น่ารัก คุณครูเต็มไปด้วยสติกเกอร์รูปหัวใจ หลังลูกศิษย์แห่ติดในวันแห่งความรัก

กดไลค์ภาพคณะครูไม่ถือตัว ให้นักเรียนรุมติดสติ๊กเกอร์ มอบดอกไม้แสดงออกถึงความรักในวันวาเลนไทน์เดย์

วันนี้ (14 ก.พ. 2562) เพจ แจ้งข่าวชาวบุรีรัมย์ ได้มีการเผยแพร่ภาพน่ารักระหว่างครูและนักโรงเรียน ของแห่งหนึ่งที่แสดงความรักให้แก่กันในห้วงเทศกาลแห่งความรัก หรือวันวาเลนไทน์ในปีนี้

วันวาเลนไทน์, วันแห่งความรัก, วาเลนไทน์เดย์, ข่าวสดวันนี้
วาเลนไทน์เดย์

 

โดยภาพได้เผยให้เห็นว่า นอกจากนักเรียนที่จะเต็มไปด้วยสติกเกอร์รูปหัวใจ และดอกกุหลาบสีแดงแล้ว คุณครูที่อยู่ในโรงเรียนก็มีสติ๊เกอร์และดอกกุหลาบจำนวนมากไม่แพ้เด็กๆ เช่นกัน  ซึ่งสิ่งของที่แสดงออกถึงความรัก ที่บรรดาครูได้รับครั้งนี้ไม่ได้ซื้อ หรือจัดหามาเองเพื่อให้เขากับสถานการณ์ แต่เป็นเพราะเหล่านักเรียนที่มีใจรักคุณครูของพวกเขาจึงพากันใช้โอกาสวันสำคัญวันนี้บอกความรู้สึกให้ครูได้รับรู้ จึงทำให้เกิดภาพสุดน่ารักดังกล่าว

ขณะที่เพจดังกล่าวได้มีข้อความระบุว่า  ความรักของนักเรียนที่มีต่อคุณครู #สุขสันต์วันวาเลนไทน์ 14 กุมภาพันธ์ 2562 #ขอบคุณภาพจากโรงเรียนอนุบาลบ้านด่านบุรีรัมย์

ทั้งนี้นอกจากที่ จ.บุรีรัมย์ คณุจะถูกนักเรียนรุมติดสติกเกอร์เต็มตัวแล้ว ที่ จ.อุดรธานี ก็มีกิจกรรมน่ารักดังกล่าวเช่นกัน โดยผู้ใช้เฟซบุ๊ก Chamaiporn Samoron  ซึ่งเป็นครูสาวหน้าตาน่ารักรายหนึ่ง ถูกนักเรียนนำสติ๊กเกอร์มาติดตั้งแต่หัวจรดเท้าจนไม่มีที่ว่างหลงเหลือให้มองเห็นใบหน้า

หลังจากโรงเรียนที่ครูคนดังกล่าวสอนอยู่ ได้จัดกิจกรรมหา มิสวาเลนไทน์ ซึ่งมีกติกาคือครูท่านไหนได้สติกเกอร์กับนักเรียนเยอะสุดครูคนนั้นจะได้เป็นผู้ชนะได้ตำแหน่งมิสวาเลนไทน์ไป จนทำให้เธอมีสติ๊กเกอร์เต็มตัวอย่างเห็น พร้อมจะมีข้อความระบุว่า “พอเถอะลูก ครูรู้แล้วว่ารัก”

ซึ่งเมื่อทั้ง 2 ภาพดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไป ก็ทำให้มีคนส่งต่อและเข้าไปแสดงความเห็นจำนวนมาก โดยส่วนใหญ่ชื่นชมครูที่เปิดโอกาสให้เด็กได้แสดงออกโดยไม่ถือตัวหรือออกกฎห้าม พร้อมยกให้เป็นเรื่องราวดีๆ ที่เกิดขึ้นในวันวาเลนไทน์ปีนี้

ขอบคุณภาพและเรื่องราวดีๆ จาก แจ้งข่าวชาวบุรีรัมย์ และ โรงเรียนเทพปัญญา

ทหารพม่าเปิดศึกยิงปืนใหญ่โจมตีทหารไทใหญ่ เขตรอยต่อ อ.ปางมะผ้า

ทหารพม่าใช้ปืนใหญ่ขนาด 120 มม.ยิงโจมตีฐานที่มั่นระวังส่วนหน้าของทหารไทใหญ่ทั้งฟากติดบ้านหัวเมือง ตรงข้ามบ้านปางคาม อ.ปางมะผ้า จ.แม่ฮ่องสอน กับฟากดอยดำ อ.เวียงแหง จ.เชียงใหม่

เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2562 กระบอกเสียง กลุ่มกองทัพกู้ชาติแห่งรัฐฉาน เว็บไซต์ Tai Freedom รายงานเหตุ ทหารเมียนมาใช้ปืนใหญ่ยิงฐานที่มั่น 2 แห่ง ของกองทัพรัฐฉาน ซึ่งถือเป็นการละเมิดข้อตกลง “การหยุดยิง” ขณะที่ ประธานสภาเพื่อการกอบกู้รัฐฉาน หรือ RCSS ระบุเป็นการแสดงออกว่า ฝ่ายเมียนมา ไม่มีความจริงใจในการเจรจาสันติภาพของกองทัพกู้ชาติไทใหญ่ ( Shan State Army / SSA )

เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2562 เวลา 14.30 น.ที่ผ่านมา หลังแม่ทัพภาคตะวันออกกลาง และ แม่ทำภาคสามเหลี่ยม ได้สั่งการให้หน่วยทหารปืนใหญ่ของ 2 ทัพภาค ระดมยิงปืนใหญ่อัตตาจร ขนาด 120 มิลลิเมตร เข้าใส่ฐานป้องกันส่วนหน้า ดอยไตแลง โดยทหารพม่าใช้ฐานปืนใหญ่ที่บ้านแม่กุน ตรงข้ามช่องทางบ้าน ป่าโหล ต.นาปู่ป้อม อ.ปางมะผ้า จ.แม่ฮ่องสอน

ยิงใส่ฐานป้องกันส่วนหน้า กองร้อยรักษาความปลอดภัยฐานที่มั่นดอยไตแลง และ อีกฟากหนึ่งทหารพม่าได้ใช้ปืนใหญ่ขนาดเดียวกัน ยิงใส่ฐานป้องกันส่วนหน้า ฐานดอยดำ ใกล้ช่องทางบ้านเปียงหลวง ต.เวียงแหง อ.เวียงแหง จ.เชียงใหม่ โดยปืนใหญ่ได้สร้างความเสียหายและสร้างความตื่นตระหนกให้กับทหารไทใหญ่ ส่วนหนึ่ง

แหล่งข่าว สมาชิกกองทัพกู้ชาติแห่งรัฐฉาน ระบุว่า เมื่อเวลา 14.30 น. แม่ทัพภาคตะวันออกกลาง กองทัพพม่า เมืองโขหลำ ได้สั่งให้หน่วยทหารภายใต้บังคับบัญชา ที่ตั้งฐานปฏิบัติการณ์อยู่ในบริเวณพิกัดพื้นที่ “น้ำแม่กุน” อ.เมืองปั่น ใช้ปืนใหญ่ขนาด 120 มม. ยิงเข้าใส่ฐานที่มั่นกองร้อยรักษาความปลอดภัย บก.ดอยไตแลง จำนวน 1 นัด

โดยกระสุนได้ไปตกลงทางทิศใต้บริเวณเส้นทางเชื่อมต่อ “น้ำแม่กุน” และ “ฐานเป็งซาง” จากนั้น เวลาประมาณ 18.10 น. ทหารพม่าได้ใช้ปืนใหญ่ขนาดเดิม ยิงเข้าใส่ฐานที่ตั้งของกองร้อยรักษาความปลอดภัย บก.ดอยไตแลงอีก 2 นัด ทำให้กระสุนตกลงไปทาง “ห้วยน้ำสองเก” ซึ่งลาดลงสู่ตีนเนิน “ดอยสองนาง”

ในวันเดียวกัน เวลา 17.20 น. แม่ทัพภาคสามเหลี่ยม ทพม. (เมืองเชียงตุง) ได้ออกคำสั่งให้หน่วยทหารใต้บังคับบัญชา ใช้ปืนใหญ่ขนาด 120 มม. ยิงโจมตีฐานที่มั่นของ กองทัพกู้ชาติแห่งรัฐฉาน ( R.C.S.S./S.S.A ) บริเวณพื้นที่ ฐานดอยดำของกองทัพไทใหญ่ ฯ จำนวน 3 นัด โดยกระสุนตกเข้าใส่บริเวณตีนเนินของฐานที่มั่น “ดอยดำ”

ก่อนหน้าที่ทางหน่วยทหารพม่าจะ ยิงโจมตีกลุ่มกองทัพกู้ชาติแห่งรัฐฉาน เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2562 ทหารของกองทัพกู้ชาติแห่งรัฐฉาน จำนวน 50 นาย ได้ทำการจับกุม รถบรรทุกทหารของฝ่ายพม่า คันหนึ่ง หลังจากได้รับรายงานมาว่ามีการขนลำเลียงยาเสพติด จากการจับกุมและตรวจค้น กลับไม่พบยาเสพติด และมีนายทหารตำแหน่ง ผบ.พัน รวมอยู่ด้วย 2 นาย ซึ่งจะเดินทางจาก เมืองตองยี ไปยัง เมืองเชียงตุง

โดยกำลังของกองทัพกู้ชาติแห่งรัฐฉาน ได้ยึดยุทโธปกรณ์บนรถของทหารพม่า ไปทั้งหมด ทางกองทัพเมียนมาจึงไม่พอใจจึงแจ้งให้ ทางฝ่ายกองทัพกู้ชาติแห่งรัฐฉานนำสิ่งของมาส่งคืนทั้งหมด ไม่เช่นนั้นจะถูกตอบโต้อย่างหนัก จนเป็นสาเหตุให้ฐานที่มั่นหลัก ดอยไตแลงของกองทัพกู้ชาติแห่งรัฐฉานถูกโจมตีจากฝ่ายทหารพม่า

คลิปนาทีหนุ่มใจเหี้ยม ขับจยย.ชนคนเจ็บ หลังถูกเตือนห้ามขี่บนทางเท้า

เปิดหลักฐานล่าคนใจร้าย ซิ่งจักรยานยนต์ชนคนได้รับบาดเจ็บ ขณะยืนรอรถเมล์ หลังไม่พอใจถูกเตือนอย่าขี่รถบนทางเท้า

วันนี้ (14 ก.พ. 2562) ผู้คนในโลกออนไลน์ได้มีการส่งต่อคลิปจากผู้ใช้เฟซบุ๊ก ประเสริฐ แซ่อึ๊ง เพื่อเป็นหลักฐานให้ตำรวจเร่งติดตามล่าคนใจร้ายมาดำเนินคดี จากการที่เขาก่อเหตุขับรถจักรยานยนต์ชนคนยืนอยู่บนทางเท้าจนล้มลง หลังไม่พอใจที่ถูกเตือนไม่ให้ขี่รถบนฟุตปาธ

โดยคลิปได้เผยให้เห็นว่าระหว่างที่มีคนจำนวนหนึ่งยืนรอรถเมล์อยู่บนฟุตปาธริมทางนั้น ได้มีรถจักรยานยนต์คันหนึ่งขี่ย้อนศรขึ้นมาบนทางเท้า ทำให้ 1 ในคนที่ยืนรอรถเมล์ไม่ยอมหลีกทางให้ พร้อมพยายามพูดเตือนว่าไม่ควรทำอย่างนี้เพราะกฎหมายห้ามไว้ ทำให้คนขับรถจักรยานยนต์ไม่พอใจ ไปกลับรถด้านหน้าและพุ่งชนชายคนดังกล่าวล้มลง จนสร้างความตื่นตกในให้ผู้อยู่บริเวณดังกล่าวเป็นจำนวนมาก โชคดีที่ชายผู้บาดเจ็บไม่เป็นอะไรมาก

ทั้งนี้เมื่อคลิปได้เผยแพร่ออกไปก็ทำให้มีคนเข้าไปแสดงความเห็นจำนวนมาก โดยส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับการกระทำของคนขี่รถจักรยานยนต์ เพราะตัวเองทำผิดกฎแท้ๆ แต่กลับทำร้ายคนหวังดีจนได้รับบาดเจ็บได้ ขณะเดียวกันได้เรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งติดตามจับตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดี เพื่อจะได้เป็นตัวอย่างและไม่ให้ไปก่อเหตุดังกล่าวขึ้นซ้ำได้อีก

สำหรับการขี่รถจักรยานยนต์บนทางเท้านั้น แม้จะดูเป็นเรื่องเล็กน้อยในสายตาของผู้กระทำผิด แต่แท้จริงแล้วการกระทำดังกล่าวถือเป็นการละเมิดกฎและสิทธิของคนอื่นอย่างชัดเจน โดย พ.ร.บ.ทางบก กำหนดอัตราโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท หากมีผู้ฝ่าฝืนกฎหมายดังกล่าว

ขณะเดียวกันอาจเข้าข่ายความผิดกฎหมายอาญา  ฐาน ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ ตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 43 (4), 157, ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 390 โทษสูงสุด จําคุกไม่เกินหนึ่งเดือน ปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ถ้าได้รับบาดเจ็บสาหัส ผิดตาม ป.อาญา มาตรา 300 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และยังผิดข้อหา ขับรถบนทางเท้าโดยไม่มีเหตุอันสมควร ตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 43(7), 157, พ.ร.บ.รักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ. 2535 มาตรา 17, 56 โทษสูงสุด ปรับไม่เกินห้าพันบาทด้วย