลกระทรวงเกษตรมาก่อน

“ตนมาคุยกับชาวประมง ให้คำมั่นขนาดนี้ เราไม่ขายฝันแน่นอน เราลงมาเพราะเรามีความจริงใจ และตั้งใจที่จะทำ ถ้าทำไม่ได้ ท่านจะด่าจะว่าได้เลย”

นอกจากการลงพื้นที่สมาคมประมง การลงพื้นที่ในวันนี้ นายอนุทิน และคณะได้เดินทางไปยังวัดช้างไห้, ศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว เพื่อขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ก่อนเดินทางไปยังโรงเรียนพีระยา นาวิน คลองหินวิทยา อ.โคกโพธิ์ เพื่อรับฟังปัญหาการศึกษา ตลอดการลงพื้นที่มีประชาชนให้ความสนใจเป็นจำนวนมาก

ทั้งนี้ ผู้สมัครพรรคภูมิใจไทย จับหวัดปัตตานี ประกอบไปด้วย เขต 1 นายบัณฑิต อับดุลบุตร เขต 2 นายอับดุลบาซิม อาบู เขต 3 นายอับดุลกอฮาร์ อาแวบูเต๊ะ เขต 4 นายมูฮัมหมัดอาลาวี บือแน

เลือกตั้ง 62 : ‘สุดารัตน์’ เชื่อ 24 มี.ค. ยังมีเลือกตั้ง แม้มีเหตุการณ์ต่างๆ มาแทรก

“สุดารัตน์” เชื่อการเลือกตั้งยังมีในวันที่ 24 มีนาคม แม้จะมีเหตุการณ์ต่างๆ มาแทรก ขอเคารพเสียงประชาชน หลังยอดผู้ลงทะเบียนล่วงหน้าสูง ไม่ตอบโพลสำรวจคะแนนนิยมพลเอกประยุทธ์นำ ชี้คนตัดสินคือประชาชนทั้งประเทศ

คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย กล่าวภายหลังขึ้นเวทีปราศรัยอำเภอเมือง จ.อำนาจเจริญ ต่อกรณีการเดินทางไปตรวจราชการ ของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี บ่อยครั้ง ในช่วงก่อนการเลือกตั้งว่า เจตนาเป็นอย่างไรประชาชนมองออก ทั้งวิธีการเข้าสู่อำนาจ การร่างกติกาใช้อำนาจรัฐมาเอารัดเอาเปรียบซึ่งมองเห็นว่ามีนัยยะว่าทำงานเพื่อประโยชน์ของประชาชนหรือหวังผลทางการเมือง และจะเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสมหากจะใช้อำนาจรัฐ อำนาจเงินไปสร้างคะแนนนิยม แต่ไม่สามารถ ห้ามผู้มีอำนาจได้

ทั้งนี้ คุณหญิงสุดารัตน์ เชื่อว่าการเลือกตั้ง ยังเกิดขึ้นในวันที่ 24 มีนาคม 2562 เมื่อมองจากกระแส รวมถึงการลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้า สะท้อนว่า การเลือกตั้งที่กำลังจะเกิดขึ้นเป็นการเลือกตั้ง ที่ประชาชนฝากความหวังไว้ เป็นเครื่องชี้วัดว่า จากนี้เศรษฐกิจของประเทศจะฟื้นได้หรือไม่ การเลือกตั้งจึงต้องเป็นการเลือกตั้งที่ได้รับความเชื่อมั่น ต้องปราศจากการซื้อเสียง การใช้อำนาจ ข้าราชการ ใช้ทรัพยากรของรัฐเพื่อพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งต้องไม่เกิดขึ้น เพราะหากการเลือกตั้งไม่บริสุทธิ์ยุติธรรมจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อเศรษฐกิจ จึงฝากไปถึงคณะกรรมการการเลือกตั้งให้ควบคุมและจัดการเลือกตั้งให้เป็นไปด้วยความบริสุทธิ์ ไม่ปล่อยให้เกิดการซื้อเสียง ไม่ปล่อยให้โกงการเลือกตั้ง

ส่วนผลการเลือกตั้ง หรือคะแนนนิยมจะมีทิศทางอย่างไรนั้นให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสิน เพราะการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นการเลือกตั้งอย่างมียุทธศาสตร์ ไม่ใช่ไปเลือกเพราะรักใครหรือชอบใคร แต่ประชาชนต้องเลือกอนาคตว่า จะเลือกที่จะอยู่มีชีวิตอย่าง 4-5 ปีที่ผ่านมาว่าพอใจหรือไม่ หากไม่พอใจก็ต้องเลือกพรรคการเมืองฝั่งที่ไม่ต่อท่ออำนาจให้พลเอกประยุทธ์ อย่างถล่มทลาย