กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศประจำวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2562

กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศประจำวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2562

พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก มีฝนฟ้าคะนองและมีลมกระโชกแรงบางแห่ง โดยประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน ขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรง ควรหลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้สิ่งปลูกสร้างและป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง รวมทั้งต้นไม้ใหญ่ สำหรับเกษตรกรควรระมัดระวังและป้องกันความเสียหายต่อผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย ส่วนภาคใต้มีฝนฟ้าคะนองเพิ่มขึ้น คลื่นลมบริเวณอ่าวไทยมีคลื่นสูง 1-2 เมตร

ทั้งนี้ บริเวณความกดอากาศสูงกำลังปานกลางจากประเทศจีนแผ่ลงมาปกคลุมภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และทะเลจีนใต้ ประกอบกับลมตะวันออกเฉียงใต้พัดนำความชื้นจากทะเลจีนใต้และอ่าวไทย เข้ามาปกคลุมประเทศไทยตอนบนซึ่งมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนฟ้าคะนองกับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง สำหรับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังแรงขึ้น ทำให้ภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้นในระยะนี้ ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยตอนล่างมีกำลังปานกลาง

กรุงเทพและปริมณฑล : มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่

ภาคเหนือ : มีอากาศร้อนในตอนกลางวัน กับมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30 ของพื้นที่ และมีลมกระโชกแรงบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดเชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง เชียงราย พะเยา แพร่ อุตรดิตถ์ ตาก กำแพงเพชร สุโขทัย พิษณุโลก และพิจิตร
ทางตอนบนของภาคอากาศหนาว

ภาคอีสาน : มีอากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่
กับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดชัยภูมิ นครราชสีมา
บุรีรัมย์ สุรินทร์ และศีรษะเกษ

ภาคกลาง : มีอากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่
กับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท กาญจนบุรี สุพรรณบุรี อ่างทอง สิงห์บุรี และ พระนครศรีอยุธยา

ภาคใต้ฝั่งตะวันออก : มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง บริเวณจังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด

ภาคใต้ฝั่งตะวันตก : มีเมฆบางส่วน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดกระบี่ ตรัง และสตูล

สุดทึ่ง!! ‘น้องยินดี’ เด็ก ป.3 ใช้มอสเปลี่ยนฝุ่น PM2.5 เป็นออกซิเจนในบ้าน

ทึ่งน้องยินดีเด็ก ป.3 ใช้มอสทำไบโอฟิลเตอร์ เปลี่ยนฝุ่นพีเอ็ม 2.5 เป็นออกซิเจนในบ้าน

เมื่อวานนี้ (11 ก.พ.62) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น้องยินดี หรือ เด็กหญิงยินดี รังษี วัย 8 ขวบ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนวารีเชียงใหม่ สาธิตวิธีการเลี้ยงมอสพันธุ์คริสต์มาสและการประยุกต์ทำเป็น “เครื่องไบโอฟิลเตอร์” สำหรับดูดฝุ่นละอองขนาดเล็ก ใช้ดูดซับฝุ่นควันและฟอกอากาศ พร้อมกับอธิบายการทำงานของไบโอฟิลเตอร์ เป็นภาษาอังกฤษและแปลเป็นภาษาไทยได้อย่างคล่องแคล่ว

น้องยินดี อธิบายว่า หากเครื่องดูดควันบุหรี่ หรือ ฝุ่นขนาดเล็กขนาด 2.5 ไมครอน หรือ PM 2.5 เข้าไป มอสจะเป็นตัวกรองและคอยดูดฝุ่นเอาฝุ่นละอองขนาดเล็กเข้าไป ก่อนจะคายออกซิเจนออกมาแทน ลักษณะการทำงานเหมือนกับเครื่องกรองอากาศ หากนำไปไว้ในห้องนอนก็จะทำหน้าที่กรองฝุ่นให้คุณภาพอากาศดีขึ้น

โครงงานนี้ น้องยินดีได้นำวิธีการเลี้ยงมอสส่งให้กับคุณครูในการวิชาวิทยาศาสตร์ด้วยจนได้คะแนนเต็มและน้องยินดี ยังได้ค้นคว้าหาความรู้ จุดประกายความคิด โดยในการเลี้ยงมอสพันธุ์คริสต์มาสนี้น้องยินดีค้นคว้าหาความรู้ด้วยตัวเองทางอินเตอร์เน็ต ซึ่งทั้งหมดเป็นภาษาอังกฤษ ก่อนนำมาทดลองเลี้ยงเองจนมีความเชี่ยวชาญและประยุกต์มาเป็นเครื่องไบโอฟิลเตอร์ที่ใช้การได้ดีอย่างที่เห็น

ขณะที่นายวันปิติ รังษี บิดาของน้องยินดีซึ่งเป็นวิศวกร เห็นแนวคิดของลูกสาวเป็นประโยชน์และสามารถใช้ได้จริง จึงให้คำแนะนำและช่วยกันทำกล่องฟิลเตอร์ หรือ เครื่องไบโอฟิลเตอร์ กรองฝุ่นขนาดเล็ก หรือ PM 2.5 ภายในบ้าน ให้กับน้องยินดีที่เป็นโรคภูมิแพ้ด้วย

นายวันปิติ บอกว่า ก่อนหน้านี้ได้พาน้องยินดีไปเที่ยวชมสวนมอส เมื่อกลับมาน้องยินดีจึงมีแรงบันดาลใจในการเลี้ยงมอส จึงนำแนวคิดของบุตรสาวมาทำเครื่องดูดฝุ่นละอองที่บ้าน โดยนำมอสมาทำเป็นแผ่นกรองฟิลเตอร์หลายชั้น นำไปใส่ในตู้กระจกและติดตั้งที่ดูดอากาศ จากนั้นทดลองจุดธูปให้ควันธูปลอยเข้าไปในตู้กระจกทิ้งไว้และเปิดใช้เครื่อง ทำการวัดค่า PM 2.5 ซึ่งในตอนแรกค่าจะขึ้นสูงถึงกว่า 600 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร จากนั้นใช้เครื่องวัดเป็นระยะ พบว่า มอสจะทำหน้าที่ดูดกินฝุ่นละเอียดขนาดเล็ก ภายใน 15 นาที ค่า PM 2.5 ลดค่าลงมาอยู่ในเกณฑ์ปกติ

หลังจากนี้จะนำแนวคิดของน้องยินดีไปจดสิทธิบัตรและทำวิจัยกับสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน ในการพัฒนา การดูดกินฝุ่นขนาดเล็กของมอส เพื่อเป็นการต่อยอดต่อไป

‘อ.ธรณ์’ โพสต์สุดปลื้มหลัง ‘ลูกเต่ามะเฟือง’ ฟักตัวที่หาดคึกคัก

ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ โพสต์สุดปลื้มหลังลูกเต่ามะเฟืองฟักตัวที่หาดคึกคัก  กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เผยลูกเต่ามะเฟืองฟักตัวที่หาด 49 ตัว

เมื่อวานนี้ (11 ก.พ.62) ผู้สื่อข่าวรายงานผู้ใช้เฟซบุ๊ก Thon Thamrongnawasawat หรือ ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ รองคณบดีฝ่ายกิจการพิเศษและประชาสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้โพสต์ภาพและข้อความถึงเรื่องมหัศจรรย์ที่เกิดขึ้นบนท้องทะเลไทย โดยเป็นภาพของลูกเต่ามะเฟืองที่แม่เต่ามาวางไข่ไว้ที่ จ.พังงา ได้ฟักตัวออกมา ซึ่งผู้โพสต์ระบุข้อความไว้ว่า

เพื่อนธรณ์ครับ นี่คือภาพที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของทะเลไทย
ภาพเดียวที่จะสยบได้ทุกความรู้สึก
ภาพเดียวที่จะตอบทุกคำถามได้ว่า ทะเลไทยฟื้นคืนไหม ?
ภาพที่จะตอบได้ว่า เราควรมีความหวังกับทะเลของเราไหม ?
ภาพที่จะบอกคนไทยว่า เรารักทะเลไปเพื่ออะไร ?
ภาพลูกเต่ามะเฟืองตัวน้อยกำลังโผล่ออกมาชมโลกเป็นครั้งแรก
#กำเนิดเต่ามะเฟือง
น่ารักๆๆ ดีใจจนไม่รู้จะเขียนอะไร
ขอบคุณแม่เต่าที่มอบลูกน้อยๆ แต่แข็งแรงให้ทะเลไทย
ขอบคุณคนพังงาทุกท่านที่ช่วยดูแลรังเต่าจนประสบความสำเร็จ
การกำเนิดของสัตว์หายากที่สุดของทะเลไทยครึ่งร้อย
ขอบคุณ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง สำหรับทุกๆ อย่างที่ทำมา
นี่คือภาพประวัติศาสตร์ของกรมทะเล เป็นผลงานที่ประจักษ์แจ้งชัดเจนยิ่ง
ขอบคุณ ๆๆ จนไม่รู้จะขอบคุณใครอีก
การรอคอยอันแสนนาน ในที่สุดก็เป็นจริงซะที
และนี่แหละคือจุดเริ่มต้นของการกลับมาของทะเลยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก
ช่วยน้องเต่าให้รอดเยอะๆ ช่วยกันลดพลาสติกใช้แล้วทิ้ง
ช่วยกันลดขยะทะเล
พวกเราทำได้ คนไทยทำได้ !
น้ำตาไหลแล้วฮะ

ทั้งนี้จากข้อมูลของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง สรุป การมาของลูกเต่ามะเฟือง หาดคึกคัก นับตั้งแต่วันที่ 17 ธันวาคม 61 ที่แม่เต่ามะเฟือง ขึ้นวางไข่รังแรกที่หาดคึกคัก จ.พังงา รวม 118 ฟอง เป็นไข่ลม 25 ฟอง ไข่เสีย 4 ฟอง ไข่ปกติ 89 ฟอง

วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 62 หลังวางไข่ 56 วัน ลูกเต่ามะเฟือง เริ่มขึ้นมาจากหลุมตัวแรกเวลา 19.05 น. สามารถขึ้นมาได้เอง 20 ตัว ต้องขุดช่วยได้อีก 29 ตัว รวม 49 ตัว แต่ตายในหลุม 1 ตัว / อัตราฟักเป็นตัวคิดเป็น 55.1% (ฟักเป็นตัว 49 ตัวจาก 89 ฟอง) อัตรารอดตาย 97.96% (ตาย 1 ตัว จาก 49 ตัว)

โดยเริ่มปล่อยในทะเล ชุดแรก 20 ตัว เวลา 20.10 น. / ชุดที่ 2 อีก 20 ตัว เวลา 20.40 น. / ส่วนอีก 8 ตัว ช่วงแรกยังอ่อนแอ เมื่อแข็งแรงแล้ว ได้ปล่อยลงทะเลชุดสุดท้ายเมื่อเวลา 21.30 น.

ขอบคุณ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง , Thon Thamrongnawasawat