เลือกตั้ง62 พปชร. เปิดนโยบาย เพิ่ม 50 สวน-รถเก่าแลกรถใหม่ ยันทำได้จริง

พปชร.เปิด นโยบายสิ่งแวดล้อม เพิ่ม 50 สวน 50 เขต พักกรุงเทพฯ 5/2 รถเก่าแลกรถใหม่ EV ลดทันที 1 แสนบาท ยืนยัน ทำจริง ทำได้ ทำทันที

ที่สวนเบญจสิริ พรรคพลังประชารัฐ นำโดยนายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรค นายณัฐพล ทีปสุวรรณ รองหัวหน้าพรรค นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ กรรมการบริหารพรรค และผู้สมัคร ส.ส. กทม.ร่วมกันแถลงเปิดนโยบายสิ่งแวดล้อมกรุงเทพมหานคร “ทำจริง ทำได้ ทำทันที” โดยก่อนการแถลงนโยบายนายอุตตมได้ขับรถตุ๊กตุ๊กไฟฟ้า หรือ EV มีนายณัฐพล และนายพุทธิพงษ์ ขับรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า นำขบวนเข้ามายังพื้นที่

นายอุตตม ระบุว่า นโยบายที่พรรคพลังประชารัฐจะเสนอวันนี้ สามารถทำได้ทันทีไม่ลังเล และทำได้จริง เห็นผลเป็นรูปธรรม ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่ม 50 สวน 50 เขต ให้ปอดสะอาดลาขาดฝุ่น เพิ่มเติมสวนในกรุงเทพฯ เขตละ 1 สวน คนกรุงเทพฯ จะได้มีพื้นที่สีเขียวมากขึ้น ช่วยลดฝุ่นเพิ่มออกซิเจน

รณรงค์ให้รถขนส่งสาธารณะเป็นรถไฟฟ้า หรือ EV ให้หมด เพื่อที่จะลดฝุ่นควันและช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของรถสาธารณะให้มีความทันสมัย สะดวก สบายสำหรับประชาชนยิ่งขึ้น ที่สำคัญยังลดมลพิษเพื่อสุขภาพและชีวิตที่ดีของคน กทม.

นอกจากนี้ เรามีนโยบายพักกรุงเทพ 5/2 คือ ก่อสร้าง 5 วัน หยุด 2 วัน สำหรับสิ่งก่อสร้างที่จะขออนุญาตสร้างใหม่ เพื่อลดฝุ่นลดการเกิดมลพิษทางเสียงในบริเวณนั้น ให้คน กทม. ได้พักปอด อีกทั้งยังให้ กทม. เป็นหนึ่งในมหานครแนวหน้าที่พวกเรามีคุณภาพชีวิตที่ดี

รวมไปถึงนโยบายรถเก่าแลกรถใหม่ที่เป็นรถไฟฟ้า รับส่วนลดทันที 1 แสนบาท เพื่อสนับสนุนให้คนไทยเปลี่ยนมาใช้รถไฟฟ้ามากขึ้น ลดมลพิษที่เกิดจากรถยนต์

ด้านนายพุทธิพงษ์ กล่าวว่า เราเป็นพรรคแรกๆ ที่ออกนโยบายไม่ใช่เฉพาะแค่ในกระดาษ แต่สิ่งที่เราคิดและนำเสนออกมาในวันนี้ สามารถทำได้จริงและทำได้ทันทีในทุกนโยบาย นอกจากนี้ พรรคพลังประชารัฐ ได้ตั้ง ครม.กทม.ของพรรค เพื่อเปิดนโยบายให้คน กทม. ทุกๆ วันอังคาร ตั้งแต่วันนี้ไปจนกว่าจะถึงวันเลือกตั้ง

กรมควบคุมมลพิษรายงานสถานการณ์หมอกควันวันที่ 12 ก.พ. 2562

กรมควบคุมมลพิษ รายงานสถานการณ์หมอกควันภาคเหนือ ประจำวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2562

ในวันนี้ กรมควบคุมมลพิษระบุว่าคุณภาพอากาศโดยรวมอยู่ในระดับดีถึงมีผลกระทบต่อสุขภาพ ปริมาณฝุ่นละอองมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเล็กน้อยหลายพื้นที่PM2.5 เฉลี่ย 24 ชั่วโมง มีค่าระหว่าง 28 – 141 มคก./ลบ.ม. (มาตรฐานไม่เกิน 50 มคก./ลบ.ม.) PM10 เฉลี่ย 24 ชั่วโมง มีค่าระหว่าง 44 – 166 มคก./ลบ.ม. (มาตรฐานไม่เกิน 120 มคก./ลบ.ม.)

กรมควบคุมมลพิษขอความร่วมมือประชาชนในพื้นที่ งดการเผาในที่โล่งเพื่อป้องกันการเพิ่มสูงขึ้นของฝุ่นละอองอย่างต่อเนื่อง และส่งผลกระทบต่อสุขภาพ ทั้งนี้ สามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศได้ทางเว็บไซต์ air4thai.pcd.go.th และ แอพลิเคชั่น air4thai

หนุ่มลาออกจากงาน เลี้ยงด้วงสาคูออร์แกนิคแช่แข็ง ส่งขายเมืองใหญ่

หนุ่มวัย 28 ปี ลาออกจากงานบริษัทเอกชน หันทำระบบฟาร์มสะอาด เลี้ยงด้วงสาคูแช่แข็งเจ้าแรกในจังหวัดตรัง

วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2562 นายธีระศักดิ์ นกรู้รัก อายุ 28 ปี เจ้าของวิเศษฟาร์มแมลง (แช่แข็ง) ตั้งอยู่เลขที่ 48 หมู่ 15 ต.เขาวิเศษ อ.วังวิเศษ นำผู้สื่อข่าวดูการบริหารจัดการฟาร์มเลี้ยงแมลงของตนเอง ที่ดำเนินการมาแล้วกว่า 1 ปี 6 เดือน จากการเริ่มต้นเลี้ยงจิ้งหรีด แต่ขณะนี้หันมาเลี้ยงด้วงสาคูออร์แกนิคแช่แข็งส่งขายเจ้าแรกในจังหวัดตรัง

นายธีระศักดิ์ กล่าวว่า ตนเองเรียนจบจากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ จากนั้นเข้าไปทำงานในบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง แต่เพราะเป็นคนชอบกินแมลงทอด จึงไปซื้อตามตลาดนัดต่างๆ แต่ราคาค่อนข้างสูง จึงคิดจะเลี้ยงเองอีกว่า จึงเริ่มเลี้ยงจิ้งหรีดประมาณ 4 – 5 บ่อ จากนั้นจึงเริ่มศึกษาเรื่องการเลี้ยงด้วยสาคู แรกๆทำประมาณ 60 กะละมัง

ปรากฏว่า ความต้องการของตลาดมีสูง จึงขยายมาจนถึงขณะนี้รวมประมาณ 1,400 กะละมัง กำลังการผลิตต่อเดือนขณะนี้ประมาณ 250 – 350 กก.ต่อเดือน และขณะนี้ก็มีตลาดเพิ่มมากขึ้น และมีแนวโน้มในเร็วๆ นี้จะทะลุไปถึง 500 กก.ต่อเดือน และคาดหวังว่าอนาคตภายภาคหน้าเคลียร์ตลาดด้านบนได้ก็จะเพิ่มเป็น 1 ตันต่อเดือน

ทั้งนี้ ของฟาร์มจะมีด้วงสาคูจำหน่าย 2 ชนิด คือ ด้วงสาคูสด กับด้วงสาคูแช่แข็ง (ด้วงสาคูฟีซ) แต่ประมาณ 90% จะขายเป็นด้วงฟีซ เพราะด้วงสดราคากิโลกรัมละ 200 บาท ถ้าใส่กล่องขายกล่องละ 100 บาท ส่วนด้วงสาคูแช่แข็ง (ด้วงสาคูฟีซ) จะต้องมีออเดอร์สั่งตั้งแต่ 60 กก.ขึ้นไป ในราคา 250 บาทต่อ กก.

แต่ถ้าเป็นราคาส่งก็จะขึ้นอยู่กับปริมาณที่สั่งซื้อ ทั้งนี้ ตลาดด้วงสาคูฟีซส่วนใหญ่จะส่งขายไป กรุงเทพฯ ภูเก็ต หาดใหญ่ สุราษฎร์ธานี และขณะนี้เตรียมทำตลาดส่งออกไปขายยังประเทศลาว และเวียดนาม ส่วนตลาดก็หาเองและพรรคพวกช่วยผ่านสื่อโชเซียล

สำหรับขั้นตอนการเลี้ยงด้วงสาคู เริ่มจากต้องหาต้นสาคูมาเป็นอาหาร จากนั้นนำมาบดน้ำแช่ไว้ 1 คืน จากนั้นนำสาคูบดมาผสมคลุกเคล้ากับอาหารไก่ หรืออาหารหมู จากนั้นเอามาเลี้ยงในกะละมัง โดยใส่น้ำลงไปให้ชุ่ม นำพ่อแม่พันธุ์จำนวน 3 คู่ปล่อยลงไป หรือใช้ตัวผู้ 2 ตัว เมีย 3 ตัว

จากนั้น ใส่กล้วยตัดท่อนลงไป 1 ผล เพื่อเป็นอาหารให้พ่อแม่พันธุ์ และนำกาบมะพร้าวมาฝังไว้ เพื่อให้พ่อแม่พันธุ์หลบซ่อนตัว แต่หลักการของฟาร์มตนเอง จะใช้หลักการเติมอาหารบ่อยๆทุกช่วงอายุ ครั้งละ 2 กก.โดยเติมครั้งแรกตอนด้วงอายุ 14 วัน ที่มีการคัดพ่อแม่พันธุ์ออก และเติมอีกครั้งตอน 35 วัน และรอจับในวันที่ 45

โดยใน 1 กะละมัง สามารถผลิตด้วงสาคูได้เท่าไรขึ้นอยู่ขนาดความกว้างของภาชนะ เช่น ของตนใช้กะละมังเบอร์ 50 ด้วงที่ได้ประมาณ 5 – 7 ขีด เพื่อไม่ให้หนาแน่นเกินไป โดยเฉลี่ยจะจำนวน 180 –200 ตัวต่อกก.

ส่วนสาเหตุที่หันมาทำด้วงฟีซขายแทนการขายสด เพราะว่าเราสามารถควบคุมด้านการตลาดได้ ทำให้สามารถกำหนดราคาได้ แต่ถ้าขายด้วงสดทั่วไปก็จะต้องขายปลีกตามตลาดทั่วไป

ซึ่ง วิธีการทำด้วงฟีซคือ เมื่อได้ด้วงสาคูแล้ว นำมาล้างน้ำสะอาด 2 ครั้ง จากนั้นต้มน้ำให้เดือด แล้วเอาด้วงสาคูใส่ลงในน้ำเดือดแล้วตักขึ้นทันที จากนั้นนำไปแช่ในน้ำเย็น แล้วนำเข้าช่องแช่แข็ง ก็จะได้ด้วงสาคูแช่แข็ง หรือด้วงฟีซ สามารถเก็บได้ยาวนาน เหมือนอาหารแช่แข็งทั่วไปตามห้างสรรพสินค้า

ทำอาหารได้สารพัดเมนูเหมือนทั่วไป เช่น ด้วงสาคูยำสมุนไพร,ผัดเผ็ดด้วงสาคู,ด้วงสาคูผัดพริกไทยดำ,ด้วงสาคูยำตะไคร้, ด้วงสาคูนึ่งมะนาว ,ด้วงสาคูผัดขี้เมา ,ด้วงสาคูต้มข่ามะนาว หรือด้วงสาคูอบชีส ส่วนมูลด้วงสาคูก็สามารถนำไปตากแดด ทำเป็นปุ๋ยสำหรับพืชผักผลไม้ได้ ราคาขายกระสอบละ 50 บาท

ใครที่สนใจจะสั่งซื้อด้วงสาคูแช่เข็งจากวิเศษฟาร์มแมลง หรือสนใจจะไปศึกษาดูงานติดต่อได้ ที่หมายเลขโทรศัพท์ 083 – 1847-664