ศาลสั่งคุ้มครอง ‘วอยซ์ ทีวี’ ชั่วคราว ไม่ต้องจอดำ

วานนี้ (15 ก.พ. 62) เมื่อเวลา 21.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศาลปกครองมีคำสั่งทุเลาการบังคับตามคำสั่งของ กสทช. ที่พักใช้ใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ฯ ช่องรายการ “วอยซ์ ทีวี” (VoiceTV) ไว้เป็นการชั่วคราว จนกว่าศาลจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น

โดยศาลพิเคราะห์เห็นแล้วว่า รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ให้ความคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของบุคคลซึ่งประกอบวิชาชีพสื่อมวลชน และสื่อมวลชนไว้อย่างชัดแจ้ง การที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 จะใช้อำนาจสั่งพักใช้ใบอนุญาตของผู้ฟ้องคดีได้ก็ต่อเมื่อเป็นกรณีที่มีข้อเท็จจริงปรากฏว่า ผู้ฟ้องคดีมีพฤติการณ์หรือการกระทำความผิดตามมาตรา 37 แห่งพระราชบัญญัติการประกอบกิจการกระจายเสียง และกิจการโทรทัศน์ พ.ศ. 2551 และปรากฏด้วยว่า มีความเสียหายอย่างร้ายแรงเกิดขึ้นอันเนื่องมาจากการกระทำดังกล่าว หากขาดองค์ประกอบใดองค์ประกอบหนึ่ง ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ย่อมไม่อาจออกคำสั่งพักใช้ใบอนุญาตของผู้ฟ้องคดีได้

เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่า ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 มิได้เสนอว่าการออกรายการของผู้ฟ้องคดีดังกล่าวเกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงหรือไม่อย่างไร และไม่ปรากฏว่าผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ได้พิจารณาในประเด็นความเสียหายอย่างร้ายแรง ก่อนมีมติออกคำสั่งกำหนดโทษทางปกครองให้พักใช้ใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ และประกอบกิจการโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิตอลของผู้ฟ้องคดี เช่นกัน

ในชั้นนี้จึงเห็นว่าคำสั่งกำหนดโทษทางปกครองดังกล่าวน่าจะไม่ชอบด้วยกฎหมาย หากให้คำสั่งกำหนดโทษทางปกครองดังกล่าวมีผลต่อไป อาจเกิดความเสียหายทางธุรกิจของผู้ฟ้องคดีที่มีการสั่งสมฐานผู้ชมและความเชื่อมั่น ซึ่งไม่อาจเรียกคืนได้ จึงเป็นการยากแก่การเยียวยาภายหลัง อีกทั้ง การทุเลาการบังคับตามคำสั่งทางปกครองดังกล่าวไม่เป็นอุปสรรคแก่การบริหารงานของรัฐหรือแก่บริการสาธารณะ เนื่องจากผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสอง ยังคงมีอำนาจหน้าที่กำกับดูแลผู้ได้รับอนุญาตประกอบกิจการโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิตอลรวมทั้งผู้ฟ้องคดีตามกฎหมาย

กรณีจึงมีเหตุสมควรที่ศาลจะกำหนดมาตรการหรือวิธีการเพื่อบรรเทาทุกข์ให้แก่ผู้ฟ้องคดีเป็นการชั่วคราวก่อนการพิพากษา โดยสั่งให้ทุเลาการบังคับตามคำสั่งกำหนดโทษทางปกครองให้พักใช้ใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ และประกอบกิจการโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิตอลของผู้ฟ้องคดี ตามหนังสือของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 ลงวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2562 ตามมาตรา 66 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 ประกอบกับข้อ 72 วรรคสาม แห่งระเบียบของที่ประชุมใหญ่ตุลาการ ในศาลปกครองสูงสุด ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2543 ไว้เป็นการชั่วคราวจนกว่าศาลจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น

ค่าฝุ่นละอองกทม.-ปริมณฑลวันนี้ ไม่มีพื้นที่ใดเกินมาตรฐาน

ค่าฝุ่นละออง กทม. – ปริมณฑลอยู่ในระดับดีมากถึงดี ไม่มีพื้นที่ใดเกินค่ามาตรฐาน

วันนี้(16 ก.พ. 62) สถานการณ์คุณภาพอากาศ ในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑล วันนี้พบคุณภาพอากาศอยู่ในระดับ คุณภาพดีมากถึงคุณภาพดีจากการตรวจสอบพบสารมลพิษทางอากาศได้แก่ ฝุ่นละออง ขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5), ฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 10 ไมครอน (PM10) และ ดัชนีคุณภาพ อากาศ (Air Quality Index : AQI) พบว่าไม่มีพื้นที่ใดที่คุณภาพอากาศเกินค่ามาตรฐาน

‘ทนายรณณรงค์’ มั่นใจ คดีตำรวจยิงนักศึกษาเทคโนฯ ดับ กระจ่างใน 2-3 วัน

‘ทนายรณณรงค์’ ยืนยันมั่นใจ คดีตำรวจยิงนักศึกษาเทคโนฯ ดับ กระจ่างใน 2-3 วัน แน่นอน

นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม เปิดเผยถึงความคืบหน้าหลังจากวานนี้ (15 ก.พ. 2562 ) ได้เดินทางไปยังกองบัญชาการตำรวจนครบาล เพื่อติดตามคดี นายเอกชัย บุญรัตน์ อายุ 22 ปี นักศึกษาเทคโนฯ แห่งหนึ่ง ชั้นปีที่ 4 คณะช่างยนต์ ที่ถูกตำรวจชุดปราบปรามยาเสพติด กองกำกับการสืบสวนนครบาล 4 ยิงเสียชีวิต

หลังกลับจากงานเลี้ยงของสถาบัน จุดเหตุเกิดบริเวณ ซอยร่มเกล้า 6 เมื่อช่วงเช้ามืดของวันที่ 11 ก.พ.ที่ผ่านมา ว่า เบื้องต้นได้รับรายงานว่า พันจ่าอากาศเอกนภัสกร บุญรัตน์ บิดาของนายเอกชัย บุญรัตน์ ผู้เสียชีวิต ได้เดินทางเข้าพบ ผกก.สน.มีนบุรี แล้ว แต่ไม่สามารถเปิดรายละเอียดได้ แต่มั่นใจว่าในคดีนี้จะมีความกระจ่างใน 2-3 วัน หรืออย่างช้า ภายในวันจันทร์ ที่ 18 ก.พ. 2562 อย่างแน่นอน

นายรณณรงค์ กล่าวเพิ่มเติ่มว่า หากทางตำรวจสามารถนำหนักฐานออกมาชี้แจงเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ ทางครอบครัวผู้เสียชีวิตก็จะไม่ติดใจอะไร ทั้งนี้ เนื่องจากที่ผ่านมา ทางครอบครัวได้ติดใจในสาเหตุการเสียชีวิตของนายเอกชัย และสงสัยว่าเจ้าหน้าที่กระทำเกิดกว่าเหตุ เพราะมีภาพวงจรปิดเห็นลักษณะคล้ายฝ่ายตำรวจยิงซ้ำหลังถูกควบคุมตัวแล้ว จึงต้องร้องขอความเป็นธรรมและขอให้ตำรวจออกมาชี้แจง