ผบ.ตร. ชื่นชมนักเรียนนายสิบตำรวจ เข้าช่วยระงับเหตุไฟไหม้ ขณะอยู่ในเครื่องแบบ

ทำดีต้องชื่นชม ผบ.ตร. ยกนักเรียนนายสิบตำรวจ  4 นาย เป็นแบบอย่างที่ดี หลังไม่นิ่งนอนใจเข้าช่วยระงับเหตุไฟไหม้ร้านอาหารข้างทางที่ จ.ขอนแก่น ทั้งๆ อยู่ในเครื่องแบบกำลังกลับศูนย์ฝึก

วันนี้ (4 ก.พ. 2562) พ.ต.อ. กฤษณะ พัฒนเจริญ รอง โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ออกมาเปิดเผยถึงกรณีที่ ผู้ใช้เฟซบุ๊คชื่อ “ Nat Natthaphon “ ได้โพสต์ข้อความ และภาพ ในลักษณะ กลุ่มนักเรียนนายสิบตำรวจจากศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค 4 ได้ ได้แก่ นสต.ณัฐพล คำเสนา อายุ 22 ปี,

นสต.อธิพงษ์ จิตรศรีดา อายุ 22 ปี , นสต.พงศกร ต๊ะถา อายุ 22 ปี , นสต.ปัญญาวัฒน์ ขามก้อน อายุ 24ปี และนสต.กิตติศักดิ์ คำหาญ อายุ 22 ปี สังกัดศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค 4  เข้าช่วยดับเพลิงที่กำลังลุกไหม้ร้านอาหารแห่งหนึ่ง ในขณะที่สวมเครื่องแบบอยู่นั้น จนกระทั่งเพลิงได้สงบลง ในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น ว่า

เรื่องนี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. รับทราบแล้ว  ท่านกล่าวชื่นชมกลุ่มนักเรียนนายสิบตำรวจทุกนายที่เกี่ยวข้องในการช่วยเหลือเหตุเพลิงไหม้ที่เกิดขึ้นดังกล่าว

ทั้งนี้ถือเป็นแบบอย่างที่ดีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนายพึงระลึก ตามอุดมคติของตำรวจ 9 ประการอยู่เสมอ รวมถึงนำไปปรับใช้ทั้งในส่วนของการดำเนินชีวิตให้มีจิตสาธารณะ และเพื่อประโยชน์ส่วนรวม

แสดงให้เห็นถึงจิตใจที่จะช่วยเหลือบริการประชาชนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ไหวพริบปฏิภาณในทักษะความสามารถ การประสานงานกับภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง การช่วยเหลือผู้อื่น มี Police Mind ใส่ใจความทุกข์ร้อนของประชาชน มีปฏิภาณไหวพริบ

โดยต่อไปศูนย์ฝึกอบรมต่างๆในสังกัดจะต้องหมั่นฝึกซ้อมนักเรียนนายสิบหรือผู้เข้ารับการอบรมเพิ่มเติม ให้มีทักษะและความชำนาญ รองรับสถานการณ์ฉุกเฉิน ในการช่วยเหลือประชาชนให้ได้อย่างทันท่วงที

ประมวลภาพสมัคร ส.ส. วันแรก!! ธนาธร โหนรถเมล์ – สุดารัตน์นั่งวินมอเตอร์ไซค์

กตต. เปิดรับสมัคร ส.ส.ทั่วไทยวันนี้ อาคารกีฬานิเวศน์ 2 สนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่น ดินแดงสถานที่ใช้รับสมัคร ส.ส. ในพื้นที่ กทม. เป็นไปอย่างคึกคัก

บรรยากาศที่บริเวณ อาคารกีฬานิเวศน์ 2 สนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง ซึ่งเป็นสถานที่ที่ กกต. ใช้รับสมัคร ส.ส. ในพื้นที่ กทม. เป็นไปอย่างคึกคัก คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ได้นั่งรถจักรยานยนต์รับจ้างมายังสถานที่รับสมัคร ส.ส.กทม. ,นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ได้เดินทางมาด้วยรถเมล์มินิบัสสีส้มสาย

นอกจากนี้ ยังมีนายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ,นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์,ร้อยโท ปรีชาพล พงษ์พานิชหัวพรรคไทยรักษาชาติ และนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เดินทางมายังจุดรับสมัครอีกด้วย

โดยบรรดากองเชียร์ของแต่ละพรรค ต่างนำป้ายหาเสียงมาให้กำลังใจผู้สมัคร ส.ส. ในการรับสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) แบบแบ่งเขตของกรุงเทพมหานครวันแรก ซึ่งมีผู้สมัคร ที่มาลงทะเบียนก่อนเวลาทั้งสิ้น 448 คน ใน 30 เขตเลือกตั้งแต่เมื่อตรวจสอบแล้วมีสิทธิทั้งสิ้น 446 คน เนื่องจาก มีหนึ่งคนที่ลงทะเบียนซ้ำกันในเขต 1 และ เขต 5 และในเขต 5 มีผู้สมัครคนหนึ่งขาดหนังสือรับรองเนื่องจากผู้ที่เซ็นไม่ใช่หัวหน้าพรรค

นายฐิติเชฏฐ์ นุชนาฏ กรรมการการเลือกตั้ง เปิดเผยถึง ภาพรวมของวันแรกในการรับสมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือสอบที่อาคารกีฬาเวสน์ 2 แห่งนี้ว่า ภาพรวมในการรับสมัครสอบวันนี้ไม่มีปัญหา เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ราบรื่นและขอขอบคุณพรรคการเมืองทุกพรรค ที่ไม่ได้จัดมหรสพและกองเชียร์จึงเห็นได้ว่าไม่มีผู้สมัครคนใดจัดกลองยาวและกองเชียร์มาจึงอยากขอบคุณที่ให้ความร่วมมือ

ซึ่งในช่วงเวลาก่อน 08:30 น. ผู้สมัครมีจำนวนทั้งสิ้น 448 คน ซึ่งเมื่อตรวจสอบเอกสารการรับสมัครแล้ว พบว่ามีผู้ผ่านการตรวจสอบ 446 คนส่วนอีก 2 คนเป็นกรณีที่เอกสารไม่ครบจึงจะสามารถมายื่นสมัครในวันถัดไป

คณะกรรมการการเลือกตั้ง ยังเปิดเผยอีดว่า ป้ายหาเสียงบางป้ายไม่ได้ระบุโรงพิมพ์ ไม่ได้ระบุจำนวนที่พิมพ์ออกมา เพราะฉะนั้นตรงนี้จะต้องให้พรรคการเมืองเหล่านี้ดำเนินการแก้ไขให้ถูกต้อง นอกจากนี้ยังอยากเชิญชวนให้ประชาชนคนรุ่นใหม่การที่มาใช้สิทธิ์เป็นครั้งแรกขอให้มาเลือกตั้งในวันที่ 24 มีนาคมเนื่องจากว่าพลังเสียงของทุกคนจะเป็นพลังที่จะเปลี่ยนแปลงทางการเมือง เอียนแปลงสังคมจึงอยากให้ทุกคนมาลงคะแนนเสียงอย่างพร้อมเพรียงกัน

ส่วนเรื่องร้องเรียนณขณะนี้กกต. ยังไม่ได้รับเรื่องร้องเรียนสอนการติดป้ายหาเสียงผู้สมัครต้องดูแลติดตามกันเองส่วนการประกาศอย่างเป็นทางการรายชื่ออย่างเป็นทางการคือในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ซึ่งหลังจากการรับสมัครเสร็จสิ้นก็ต้องส่งต่อไปที่วุฒิสภาซึ่งต้องดำเนินการตรวจสอบคุณสมบัติให้ครบถ้วน

วันนี้จะครึกครื้นเป็นพิเศษและกกตแต่ละท่านก็เดินทางไปดูแลการรับสมัครตามสถานที่ต่างๆซึ่งเราแยกดูแลกันแต่ละภาคในทั่วประเทศ

สำหรับเขตเลือกตั้งที่มีผู้มาลงทะเบียนมากที่สุดมี 3 เขต โดยมี เขตละ 17 คน ประกอบด้วยเขต 1.พระนคร,ป้อมปราบศัตรูพ่าย,ดุสิต,สัมพันธวงศ์.ดุสิตยกเว้นแขวงนครไชยศรี เขตเลือกตั้งที่ 10ดอนเมือง และเขตเลือกตั้งที่ 17 หนองจอก

และเขตที่มีผู้มาลงทะเบียนน้อยที่สุดคือเขตละ 13 คนประกอบด้วย เขต 9 ขตหลักสี่และเขตจตุจักร (ยกเว้นแขวงจตุจักรและแขวงจอมพล) เขต 12 เขตบางเขน เขต 21 เขตพระโขนงและเขตบางนาและเขต 25 เขตบางขุนเทียน (เมื่อวันที่ 4 ก.พ.62)

เปิดใจ ชวน หลีกภัย กับการเลือกตั้ง62 หลังผจญบนเส้นทางนักการเมืองกว่า 70 ปี

ชวน หลีกภัย เผยเล่นการเมืองตลอด 70 ปี เพราะชื่นชมในระบอบประชาธิปไตย ไม่มีใครชี้ให้ลงเล่น ยอมรับเลือกตั้งครั้งนี้มีผู้สมัครมากเป็นประวัติศาสตร์

วันที่ 4 ก.พ. 2562 นายชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรี  ผู้สมัครบัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ ได้ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าว ระหว่างที่เจ้าตัวนำผู้สมัคร ส.ส.ตรัง พรรคประชาธิปัตย์ มาสมัครรับเลือกตั้ง  หลังจากทาง กกต.เปิดรับสมัครในวันนี้เป็นวันแรก ว่า

วันนี้ ตนมาเป็นกำลังใจให้ว่าที่ผู้สมัคร ทั้ง 3 เขต พร้อมเป็นกำลังใจให้แก่นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ว่าที่ผู้สมัครบัญชีรายชื่อ เนื่องจากเขตลดไปจำนวน 1 เขต ตนคิดว่าเรามาทำงานการเมืองเพราะว่าเราชื่นชมระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข

พรรคประชาธิปัตย์ก็ยึดแนวนี้มาตลอดระยะเวลา 70 กว่าปี ในฐานะนักการเมืองเราอาสาสมัครเป็นผู้แทน ตนก็ดีผู้สมัครทั้ง 3 เขตก็ดี มาด้วยความอาสาสมัครไม่ใช่ใครไปขอร้องให้มา เพราะฉะนั้นเมื่ออาสามาสมัครใจมาก็ตั้งใจทำงานเต็มที่เพื่อให้คนเลือก ไม่ใช่สมัยเดียวแต่ว่าทุกสมัยที่ลงเลือกตั้ง

เพราะฉะนั้นต้องยึดความซื่อสัตย์สุจริต ทำงาน ไม่ว่าสถานการณ์บ้านเมืองเป็นอย่างไรเราก็ทำหน้าที่ตลอดแม้กระทั่งในยุคที่ทหารยึดอำนาจมา เราก็ไม่ว่างเว้นที่จะดูแลชาวบ้านมีปัญหา อะไรที่ชาวบ้านร้องเรียนให้เขามาทำไม่ใช่ปล่อยปละละเลยว่าเมื่อไม่มีการเลือกตั้ง

เราก็ปล่อยไปไม่ใช่อย่างนั้นเพราะเรารู้ว่าในสภาถึงแม้ว่ามีสภามาจากแต่งตั้ง แต่สมาชิกสภาแต่งตั้งเขาก็หวังดีกับบ้านเมือง เขาไม่เข้าใจปัญหาชาวบ้าน แต่เขาไม่รู้ว่าชาวบ้านเป็นอย่างไรเพราะเขาฟังตัวเลขรัฐบาล แต่เรารู้ในฐานะที่เจ้าบ้านบอกเศรษฐกิจเติบโตเราก็รู้ว่าชาวบ้านจนลงกว่าเดิมมาก

นายชวน กล่าวว่า ตนเองได้ทำหนังสือไปถึงพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ถึง 2 ครั้ง เพื่อให้รู้ว่าสถานการณ์ของเราเป็นอย่างไร ส่วนใหญ่อยากให้ทราบว่าเมื่อเราชื่นชมเราพอใจระบบนี้เราต้องสนับสนุนโดยตลอด แต่ว่าการที่จะทำให้ไปรอดจริงๆ นั้นไม่ได้อยู่ที่ตัวรัฐธรรมนูญเป็นสาระสำคัญเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ผู้ปฏิบัติ

เพราะฉะนั้นตอนที่เขาร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้เราจะเห็นได้ชัดว่าผู้ร่างเขาเชิญตน นายจุรินทร์ และนายราเมศ ไปและพูดให้เขาฟังว่าในความเห็นของพวกเรานั้นปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ได้เกี่ยวกับรัฐธรรมนูญตัวบทบัญญัติรัฐธรรมนูญไม่ใช่ตัวปัญหาแต่ว่าปัญหาเกิดที่ผู้ปฏิบัติ เหตุที่มีปัญหาเพราะผู้ปฏิบัติไม่ยึดหลักประชาธิปไตยที่แท้จริง

อย่างเช่นภาคใต้ไม่ยึดหลักถูกเป็นถูกผิดเป็นผิดไปใช้วิธีการนอกกฎหมาย ปัญหาต่างๆ จึงกลายเป็นประเด็นใหม่ขึ้นมา มีองค์กรใหม่เกิดมา ทำให้ภาคใต้เราไม่สงบ อย่าไปโทษประชาชนที่ชุมนุมเพราะถ้าไม่มีประชาชนที่ชุมนุมทรราชก็ครองเมืองตลอดไป

เพราะทรราชสามารถซื้อองค์กรต่างๆ ได้หมดแล้ว ไม่เว้นแม้กระทั่งสื่อก็ถูกซื้อเกือบหมดเพราะฉะนั้นคนที่ตรวจสอบดูแลความถูกต้องไม่มีใครกล้าพูดกล้าเถียง เพราะฉะนั้นประชาชนองค์กรสุดท้ายที่จะมาคุ้มครองประชาธิปไตย  เราให้ความเคารพการคิดของประชาชนในเรื่องต่างๆ โดยเราต้องทำหน้าที่ตอบสนองและยึดมั่นในความซื่อสัตย์สุจริตและปฏิบัติหน้าที่ให้ดีที่สุด

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ที่มีผู้สมัครหมายพรรคและมีการแข่งขันสูง และหลังการเลือกตั้งจะมีปรากฏการณ์ทางการเมืองอะไรจะเกิดขึ้นบ้าง

นายชวน กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นผลมาจากตัวรัฐธรรมนูญที่เขียนใหม่ รัฐธรรมนูญปี 60 นั้นคำนวณให้ทุกคะแนนเสียงมีผลเพราะฉะนั้นทุกพรรคก็จะได้ผู้แทน สมมติได้จังหวัดนี้ 1,000 เสียงได้จังหวัดนู้น 2,000 เสียง รวมทั้ง 77 จังหวัดแล้วอย่างน้อยก็ต้องมีบัญชีรายชื่อ อาจจะไม่มีเขตเลือกตั้งเลยสักคนเดียว

แต่ว่าได้ระบบบัญชีรายชื่อมารวมแล้วก็จะมีผู้แทน 3 คน 4 คน 5 คน ก็จะมี ส.ส.ในสภาหลายพรรค แต่อย่างไรก็ตามถึงแม้จะมีพรรคการเมืองถึง 104 กว่าพรรค แต่ว่าทราบว่าที่สามารถส่งได้จริงๆ คงไม่ถึง ประมาณไม่เกินครึ่งหนึ่งของพรรคการเมือง เพียงแต่ว่าจะมีมากบ้างน้อยบ้างแล้วแต่จำนวน เป็นไปตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญซึ่งต่างจากเดิมมาก

นายชวน กล่าวว่า ปรากฏการณ์ทางการเมืองที่จะเกิดขึ้น ต้องบอกประชาชนให้รู้ว่าเงื่อนไขรัฐธรรมนูญเป็นอย่างไร เขาต้องใช้ดุลยพินิจว่าต้องการให้การเมืองเป็นอย่างไร เช่น ต้องการให้มีพรรคการเมืองหลายพรรคไหม หรือต้องการให้พรรคการเมืองมีน้อยหรือให้สามารถบริหารงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

หรือต้องการหลายพรรค เพื่อให้เกิดหลายความคิดความเห็นขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของประชาชน แต่ผมเชื่อว่าในยุคสมัยนี้ไม่ง่ายนัก หากใครจะมาหลอกชาวบ้าน เนื่องจากความเปลี่ยนแปลงประชาชนก็เก่งขึ้นฉลาดขึ้นรอบรู้มากขึ้น

“กระบวนการที่เราต่อต้านมาทุกครั้งเช่นระบบซื้อเสียง เจ้าหน้าที่จะได้ดูแลเชื่อว่ากกต.จะได้ดูแล ทั้งนี้ตนไม่ประเมินพรรคการเมืองอื่น แต่ตนคิดว่าประชาชนเป็นผู้ใช้ดุลยพินิจ ซึ่งประชาชนก็ไม่ได้ยึดพรรคหนึ่งพรรคใดตลอดไปหรือตลอดชีวิต

ถ้าคนหนึ่งประพฤติไม่ได้ชาวบ้านเขาก็ใช้ดุลยพินิจดู เพราะฉะนั้นการเปลี่ยนแปลงจะเกิดขึ้นถ้านักการเมืองไม่ซื่อตรงต่อเขา ในเรื่องการประเมินยังประเมินได้ ในใจรอให้พรรคประกาศบัญชีรายชื่อและได้ประชุมร่วมกัน ขึ้นอยู่กับการบริหารพรรค และดูบรรยากาศการหาเสียงเป็นอย่างไร”