เก็บตกเหล่าทหารกล้า ‘หน่วยคอบร้าโกลด์’ กับฝรั่งหนุ่มตาน้ำข้าว

เรียกว่าเป็นหนึ่งในสีสันของการฝึกคอบร้าโกลด์ ครั้งที่ 38 การฝึกร่วมผสมกันของทหารนาวิกโยธิน 3 ประเทศ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา เกาหลีใต้ และ ไทย โดยในปีนี้มีกำลังเข้าร่วมกว่า 4,500 นาย แต่สิ่งสำคัญที่ถูกจับตามองทุกปี คงหนีไม่พ้นความหล่อของเหล่าทหารกล้า

งานนี้ ผู้สื่อข่าว MThai ได้ลงพื้นที่ไปเก็บภาพทหารหนุ่มตาน้ำข้าวมาฝากคุณผู้อ่าน ที่ถึงแม้แดดประเทศไทยจะแรงแค่ไหน ก็ยังคงขาวสว่างเด่นมาแต่ไกล จนสะดุดตาสุดๆ กันไปเลย

ทั้งนี้ คอบร้าโกลด์ เป็นการฝึกร่วมผสมทางการทหารระดับพหุภาคีที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีในประเทศไทย เริ่มครั้งแรกจากการฝึกทวิภาคีระหว่างประเทศไทยกับสหรัฐอเมริกาเมื่อปี พ.ศ. 2525 ต่อมาได้เปลี่ยนเป็นแบบพหุภาคีโดยมีประเทศอื่น ๆ เข้าร่วม ได้แก่ สิงคโปร์ อินโดนีเซีย มาเลเซีย เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น โดยมีวัตถุประสงค์ของการฝึกคอบร้าโกลด์ คือ ปรับปรุงการทำงานร่วมกัน แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างชาติต่างๆ ที่เข้าร่วมในการฝึก

นักวิ่งกว่า 500 คน ร่วมวิ่งระดมทุนช่วยสภากาชาดไทยซื้อเครื่องกระตุกหัวใจไฟฟ้า

นักวิ่งกว่า 500 คน ร่วมวิ่งสะสมระยะทาง ระดมทุนบริจาคช่วยสภากาชาดไทยซื้อเครื่องกระตุกหัวใจไฟฟ้า

นักวิ่งจิตอาสาจากจังหวัดเชียงใหม่และจังหวัดใกล้เคียงกว่า 500 คน รวมตัวกันที่ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติเชียงใหม่ เพื่อร่วมวิ่งในกิจกรรม “กระตุกหัวใจ Virtual Run 10,000,000 Km.” ซึ่งเป็นการรวมพลังของเหล่านักวิ่งเพื่อสะสมระยะทางให้ได้ 10 ล้านกิโลเมตร เพื่อเปลี่ยนเหงื่อเป็นเงินบริจาค 10 ล้านบาท โครงการนี้สภากาชาดไทยจัดขึ้นเพื่อระดมทุนจัดซื้อเครื่องกระตุกหัวใจไฟฟ้าชนิดอัตโนมัติ หรือ AED เพื่อส่งต่ออุปกรณ์ช่วยชีวิตประชาชน ไปยังชุมชนและหน่วยงานต่าง ๆ ทั่วประเทศ เพื่อใช้ในกรณีฉุกเฉิน

โครงการวิ่งกระตุกหัวใจ จัดขึ้นครั้งแรกโดยตั้งเป้าหมาย 2 ล้านกิโลเมตร ปรากฏว่าได้รับความสนใจ บรรลุเป้าหมายภายในระยะเวลาเพียง 7 วัน สภากาชาดไทยจึงต่อยอดความสำเร็จโดยการสร้างสถิติใหม่อีกครั้งในโครงการวิ่ง “กระตุกหัวใจ Virtual Run 10,000,000 Km.” (สิบล้านกิโลเมตร) ล่าสุดมีนักวิ่งทั่วประเทศสมัครร่วมวิ่งกับโครงการแล้วกว่า 2 แสนคน ขณะที่ได้ระยะทางสะสมของการวิ่งแล้วกว่า 4.8 ล้านกิโลเมตร

ล่าสุด สภากาชาดไทยจัดกิจกรรมรวมพลนักวิ่งฮีโร่ที่ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติเชียงใหม่ โดยนักวิ่งได้ร่วมแปลอักษรการแปลอักษรแสดงสัญลักษณ์เป็นรูป ‘ฮีโร่กระตุกหัวใจ’ เพื่อแสดงพลังความตั้งใจ นับเป็นภาพปรากฏการณ์ใหม่ของการวิ่งในประเทศไทย การรวมพลังครั้งนี้นอกจากจะเป็นการสะสมระยะทางให้สู่เป้าหมาย 10 ล้านกิโลเมตรแล้ว ยังเป็นการวิ่งเพื่อสุขภาพของทุกคนด้วย

คุณหญิงชฏา วัฒนศิริธรรม เหรัญญิกสภาการชาดไทย ประธานปล่อยตัวนักวิ่งครั้งนี้ ขอบคุณนักวิ่งจิตอาสาทุกคนที่มาร่วมกันแสดงพลังเพื่อระดมทุนครั้งนี้ และหวังว่าภาพกิจกรรมครั้งนี้จะถูกถ่ายทอดและกระตุ้นให้คนไทยทั่วทุกภูมิภาคออกมาร่วมกิจกรรมที่จะได้ทั้งสุขภาพและสร้างกุศลไปพร้อมกัน โดยโครงการนี้สภากาชาดไทยจะจัดวิ่งในภูมิภาคอื่นและสิ้นสุดโครงการในวันที่ 17 มีนาคม นี้

ส่วนใครที่ไม่มีโอกาสเข้าร่วมกิจกรรม สามารถบริจาคตรงสู่สภากาชาดไทยได้ที่หมายเลขบัญชี ธนาคารกสิกรไทย เลขที่บัญชี 623-1-0096-6 และ ธนาคารไทยพาณิชย์ เลขที่บัญชี 045-304670-2

เลือกตั้ง62 : ‘สุวัจน์’ ลงพื้นที่ช่วยผู้สมัคร รับฟังปัญหาชาวบ้าน

สุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติพัฒนา (ชพน.) ลงพื้นที่ช่วยผู้สมัคร รับฟังปัญหาชาวบ้าน

วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2562 ที่บริเวณจุดชมวิวแหลมคอกวาง ต.นาทุ่ง อ.เมือง จ.ชุมพร นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติพัฒนา (ชพน.) พร้อมด้วย พล.อ.ฐิติวัจน์ กำลังเอก รองหัวหน้าพรรค ชพน. นายปกครอง ผาสุกยืด รองหัวหน้าพรรค ชพน.ได้ลงพื้นที่เพื่อช่วยรณรงค์หาเสียงให้ผู้สมัคร ส.ส.ชุมพร แบบแบ่งเขตเลือกตั้งทั้ง 2 เขตของพรรค ชพน.โดยมี นางสุวิชาดา พุทธเกิด ผู้สมัคร ส.ส.ชุมพร เขต 1 นายกฤษณะ ศุภสุทธิ์ ผู้สมัคร ส.ส.ชุมพร เขต 2 และตัวแทนชาวประมงพื้นบ้าน ตัวแทนผู้ประกอบการท่องเที่ยว และตัวแทนนักศึกษาภาควิชาการท่องเที่ยวและโรงแรม วิทยาลัยอาชีวศึกษาชุมพร ร่วมกันให้การต้อนรับประมาณ 200 คน

นายสุวัจน์ ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนว่า ที่ผ่านมา พรรค ชพน.ยังไม่เคยได้ ส.ส.ในภาคใต้ แต่ขณะนี้สถานการณ์เปลี่ยนไป พรรค ชพน.จึงจะทำให้ดีที่สุดในบรรยากาศใหม่ที่ประชาชนต้องการเห็นการแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่ชัดเจน ทั้งเรื่องเศรษฐกิจ การยุติปัญหาความขัดแย้งต่างๆ พรรค ชพน.จะนำเสนอนโยบายให้ประชาชนได้เห็นการเมืองรูปแบบใหม่ โดยเฉพาะการแก้ปัญหาเรื่องปาล์ม ยางพารา การประมง ตามนโยบายก้าวหน้าก้าวไกล ด้วยกองทุนช่วยเหลือเกษตรกร รวมทั้งในเรื่องการศึกษาเกี่ยวกับกองทุนในด้านต่างๆ ด้วย

นายสุวัจน์ กล่าวว่า พรรค ชพน.ยึดหลักสายกลาง ขณะที่บ้านเมืองมีปัญหาความขัดแย้งเช่นนี้ พรรค ชพน.พร้อมที่จะเข้ามาแก้ปัญหาความขัดแย้ง ด้วยการทำงานการเมืองแบบสร้างสรรค์ โดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ ที่จะทำให้เกิดความขัดแย้งมากขึ้น ตามหลักการที่อดีตหัวหน้าพรรคคือ พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ เคยพูดเสมอว่า การเมืองขอให้จบเป็นยกๆ ไป หากเลือกตั้งจบ ความขัดแย้งก็ควรจบ ด้วยคำพูดที่ว่าไม่มีปัญหา หรือ No Problem
ส่วนกรณีมีการพูดว่าการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นการต่อสู้ระหว่างฝ่ายประชาธิปไตยกับฝ่ายเผด็จการนั้นตนไม่ทราบ ทราบแต่ว่าบ้านเมืองขณะนี้ต้องการการปรองดอง หันหน้าเข้าหากัน ภายใต้การแข่งขันแบบสร้างสรรค์เหมือนกีฬา ใครชนะก็เป็นรัฐบาล ใครแพ้ก็เป็นฝ่ายค้านไป แล้วร่วมกันทำงานเพื่อชาติบ้านเมือง ในอดีตเคยมีที่ฝ่ายรัฐบาลเสนอโครงการดีๆ แล้วได้รับการสนับสนุนจากฝ่ายค้าน หรือฝ่ายค้านมีนโยบายอะไรดีๆ แล้วรัฐบาลเห็นด้วย ก็จะรับไปทำ แต่ในช่วงหลังๆ เราไม่ค่อยเห็นบรรยากาศเช่นนั้น

“หลังการเลือกตั้ง ไม่ว่าพรรค ชพน.จะได้ร่วมรัฐบาลหรือต้องเป็นฝ่ายค้าน เราพร้อมที่จะสานต่อโครงการไทยแลนด์ ริเวียร่า ที่ผมกับ ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เคยริเริ่มเอาไว้ แต่ต้องหยุดชะงักไปเกือบ 10 ปี เพื่อให้ภาคใต้ภาคตะวันออกเกิดการพัฒนาทั้งเรื่องการท่องเที่ยว การคมนาคม การขนส่งสินค้า ตั้งแต่เพชรบุรี ชะอำ หัวหิน ปราณบุรี ประจวบฯ ชุมพร เหมือนริเวียร่าที่อยู่ตอนใต้ของฝรั่งเศส ซึ่งเป็นย่านการท่องเที่ยวที่สวยที่สุดในโลก เพราะพื้นที่ภาคใต้ก็มีความสวยงามในเรื่องการท่องเที่ยวไม่แพ้ที่ใดในโลก” นายสุวัจน์ กล่าว