เลือกตั้ง62 : ธนาธรชี้! “อนาคตใหม่” มาแรง เพราะคนอยากเห็นความเปลี่ยนแปลง

“ธนาธร” ไม่หวั่น-มั่นใจปักธง “โคราช” รับกระแส “อนาคตใหม่” มาแรง เพราะคนอยากเห็นความเปลี่ยนแปลง

เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ ที่ จ.นครราชสีมา นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ นำทีมผู้สมัคร ส.ส.เขต สักการะอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี พร้อมประกาศปักธงในโคราชได้อย่างแน่นอน โดยผู้สมัครทั้ง 14 เขตเลือกตั้ง ได้แก่

เขต 1 นายวรพงศ์ โสมัจฉา
, เขต 2 นายพัลลภ เสนาดี
, เขต 3 นางสุดาวดี พูลวรสกุล
, เขต 4 นายปรัชญา เพชรวิสิทธิ์
, เขต 5 นายฉัตร เหล่ากำพี้
, เขต 6 นายประธาน คงเรืองราช
, เขต 7 นายทิพงษ์ รักษ์ศรี
, เขต 8 นายหนูแดง คุ้มกัน
, เขต 9 นายอนันต์ สินมานนท์, เขต10 นางพลินภัสส์ พิทักษ์ภูพันธ์
, เขต 11 นายภูดิส ทามนตรี, เขต 12 นายประสงค์ จงกลนี
, เขต 13 นายวรพจน์ บุ่นจันทึก และเขต14 นายปิยเมษฐ ปราณีตพลกรัง

ทั้งนี้ ในช่วงหัวค่ำวานนี้ (14 ก.พ.) นายธนาธรและคณะพบปะประชาชนที่ตลาดเซฟวัน ท่ามกลางการต้อนรับเนืองแน่น

นายธนาธร กล่าวว่า แม้พรรคอนาคตใหม่จะเป็นน้องใหม่สำหรับพื้นที่โคราช แต่ไม่ได้รู้สึกกดดัน เพราะผู้สมัครและพรรคมีจุดยืนที่ชัดเจนคือต้องการสร้างการเมืองใหม่ พรรคอนาคตใหม่ไม่ใช้เงินในการซื้อเสียง เพราะฉะนั้น ทุกคะแนนเสียงที่ได้รับ ถือเป็นความเชื่อใจของประชาชนที่ต้องการสร้างการเมืองใหม่ ต้องการเห็นความเปลี่ยนแปลงในประเทศไทย

ซึ่งนับตั้งแต่แรกที่ตัดสินใจทำพรรคการเมือง จนถึงวันนี้ พรรคอนาคตใหม่เดินทางมาไกลมาก พี่น้องประชาชนให้การต้อนรับเป็นอย่างดี นั่นเป็นเพราะอยากเห็นความเปลี่ยนแปลง ออกจากการเมืองแบบเก่าๆ ที่เห็นชัดเจนคือ การมาโคราชรอบนี้ พี่น้องชาวโคราชรู้จัก และให้การต้อนรับมากกว่าครั้งก่อนๆ สิ่งนี้แสดงให้เห็นถึงการเดินทางของพรรคอนาคตใหม่ที่มุ่งมั่นทำงานความคิดอย่างต่อเนื่องตลอด 9 เดือน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากนั้น นายธนาธร พร้อมด้วยผู้สมัคร ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ เดินทางไปยังมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลภาคอีสาน มีนักศึกษาให้ความสนใจพรรคอนาคตใหม่จำนวนมากเข้ามาขอถ่ายรูปด้วย โดยนายธนาธร กล่าวด้วยว่า ขอเชิญชวนน้องๆ นักศึกษาออกไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง เพราะการเมืองไม่ใช่เรื่องไกลตัว การเมือง ไม่ใช่เรื่องของผู้ใหญ่ อยากให้น้องๆ มาร่วมมือกันเปลี่ยนแปลงสังคม

วันนี้จนถึงวันที่ 24 มีนาคม ซึ่งเป็นวันเลือกตั้ง เหลือเวลาอีก 39 วัน ตนและผู้สมัครคนอื่นๆ ยังคงลงพื้นที่เพื่อนำเสนอนโยบายของพรรคอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในช่วงบ่ายและเย็นของวันนี้จะเดินทางต่อไปยัง จ.ชัยภูมิ

สรรพสามิต อุ้มผู้ปลูกยาสูบ เร่งจ่ายช่วย วงเงิน 159 ล้านบาท

นายณัฐกร อุเทนสุต ผู้อำนวยการสำนักแผนภาษี ในฐานะรองโฆษกกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า ตามที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2561 เห็นชอบโครงการให้ความช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกยาสูบที่ได้รับผลกระทบจากการลดปริมาณการรับซื้อใบยาสูบ เฉพาะฤดูการผลิต 2561/2562 ของการยาสูบแห่งประเทศไทย (ยสท.) และอนุมัติงบประมาณจำนวน 159.59 ล้านบาท จากงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2562 งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉิน หรือจำเป็น ตามข้อเสนอของกระทรวงการคลัง

ต่อมา เพื่อให้การปฏิบัติตามมติคณะรัฐมนตรีเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ กรมสรรพสามิต จึงได้มีคำสั่งกรมสรรพสามิต ที่ 806/2561 ลงวันที่ 28 ธันวาคม 2561 เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาการให้ความช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกยาสูบ โดยมีผู้ว่าการยาสูบแห่งประเทศไทย และผู้แทนธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การการเกษตร โดยได้มีการประชุมคณะกรรมการฯ 2 ครั้ง เมื่อวันที่ 15 มกราคม 2562 และวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2562 เพื่อพิจารณากำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการจ่ายเงินช่วยเหลือของโครงการฯ รวมถึง การตรวจสอบข้อมูลรายชื่อเกษตรกรผู้มีสิทธิได้รับเงินช่วยเหลือที่มีจำนวนมากกว่า 12,000 ราย

โดยที่ประชุมได้มีมติให้ในส่วนของกรมสรรพสามิตตรวจสอบข้อมูลจากการออกใบอนุญาตให้เพาะปลูกต้นยาสูบฤดูการผลิต 2560/2561 และ 2561/2562 พร้อมทั้งจัดส่งรายชื่อผู้ได้รับใบอนุญาตฯ ให้ ยสท เพื่อตรวจสอบกับข้อมูลรายชื่อเกษตรกรของ ยสท. ที่มีรายละเอียดถูกต้องครบถ้วนตรงกัน ซึ่งกลุ่มนี้มีเกษตรกรประมาณ 4,269 ราย วงเงินประมาณ 40 ล้านบาทเศษ และมอบหมายให้ ยสท. ดำเนินการจ่ายเงินช่วยเหลือในโครงการฯ ได้เป็นกลุ่มแรกภายในวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2562

สำหรับรายชื่อเกษตรกรกลุ่มอื่นของ ยสท ได้แก่ เกษตรกรผู้ปลูกใบยาสูบบ่มเองที่ได้รับโควตาแต่มีการโอนสิทธิ และเกษตรกรผู้ปลูกใบยาสูบภายใต้ผู้บ่มอิสระที่ได้รับโควต้า เพื่อให้การดำเนินการจ่ายเงินช่วยเหลือในโครงการฯ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ป้องกันการสวมสิทธิ การจ่ายเงินช่วยเหลือซ้ำซ้อน และการจ่ายเงินช่วยเหลือตามปริมาณโควตาที่ครบถ้วนถูกต้อง ที่ประชุมฯ จึงได้มอบหมายเพิ่มเติมให้ ยสท. ตรวจสอบสิทธิตามข้อเท็จจริง โดยเฉพาะกรณีกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกใบยาสูบภายใต้ผู้บ่มอิสระที่ได้รับโควตา ซึ่งอาจจำเป็นต้องกำหนดสัดส่วนการจ่ายเงินช่วยเหลือเยียวยาของโครงการฯ ที่สอดคล้องกับต้นทุนการผลิตที่ชัดเจนเป็นรูปธรรมโดยคาดว่า ยสท จะจ่ายเงินช่วยเหลือในโครงการฯ เสร็จสิ้นภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2562 โดยเร็วต่อไป

ผู้บริหาร-ผู้ดำเนินรายการ ‘วอยซ์ทีวี’ พบศาล ปมจอดำระงับออกอากาศ

ศาลปกครองกลาง เริ่มพิจารณาคำร้องขอคุ้มครองชั่วคราวคำสั่งทางปกครองของกสทช.ให้วอยซ์ทีวีระงับออกอากาศ 15 วัน

วันนี้ (15 ก.พ.) เวลา 10.00 น. ที่ศาลปกครอง นายเมฆินทร์ เพ็ชรพลาย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วอยซ์ทีวี จำกัด พร้อมด้วยนายประทีป คงสิบ ผู้อำนวยการสถานีโทรทัศน์วอยซ์ทีวี ช่อง 21 และผู้ดำเนินรายการ Wake Up News และ Tonight Thailand อาทิ หม่อมหลวงณัฏฐกรณ์ เทวกุล หรือ คุณปลื้ม, ลักขณา ปันวิชัย, วิโรจน์ อาลี, ชูวัส ฤกษ์ศิริสุข และธีรัตถ์ รัตนเสวี พร้อมด้วยฝ่ายกฎหมาย เดินทางเข้าพบศาล รับฟังการพิจารณาไต่สวนฉุกเฉิน หลังศาลปกครองกลางนัดพิจารณาคำร้องขอคุ้มครองชั่วคราวคำสั่ง กสทช.ให้วอยซ์ทีวีขึ้นจอดำ ระงับออกอากาศ 15 วัน

โดยเมื่อวานนี้ (14 ก.พ.) นายประทีป คงสิบ ผู้อำนวยการสถานีฯ เดินทางไปศาลปกครอง เพื่อยื่นคำร้องขอระงับคำสั่งฉุกเฉิน เพื่อให้สถานีฯ กลับมาออกอากาศได้ หลัง กสทช. พักใบอนุญาตทั้งช่องเป็นเวลา 15 วัน ระหว่างวันที่ 13-27 ก.พ. 2562 ซึ่งศาลรับคำร้องขอคุ้มครองฉุกเฉิน โดยนัดไต่สวนในวันนี้ (15 ก.พ.)

นายเมฆินทร์ กล่าวว่า ความเสียหายที่เกิดขึ้น ไม่ใช่ความเสียหายเป็นตัวเงิน แต่เป็นความเสียหายที่เกิดต่อสาธารณะและสังคมที่จะขาดโอกาสในการรับรู้เข้าถึงข้อมูลข่าวสารที่หลากหลาย รอบด้าน รวมทั้งมีความเสียหายต่อสถานีโทรทัศน์อย่างมาก จึงเลือกที่จะฟ้องศาลปกครองขอคุ้มครองชั่วคราว ส่วนผลการไต่สวนจะเป็นไปในทิศทางใดนั้น ตนน้อมรับตามดุลยพินิจของศาล