‘จุดเปลี่ยน’ การเดินทางฉลองปีใหม่ในจีน ผู้ใหญ่นิยมเป็นฝ่ายเข้าเมืองเยี่ยมลูกหลาน

พฤติกรรมการเดินทางของชาวจีนช่วงตรุษจีนเปลี่ยนไป หลายครอบครัวเลือกเข้าเมืองเยี่ยมลูกหลานแทนให้พวกเขากลับภูมิลำเนา

เทศกาลตรุษจีนในปีนี้เกิดความเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับพฤติกรรมการเดินทางของชาวจีน เพื่อร่วมฉลองปีใหม่อย่างพร้อมหน้ากับครอบครัว ในช่วงระยะเวลา 40 วันของเทศกาลนี้ที่เริ่มต้นตั้งแต่วันที่ 21 มกราคมที่ผ่านมา

ประเมินว่า ในปีนี้จะมีการเดินทางราว 2,990 ล้านเที่ยว ผ่านช่องทางคมนาคมต่างๆ ในช่วงตรุษจีน ซึ่งเป็นฤดูอพยพใหญ่สุดในโลก เนื่องจากครอบครัวชาวจีนต้องการรวมญาติช่วงเทศกาลที่สำคัญนี้

คาดว่า การเดินทาง 413 ล้านเที่ยวจะใช้ผ่านบริการรถไฟ เพิ่มขึ้นร้อยละ 8.3 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วนผู้โดยสาร 73 ล้านคนเดินทางด้วยเครื่องบิน เพิ่มขึ้นร้อยละ 12 จากปีก่อน ส่วนอีก 43 ล้านคนใช้การขนส่งทางน้ำ ซึ่งเป็นตัวเลขเท่าๆ กับปีที่แล้ว ขณะที่อีก 2,460 ล้านเที่ยวเป็นการเดินทางบนท้องถนน ลดลงร้อยละ 0.8 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

แม้ตัวเลขการเดินทางจะยังคงเท่าเดิมเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนๆ แต่โครงสร้างเกี่ยวกับช่องทางคมนาคมกำลังเปลี่ยนไปจากเดิม

เทรนด์การเดินทางอยู่ในภาวะ “พลิกกลับ” จากเมื่อ 2-3 ปีที่ผ่านมา โดยผู้คนจำนวนมากขึ้นเดินทางจากพื้นที่ตอนในไปยังพื้นที่แถบชายฝั่งที่พัฒนามากกว่า รวมทั้งเดินทางจากพื้นที่ชนบทไปยังเขตเมืองมากขึ้น เพื่ออยู่พร้อมหน้ากับครอบครัวในช่วงตรุษจีน

เทรนด์พลิกกลับดังกล่าว ส่วนหนึ่งมาจากชาวจีนที่เกิดในยุค 1980 และ 1990 เพราะพวกเขาเลือกอยู่ในเมืองใหญ่ที่ตัวเองทำงาน ในขณะที่ครอบครัวเดินทางมาจากบ้านเกิด เพื่อฉลองช่วงตรุษจีน

รวมถึงการเดินทางด้วยรถไฟก็เพิ่มขึ้นเกือบร้อยละ 9 ในช่วงตรุษจีน

จากข้อมูลการจองตั๋วพบว่า การจองตั๋วในช่วง 1 สัปดาห์ก่อนถึงตรุษจีน เพื่อเดินทางไปยัง 10 เมืองใหญ่ ซึ่งรวมถึงกรุงปักกิ่ง นครเซี่ยงไฮ้ นครกว่างโจว และเมืองเสิ่นเจิ้น เพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ 40 จากปีที่แล้ว

ขณะที่การเดินทางราว 400 ล้านเที่ยว จะเกิดขึ้นในช่วง 7 วันของเทศกาลตรุษจีน ที่เริ่มตั้งแต่วันที่ 4 กุมภาพันธ์ และการเดินทางไปต่างประเทศก็เพิ่มขึ้นเป็นเกือบ 7 ล้านเที่ยว

‘ชัชชาติ’ ไม่อยู่ในรายชื่อ ส.ส. ปาร์ตี้ลิสต์ แต่เป็น 1 ใน 3 แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี

พรรคเพื่อไทย เดินทางเข้าสมัคร ส.ส. ปาร์ตี้ลิสต์ พร้อมเสนอชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ชี้ชัชชาติ ไม่อยู่ในรายชื่อ ส.ส. ปาร์ตี้ลิสต์ แต่เป็น 1 ใน 3 แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี

วันนี้ (5 ก.พ. 62) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 09.00 น. พรรคเพื่อไทย นำโดย พล.ต.ท.โทวิโรจน์ เปาอินทร์ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ และ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ พร้อมด้วยผู้สมัครส.ส. ได้รวมตัวเดินทางมาที่ กกต. เพื่อดำเนินการสมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ และเสนอชื่อนายกรัฐมนตรี

ทั้งนี้ พรรคเพื่อไทย ส่งผู้สมัครทั้งหมด 97 ลำดับ ซึ่ง 5 ลำดับแรก คือ 1.พล.ต.ท.โทวิโรจน์ เปาอินทร์ 2.คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ 3.นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ 4.นายชัยเกษม นิติสิริ 5.นายเสนาะ เทียนทอง

อย่างไรก็ตาม นายชัชชาติ ไม่ได้อยู่ใน 97 ลำดับ ส.ส. ปาร์ตี้ลิสต์ แต่เป็น 1 ใน 3 รายชื่อที่เสนอเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ซึ่งตามกฎหมายให้เสนอ 3 รายชื่อ โดยไม่จำเป็นต้องเรียงลำดับ โดยมี คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ และ นายชัยเกษม นิติสิริ ที่ถูกเสนอชื่อ

ทูตออสเตรเลียเผย ‘ฮาคีม’ ลี้ภัย 4 ปี บาห์เรนไม่เคยต้องการตัวจนมาไทย

เอกอัครราชทูตออสเตรเลียประจำประเทศไทยเผย ‘ฮาคีม’ นักฟุตบอลชาวบาห์เรน ลี้ภัยมานาน 4 ปี แต่บาห์เรนไม่เคยแจ้งว่าต้องการตัว จนกระทั่งเดินทางมาไทย

เมื่อวันที่ 4 ก.พ.2561 สถานทูตออสเตรเลียประจำประเทศไทย ได้ออกแถลงชี้แจงกรณีอดีตนักฟุตบอลชาวบาห์เรน “ฮาคีม อัล อาไรบี” ที่ถูกทางการไทยจับกุมตัวระหว่างรอส่งตัวกลับไปประเทศบาห์เรน ระบุว่า ในนามของเอกอัครราชทูตออสเตรเลียประจำประเทศไทย “รัฐบาลบาห์เรนทราบดีอยู่แล้วว่าคุณ Hakeem al-Araibi อาศัยอยู่ที่ในประเทศออสเตรเลียมาตั้งแต่ปี 2557

ในห้วงเวลา 4 ปีที่ผ่านมา รัฐบาลบาห์เรนไม่เคยแสดงความพยายามหรือแจ้งรัฐบาลออสเตรเลียแม้แต่ครั้งเดียวถึงกรณีคุณ Hakeem หรือต้องการตัวคุณ Hakeem กลับประเทศ แต่ว่าทันทีที่คุณ Hakeem และภรรยาเดินทางมา honeymoon ที่ประเทศไทย รัฐบาล Bahrain ได้ประสานมาที่รัฐบาลไทยอย่างเร่งด่วน เพื่อขอให้ควบคุมตัวคุณ Hakeem และดำเนินการขอส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนกลับประเทศบาห์เรนทันที

การกระทำของรัฐบาลบาห์เรนทำให้ประเทศไทยอยู่ในสถานะที่ลำบากมาก ซึ่งจริงๆ แล้วปีนี้เป็นปีที่สำคัญอย่างยิ่งสำหรับประชาชนชาวไทยและประเทศไทย

ผมขอย้ำอีกครั้งหนึ่งว่า รัฐบาลออสเตรเลียต้องการให้คุณ Hakeem กลับไปประเทศออสเตรเลีย เพราะเขาเป็นผู้ลี้ภัย และเป็นผู้มีถิ่นที่อยู่ถาวรที่ประเทศออสเตรเลียโดยเร็วที่สุด

คุณ Hakeem เป็นนักฟุตบอลที่รักของ fan football ทีม Pascoe Vale FC และ fan football ทั่วประเทศ เราหวังว่าคุณ Hakeem จะได้กลับไปหาครอบครัวและภรรยาของเขาในเร็ววัน”

อย่างไรก็ตาม พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้บัญชาการตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ได้ทวีตข้อความดังกล่าวของสถานทูตออสเตรเลีย พร้อมระบุเป็นภาษาอังกฤษ แปลได้ว่า หวังว่าฮาคีมจะสามารถกลับไปหาครอบครัวและภรรยาได้ในเร็ววัน.