ประมวลภาพ ขบวนล้อการเมือง งานบอลประเพณี ‘จุฬาฯ-ธรรมศาสตร์’

ขบวนล้อการเมือง งานบอลประเพณี ‘จุฬาฯ-ธรรมศาสตร์’ เป็นไปอย่างคึกคัก!

วันนี้ ( 9 ก.พ. 62) ที่ สนามศุภชลาศัย สนามกีฬาแห่งชาติ สีสันขบวนพาเหรดล้อการเมือง บอลประเพณี จุฬาฯ-ธรรมศาสตร์ ครั้ง 73 ก่อนการแข่งขันฟุตบอล ตามธรรมเนียมก่อนเข้าสู่การแข่งขัน จะมีการเดินพาเหรดขบวนล้อการเมือง

โดยไฮไลท์สำคัญในปีนี้ของฝั่งธรรมศาสตร์ คือ มาสคอต นักฟุตบอลสัญชาติบาห์เรน โดยมีลักษณะชายร่างสูงถือลูกบอลเข้าสนามใส่ชุดสีน้ำตาลแก่และคล้องโซ่ที่ข้อมือ ซึ่งเป็นการเล่าว่ามีนักฟุตบอลคนหนึ่งต้องมาไร้อิสรภาพในเมืองไทยทั้งๆ ที่ไม่ได้ทำอะไรผิด และเป็นผู้ลี้ภัยที่ได้การคุ้มครองจากประเทศอื่น

หลังจากนั้น ด้านจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้เดินขบวนสะท้อนสังคมเข้าสนาม ขบวนแรกคือ โต๊ะจีนระดมทุนของพรรคการเมืองพรรคหนึ่ง ที่กำลังแบ่งแยกชิ้นส่วนประเทศไทยเพื่อให้นายทุนได้กอบโกย ขบวนที่ 2 เป็นขบวนหีบเลือกตั้ง และมีบุคคลใส่เลื้อสีเขียว จมูกยาว พร้อมทั้งแขวนป้ายห้อยคอ “มาไล่กูสิ ”

และ ขบวนที่ 3 เป็นขบวนตู้เอทีเอ็ม โดยมีแบงค์ห้าร้อยออกมาจากตู้ โดยสะท้อนให้เห็นถึงการแจกเงินคนจน 500 บาทโดยใช้เงินภาษีเป็นทุนหาเสียง นอกจากนี้มีแผ่นผ้าขนาดใหญ่เท่าลู่วิ่ง โดยมีการซ้อนผ้าใบ2 ชั้นชั้นบนเป็นผ้าสีเขียว และหลังจากขบวนเดิดนเข้าสู่สนามได้มีการถอดผ้าใบผืนแรกออก ซึ่งผ้าผืนที่ 2 ระบุว่า “ทุกสิทธิ์ทุกเสียงของทุกคนมีค่า การด่าไม่ได้ช่วยอะไร”

ขณะที่ทางกลุ่มล้อการเมืองของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้เดินขบวนนำหุ่นเข้ามาในสนามจำนวน 4 ตัวตามลำดับ คือ Game of Trade,พลัง.ประสาน.ช่วย.รัฐทหารเลือกตั้งไม่ผิด ผิดที่สัญญา,เขารัฐ ท.อนุสาวรีย์

เช่นตัวแรก คือ Game of Trade เป็นมีหมีพูห์ตัวจ้ำม่ำ และกัปตันผู้มีโล่ทวิตเตอร์เป็นอาวุธตามลำดับ ซึ่งสะท้อนโลกยุคปัจจุบันที่มหาอำนาจทั้งสองคือทางจีนมีกำแพงเมืองจีน ที่เอาไว้ปกป้องจักรวรรดิของตนจากศัตรูคนเถื่อนในอดีต ส่วนอเมริกามีกำแพงชายแดน (ที่อาจจะไม่ได้สร้าง) การเผชิญหน้ากันทางเศรษฐกิจนี้ ก็มีเป้าหมายเพื่อแย่งชิงบัลลังก์เงิน หรือความเป็นเจ้าเศรษฐกิจของโลกใบนี้ ที่ผู้ครองบัลลังก์เก่าย่อมไม่ยอมสละตำแหน่งให้กับผู้ท้าทายง่ายๆ และการเผชิญหน้าของมหาอำนาจนี้ก็จะยังดำเนินต่อไป ส่วนบรรดาหญ้าแพรกตัวเล็กตัวน้อยย่อมกลายเป็นหมากในเกมของมหาอำนาจ ซึ่งประเทศไทยเองก็ต้องได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์นี้ด้วย

หุ่นแบบที่ 2 พลัง.ประสาน.ช่วยรัฐทหาร สะท้อนในเรื่องการตั้งพรรคการเมืองพรรคหนึ่ง ดูดนักการเมืองต่างๆ มาอยู่ในสังกัดของตน เปรียบดังเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ที่สูบมาอย่างไม่เลือกหน้า นอกจากพรรคตัวเองแล้ว พรรคอื่นๆ ที่ออกหน้าออกตาว่าสนับสนุนการสืบทอดอำนาจในครั้งนี้ ก็เป็นตัวตุ๊กตาช่วยหนุนให้พรรคพลังดูดยิ่งได้เปรียบขึ้นไปอีก และสถาบันพรรคการเมืองก็จะยิ่งห่างไกลจากอุดมการณ์ และกลายเป็นว่าใครจะดูดคนเข้าพรรคได้ดีมากกว่ากัน

หุ่นแบบที่3 เลือกตั้งไม่ผิด ผิดที่สัญญา สะท้อนถึงการเลือกตั้งไม่ได้เป็นการแสดงออกถึงอำนาจของประชาชน แต่กลับเป็นเครื่องมือรองรับการสืบทอดอำนาจ เป็นเหมือนกับละครที่เล่นให้คนดูว่า “ฉันมาอย่างชอบธรรมนะ” แท้จริงแล้วกลับเป็นคนละด้าน ไม่ว่าจะเป็นการผลัดวันประกันพรุ่งการเลือกตั้งไปเรื่อยๆ จากหนึ่งปีจนล่วงเลยมาเป็น 4 ปี และใช้เวลาที่ยืดยาวอยู่นั้นค่อยๆ สรรหากฏกติกาที่จะทำให้ตนเองได้เปรียบที่สุด

หุ่นแบบตัวที่ 4 เขารัฐ ท.อนุสาวรีย์ สะท้อนถึงสิ่งที่สร้างขึ้นเพื่อเชิดชูวีรกรรมหรือผลงานของบุคคลสำคัญในอดีต ซึ่งในหุ่นได้จัดแสดง ม.44 ที่เป็นดังหลักศิลาที่ให้อำนาจนายกฯ อยู่เหนือกฎหมายทั้งปวง

อย่างไรก็ตาม ในการเคลื่อนขบวนของหุ่นล้อการเมืองนั้น นักศึกษาสามารถนำเข้าในสนามได้ทุกตัว โดยไม่มีการตรวจ หรือขัดขวางโดยเจ้าหน้าที่แต่อย่างใด จากนั้นได้เริ่มสู่การแข่งขันฟุตบอลประเพณีครั้งที่ 73

แหม่มรัสเซียดีใจน้ำตาไหล ตร.จับคนร้ายกระชากสร้อยที่ใส่มากว่า 20 ปี

แหม่มรัสเซียดีใจจนน้ำตาไหล หลังตำรวจจับคนร้ายกระชากสร้อยทอง พร้อมจี้รูปไม้กางเขนที่ใส่มากว่า 20 ปีคืนได้

วันนี้ 9 ก.พ. 62 พ.ต.อ.อภิชัย กรอบเพชร ผกก. สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี พร้อมด้วย พ.ต.ท.ปิยะพงษ์ เอนสาร สารวัตรตำรวจท่องเที่ยวเมืองพัทยา และตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดชลบุรี ร่วมกันควบคุมตัว นายพิทยา หรือพิท ตาริน อายุ 26 ปี ไปทำแผนประกอบรับสารภาพ

หลังตกเป็นผู้ต้องหาคดี “วิ่งราวทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำความผิด หรือรับของโจร” พร้อมของกลางสร้อยคอทองเค พร้อมจี้รูปไม้กางเขน จำนวน 1 เส้น รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ ฮอนด้า เวฟ สีแดง-ดำ ทะเบียน งยก 637 กทม. และเสื้อผ้าที่สวมใส่ขณะก่อเหตุ 1 ชุด โดยมี Ms.Valentina Mzheenko อายุ 47 ปี ชาวรัสเซีย เป็นผู้เสียหาย

พ.ต.อ.อภิชัย กล่าวว่า ช่วงเช้าของวันที่ 30 ม.ค. ที่ผ่านมา ได้เกิดเหตุคนร้ายขับขี่รถจักรยานยนต์กระชากสร้อยคอทองเคของผู้เสียหายแล้วหลบหนีไป เหตุเกิดที่บริเวณกลางซอย 5 วัดบุญกัญจนาราม หมู่ 10 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังเกิดเหตุตำรวจ 3 หน่วยงานได้บูรณาการร่วมกัน

ลงพื้นที่ตรวจสอบภาพกล้องวงจรปิดและสอบถามพยานแวดล้อม โดยเจ้าหน้าที่ใช้เวลาหลายวันก่อนจะสามารถจับกุมตัวคนร้ายได้ที่บ้านซอยหนองหิน พัทยาใต้ ส่วนของกลางสร้อยคอทองเคคนร้ายได้นำไปฝังดินไว้ที่บริเวณหลังบ้าน

เบื้องต้นผู้ต้องหา ให้การว่า ปกติมีอาชีพเป็นพนักงานแมคโดนัลด์ หลังจากเลิกงานและกำลังขับขี่รถจักรยานยนต์กลับบ้านพักได้พบเห็นผู้เสียหายเดินสวมใส่เครื่องประดับอยู่ริมถนน จึงเกิดอารมณ์ชั่ววูบวนรถกลับไปกระชากสร้อยคอทองเคแล้วหลบหนีไป

จากนั้นเอาของกลางไปฝังดินอยู่บริเวณหลังบ้านแล้วได้กลับไปทำงานตามปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ไม่รอดถูกตำรวจจับกุมได้ในที่สุด สาเหตุที่ลงมือก่อเหตุเนื่องจากต้องการเงินไปช่วยรักษาอาการมะเร็งเต้านมมารดาที่ป่วยอยู่

ทั้งนี้ ระหว่างการทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ผู้เสียหายรู้สึกดีใจจนน้ำตาไหล หลังจากที่ตำรวจสามารถจับกุมคนร้ายได้พร้อมสร้อยคอทองเคที่สวมใส่มานานกว่า 20 ปี พร้อมกล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมที่ทำงานอย่างเต็มที่จนไปสู่การจับกุมคนร้าย

สาทิตย์ ลั่น “กรรมใดใครก่อ” ต้องรับผิดชอบใน สิ่งที่ตัวเองทำ

สาทิตย์ ลั่น “กรรมใดใครก่อ” ต้องรับผิดชอบใน สิ่งที่ตัวเองทำ พร้อมฝากนักการเมือง แกนนำ ผู้สนับสนุน กองเชียร์ ควรจะมีสติก้าวข้ามความขัดแย้งให้ยึดเอาชาติบ้านเมืองเป็นตัวตั้งและคิดถึงประชาชนเป็นหลัก

วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2562 นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.ตรัง เขต 2 พรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์กรณีพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) ว่า ทั้งหมดเป็นความรับผิดชอบของพรรคการเมือง เพราะความเป็นพรรคการเมืองไม่ใช่เรื่องของการแข่งขันเอาชนะเท่านั้น

แต่พรรคการเมืองจะต้องรู้การณ์ที่ควรหรือการณ์ที่ไม่ควร เพราะพรรคการเมืองจะต้องมีความรับผิดชอบต่อบ้านเมือง ทั้งในกรณีที่ตัวเองรับสมัครเลือกตั้งไปแล้วและได้เสียงข้างมากก็ดี หรือแม้ไปเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรก็ดี ก็ต้องมีความรับผิดชอบต่อบ้านเมือง เพราะฉะนั้นความเป็นพรรคการเมืองจึงจะต้องมีความรับผิดชอบต่อการกระทำของตัวเองต่อบ้านเมืองด้วย

เรื่องที่เกิดขึ้นสะท้อนให้เห็นว่าบางครั้งพรรคการเมืองไม่ได้พิจารณาให้รอบคอบถ่องแท้ ไม่ได้พิจารณาในรัฐธรรมนูญหรือผลกระทบในด้านลบต่อโครงสร้างของสังคม จึงคิดว่าเป็นประสบการณ์สำคัญยิ่งสำหรับพัฒนาการทางด้านการเมืองของประเทศไทย ที่พรรคการเมืองทุกพรรคจำเป็นจะต้องเรียนรู้เอาไว้

แต่เรื่องนี้ต้องใช้คำว่า “กรรมใดใครก่อ” เพราะฉะนั้นใครทำอะไรลงไปก็ต้องรับผิดชอบใน สิ่งที่ตัวเองทำ แต่สิ่งที่ตนเองกังวลก็คือ การจุดประเด็นในเรื่องนี้ก็ทำให้เกิดเงื่อนไขของความขัดแย้งในรอบใหม่เกิดขึ้น ซึ่งเห็นได้ชัดจากกระแสโซเซียลมีเดียในช่วงเมื่อวานที่ผ่านมา (8 ก.พ.)

ซึ่งความจริง 4-5 ปีที่ผ่านมา เรื่องทั้งหมดก็สงบลงไปเยอะแล้ว และหลายคนก็พยายามทำใจให้ลืมเหตุการณ์ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในอดีต แต่เมื่อมีการจุดประเด็นเหล่านี้ขึ้นมา ก็เสมือนเป็นการจุดกระแสของความขัดแย้งในรอบใหม่ขึ้นมา ซึ่งถือว่าเป็นบุญของประเทศไทยของคนไทยที่เรื่องจบลงโดยเร็ว

แต่อย่างไรก็ตามเรื่องนี้ก็คงจะต้องมีคนที่เกี่ยวข้องที่จะต้องรับผิดชอบ เช่น กกต. หรือหน่วยงานอื่นก็ดีก็จะต้องว่ากันไปตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญและกฎหมาย ส่วนตัวจะไม่เรียกร้องความรับผิดชอบใดๆไปยังพรรคไทยรักษาชาติ แต่ในฐานะคนไทยคนหนึ่งเราก็อยากเห็นคนที่เกี่ยวข้องในส่วนของพรรคการเมืองก็ต้องแสดงความรับผิดชอบในการกระทำของตัวเองด้วย ซึ่งก็จะคอยดูต่อไป

แต่ส่วนตัวรู้สึกกังวลว่า เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่เสมือนกับว่ามีการคบคิดกันมาตั้งแต่ต้นแล้ว อาจจะเกี่ยวโยงกับบุคคลซึ่งมีส่วนที่สร้างความขัดแย้งให้กับประเทศตั้งแต่ในอดีตที่ผ่านมา ส่วนในทางสังคมตนเองคิดว่า เหมือนโบราณเคยสอนว่า บางเรื่องต้องใจเย็นสงบ และตรึกตรองให้ลึกและเก็บอารมณ์ความรู้สึก เพื่อก้าวข้ามความขัดแย้งนี้ไปให้ได้

ซึ่งถือเป็นประสบการณ์สำคัญจะเห็นว่าพรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้ออกมาพูดในเรื่องนี้เลยตั้งแต่ต้น เพราะเรารู้ดีว่าเรื่องนี้เป็นเงื่อนไขของความขัดแย้งที่อ่อนไหวและเปราะบาง ไม่อยากให้สังคมไทยกลับไปสู่ความขัดแย้งที่รุนแรงอย่างเช่น 10 กว่าปีที่ผ่านมา ซึ่งเรื่องนี้ผ่านมาแล้วก็ผ่านไปแต่คนที่เกี่ยวข้องก็ต้องรับผิดชอบต่อสิ่งที่ตัวเองทำไว้ตามกฎหมาย และต่อสังคมต่อไป

ส่วนจะต้องถึงขั้นยุบพรรคหรือไม่ นายสาทิตย์ กล่าวว่า ตนเองไม่ทราบต้องเป็นเรื่องของกกต. แต่สำหรับพรรคประชาธิปัตย์คิดว่าเป็นเรื่องที่น่าดีใจที่เรื่องนี้จบลงโดยเร็ว กระบวนการประชาธิปไตยก็จะได้เดินต่อไปโดยไม่สะดุด

ผู้สื่อข่าวถามว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจะส่งต่อผลคะแนนนิยมให้พรรคประชาธิปัตย์เพิ่มขึ้นหรือไม่ นายสาทิตย์ กล่าวว่า ส่วนตัวไม่ได้คิดตรงนั้น แต่คิดว่าในส่วนของนักการเมืองก็ไม่ควรที่จะมีใครหยิบฉวยเรื่องนี้ไปเป็นประโยชน์ทางการเมืองด้วย การแข่งขันทางการเมืองก็ให้เป็นเรื่องของนโยบายและตัวบุคคลไป

ทั้งนี้ ฝ่ายการเมือง แกนนำ ผู้สนับสนุน กองเชียร์ ควรจะมีสติในเรื่องนี้เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ความขัดแย้งขึ้นอีกในอนาคต โดยต้องเอาชาติบ้านเมืองเป็นตัวตั้ง คิดถึงประชาชน คิดโครงสร้างของสังคม สิ่งยึดเหนี่ยวในชาติ

อย่างไรก็ตาม ในคืนนี้ (9 ก.พ.) พรรคประชาธิปัตย์จะเปิดเวทีปราศรัยใหญ่ครั้งแรกระดับภาคใต้ หน้าที่ว่าการอำเภอทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช เพื่อประกาศวิสัยทัศน์การพัฒนาภาคใต้ต่อประชาชนชาวภาคใต้ คาดว่าจะมีคนไปร่วมรับฟังประมาณ 10,000 คน