ดราม่า!! รุ่นพี่ยืมเงินท้าไม่คืนให้โพสต์ประจาน สุดท้ายฟ้องเจ้าหนี้ พ.ร.บ.คอมพ์

หนุ่มรุ่นน้องสุดช้ำ!! รุ่นพี่ยืมเงินท้าไม่คืนให้โพสต์ประจาน สุดท้ายฟ้องเจ้าหนี้ พ.ร.บ.คอมพ์  โดนจับเข้าสถานพินิจฯ และอาจถูกตัดสิทธิ์การสอบเข้าเป็นนักเรียนนายสิบ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเพจเฟซบุ๊ก รถตระเวนข่าว V.2 ได้โพสต์เล่าเรื่องระหว่างเจ้าหนี้กับลูกหนี้คู่หนึ่ง ที่เจ้าหนี้แทบหมดอนาคต เพราะโพสต์ทวงเงิน 700 บาท ทางหน้าเฟซบุ๊ก ทั้งที่ลูกหนี้เป็นคนบอกเองว่า ถ้าไม่คืนตามกำหนดให้โพสต์ประจานได้เลย แต่เมื่อโพสต์จริงๆ กลับโดนฟ้องกลับทำให้เจ้าหนี้โดนจับเข้าสถานพินิจฯ และอาจถูกตัดสิทธิ์การสอบเข้าเป็นนักเรียนนายสิบอีกด้วย

โดยระบุเรื่องราวดังนี้… ทางเพจได้รับร้องเรียนจากครอบครัวเจ้าหนี้วัยรุ่นคนหนึ่ง เล่าให้ฟังว่า เคยให้ยืมเงินแก่รุ่นพี่ ซึ่งปัจจุบันเรียนอยู่มหาวิทยาลัยรัฐชื่อดัง จำนวน 700 บาท ซึ่งเจ้าตัวอ้างว่าไม่มีเงินติดตัวเลย เช้าวันรุ่งขึ้นจะโอนคืนให้ พอครบกำหนดเจ้าหนี้ก็ทวงเงินตามปกติ ลูกหนี้ก็บ่ายเบี่ยงต่าง ๆ นานา กระทั่งลูกหนี้โชว์แมนด้วยการกำหนดวันคืนเงินแบบชัวร์ ๆ พร้อมกำชับว่า หากถึงกำหนดพี่ยังไม่โอนคืนประจานได้เลยน้อง

สุดท้ายกำหนดการล่ม เพราะถึงกำหนดยังไม่ยอมคืน เจ้าหนี้เลยจัดให้ เพราะเห็นว่าเลื่อนมาแล้วหลายครั้ง ที่สำคัญพี่เป็นคนพูดเองว่าให้ประจานได้เลย ทางเจ้าหนี้ก็โพสต์หน้าเฟซบุ๊กตัวเอง จนเป็นกระแสในเพื่อนนักเรียนด้วยกัน มียอดไลก์นับพัน ยอดแชร์หลายร้อย พ่วงกองเชียร์ที่มาคอมเมนต์อีกจำนวนมาก ที่มาร่วมแฉพฤติกรรมลูกหนี้รายนี้ว่ามีคนโดนอีกเพียบ

ต่อมา ลูกหนี้บอกว่าโอนเงินคืนให้แล้วผ่านโมบายแบงก์กิ้ง แต่ระบบออนไลน์ล่ม เงินเลยยังไม่เข้า หลังจากนั้นก็โอนเงินคืนมาจริง ๆ ซึ่งผ่านไปเกือบสัปดาห์ จากที่ตอนแรกบอกว่าจะคืนให้ 11 โมงวันรุ่งขึ้น

ทางเจ้าหนี้จึงเข้าไปโพสต์แจ้งกับกองเชียร์ว่า พี่เขาคืนเงินมาแล้วนะครับ และหลังจากเรื่องผ่านไปประมาณ 1 ปี จู่ ๆ เจ้าหนี้รายนี้ถูกหมายศาลส่งมาเรียกตัวถึงบ้าน ในฐานะผู้ต้องหาคดีหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ตามความผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ เนื่องจากครอบครัวของฝ่ายลูกหนี้ เห็นโพสต์ดังกล่าวแล้วไปดำเนินการแจ้งความจนเป็นคดี

ขณะนี้ เจ้าหนี้วัยรุ่นคนดังกล่าว กลายเป็นผู้ต้องหาในคดี และถูกคุมตัวส่งสถานพินิจฯ ไปแล้ว นอกจากนี้ยังอาจถูกยกเลิกการสอบเข้าเป็นนักเรียนนายสิบอีกด้วย คดีนี้ต้องถามความคิดเห็นจากสังคมกันว่า… ใครผิด ใครถูก !?

อ่านเพิ่มเติมได้ที่… รถตระเวนข่าว V.2

เอาใจสาวๆ!! ช่อดอกไม้พร้อมเซ็ตเครื่องสำอาง ในวันวาเลนไทน์

ร้านขายเครื่องสำอางที่จังหวัดจันทบุรี เร่งห่อช่อดอกไม้พร้อมเซ็ตเครื่องสำอางให้กับลูกค้า เพื่อให้ทันวันวาเลนไทน์ หลังมีลูกค้าหนุ่มๆให้ความสนใจสั่งไปมอบให้แฟนสาวเป็นจำนวนมาก

ที่ร้านขายเครื่องสำอางในตลาดห้วยสะท้อน ตำบลทุ่งเบญจา อำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี นางสาวกรรณิการ์ ธนาพาณิชย์ เจ้าของร้านเครื่องสำอาง อ.แอมป์บิวตี้ กำลังเร่งจัดช่อดอกไม้พร้อมเซ็ตเครื่องสำอางที่มีลูกค้าสั่งทางออนไลน์เข้ามาเป็นจำนวนมาก ให้ทันมอบในวันวาเลนไทน์ โดยลูกค้าส่วนใหญ่ระบุว่าจะเอาอะไรบ้างในช่อดอกไม้นั้น เจ้าของร้านก็จะทำการจัดเซ็ตเครื่องสำอางมาใส่ให้ ทั้งลิปสติก อายแชโดว์ บลัชออน อายไลเนอร์ มาสคาร่า แป้งพัฟ

ซึ่งในช่อจะมีทั้งดอกไม้และเครื่องสำอาง สามารถเอาไปใช้ได้จริงนอกจากความสวยของดอกไม้แล้ว คนรับยังเอาไปแต่งให้สวยได้ด้วย เรียกได้ว่าสุขใจทั้งผู้ให้ ชอบใจทั้งผู้รับแน่นอน เนื่องจากส่วนใหญ่แล้วจะเป็นหนุ่มๆ ที่สั่งไปให้กับแฟนสาว ส่วนแฟนสาวก็สั่งช่อดอกไม้เพียงอย่างเดียว ซึ่งทางร้านก็รับจัดให้เช่นกัน หรือหากใครต้องการชุดสีเครื่องสำอางแบบไหน บอกเจ้าของร้านเหมือนกันด้วย เช่น เอาโทนสีชมพู โทนสีพีช โทนสีแดง

ด้านนางสาวกรรณิการ์ ธนาพาณิชย์ เจ้าของร้านเครื่องสำอาง บอกว่าไอเดียการจัดช่อดอกไม้เครื่องสำอางนี้มาจากลูกค้าประจำของร้าน ที่ต้องการเซอร์ไพส์แฟนสาว จึงให้จัดช่อเครื่องสำอางให้ในงบประมาณ 1,000 บาท หลังจากนั้นตนเลยลองนำดอกไม้มาจัดรวมกับเครื่องสำอางด้วย โดยกำหนดราคาเริ่มต้นตั้งแต่ 199 บาท ไปจนถึงราคาที่ลูกค้าต้องการ และนัดให้ลูกค้ามารับเพื่อไปมอบให้แฟน และยังมีน้องนักเรียนที่รู้จัก รับออเดอร์จากเพื่อนๆที่โรงเรียนมาให้ด้วย

ทำให้ในวันนี้ตนจัดช่อดอกไม้พร้อมเซ็ตเครื่องสำอางไปแล้วหลาย 10 ช่อ เป็นการมอบความสุขและความรักอีกแบบหนึ่งนอกจากดอกไม้เพียงอย่างเดียว ซึ่งหากเทศกาลไหน หรือวันเกิด วันรับปริญญา ลูกค้าต้องการ ตนก็จัดทำและส่งให้ได้เช่นกัน ซึ่งคาดว่าในวันพรุ่งนี้ซึ่งเป็นวันวาเลนไทน์จะมีลูกค้าสั่งกันตลอดทั้งวันแน่นอน โดยท่านใดที่สนใจสามารถติดต่อสั่งซื้อได้ที่ facebook อ้อม อ.แอมป์ หรือที่หมายเลขโทรศัพท์ 089-8331349

มหากาพย์ทุบ ‘ตึกตู้ปลา’ คณาจารย์ มธ.แถลงจี้ยุติใช้พื้นที่สร้างธนาคาร-ร้านกาแฟ

คณาจารย์ธรรมศาสตร์ แถลงคัดค้านคณะพาณิชย์ ปรับปรุงตึกตู้ปลา โดยเปิดให้เอกชนเข้ามาทำธุรกิจ ธนาคาร-ร้านกาแฟ หวั่นเข้าเช่าพื้นที่ผิดกฎหมาย

วันที่ 13 ก.พ. 2561 ที่โถงลิฟท์ชั้นล่าง คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ตัวแทนคณาจารย์จากคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี ม.ธรรมศาสตร์ร่วมกันแถลงข้อเรียกร้องของคณาจารย์ 48 ท่าน คัดค้านกรณีที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้ร่วมกับธนาคารแห่งหนึ่งและ ร้านกาแฟชื่อดัง ปรับปรุงพื้นที่ชั้น 1 ของตึกตู้ปลา ที่เดิมเป็นอาคารสำนักงาน เพื่อสร้างพื้นที่ iSpace และ iLab

ก่อนหน้านี้เหล่าคณาจารย์ได้รวมกลุ่มกันร้องเรียน ทั้งภายในโดยเอกสารเป็นทางการ เนื่องจากการรื้อถอนพื้นที่ส่วนสำนักงานในชั้น 1 ของ ‘ตึกตู้ปลา’ ของมหาวิทยาลัย โดยผู้บริหารให้ธนาคารแห่งหนึ่งและร้านกาแฟชื่อดังเข้ามาใช้พื้นที่ โดยไม่ได้ชี้แจงถึงรายละเอียดใด ๆ ทั้งการปรับปรุง ตกแต่งอาคารยังมีข้อกฎหมายบางประการที่ผูกพันมาตั้งแต่ปี 2560 ซึ่งอยู่ในระหว่างตรวจสอบของสำนักผู้ตรวจการแผ่นดิน และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ซึ่งเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้าง การออกแบบอาคารที่ยังไม่ได้ข้อสรุป

โดยแถลงการณ์ครั้งนี้ รศ.ดร. พันทิศา ภาวบุตร หนึ่งในตัวแทนของคณาจารย์ของคณะพาณิชย์และการบัญชี ยังได้กล่าวถึงกรณีที่กรรมการประจำคณะพาณิชย์ 2 ท่านที่เป็นกรรมการของธนาคารที่จะเข้ามาใช้พื้นที่ตึกตู้ปลา และอีกท่านหนึ่งเป็นผู้บริหารในระดับสูงของธนาคารแห่งนี้ นอกจากนั้นยังมีกรรมการประจำคณะพาณิชย์ มธ.ท่านหนึ่งเป็นสามีของผู้บริหารระดับสูง ที่เข้ามาร่วมลงนาม MOU ระหว่างธรรมศาสตร์และธนาคารดังกล่าวอีกด้วย

ขณะที่ทางฝั่งคณะพาณิชย์ฯ ได้ร่อนหนังสือมายังสื่อมวลชน ระบุถึงแผนปรับปรุงตึกตู้ปลาท่าพระจันทร์ เพื่อยืนยันความโปร่งใส โดยชี้แจงว่า โครงการดังกล่าวที่ร่วมกับเอกชน 2 แห่งนั้น ทำไปก็เพื่อประโยชน์ของนักศึกษาเอง ส่วนประเด็นเรื่องความร่วมมือภาคเอกชนระหว่างธนาคารแห่งนี้นั้น ทางคณะพาณิชย์ชี้แจงว่า เป็นแนวทางของมหาวิทยาลัยทุกแห่ง ที่ต้องการร่วมมือกับภาคเอกชนเ โดยเปิดให้เข้ามาเป็นพันธมิตรในรูปแบบต่าง ๆ ส่วนการปรับปรุงพื้นที่ตึกตู้ปลา ไม่ได้เป็นการยกพื้นที่ให้เอกชนดังที่เป็นข่าว แต่เป็นการร่วมมือทางวิชาการภายใต้ MOU ที่มีร่วมกันโดยระบุว่าธนาคารจะเป็นฝ่ายปรับปรุงพื้นที่ให้ ส่วนมหาวิทยาลัยจะจัดเก็บค่าเช่าอัตราเดียว ที่ให้กับธนาคารและผู้ประกอบการรายอื่น ๆ