มีผลแล้ววันนี้ นิรโทษกรรม ผู้ครอบครองกัญชา !!

เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ประกาศกระทรวงสาธารณสุข การกำหนดให้ยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 เฉพาะกัญชาตกเป็นของกระทรวงสาธารณสุข และการนิรโทษครอบครองกัญชาใน 3 กลุ่ม

รายงานข่าวแจ้งว่า วันนี้ (27 ก.พ. 2562) พ.ร.บ.นิรโทษกรรม สำหรับผู้ครอบครองกัญชามีผลบังคับใช้แล้ว หลังจากที่วานนี้ (26 ก.พ.) เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาได้มีการประกาศ กระทรวงสาธารณสุข เรื่อง การกำหนดให้ยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 เฉพาะกัญชาตกเป็นของกระทรวงสาธารณสุข

หรือให้ทำลายกัญชาที่ได้รับมอบจากบุคคล ซึ่งไม่ต้องรับโทษ ตามมาตรา 22 แห่งพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 7 ) พ.ศ. 2562 จำนวน 3 ฉบับ เกี่ยวกับการนิรโทษครอบครองกัญชาใน 3 กลุ่ม ดังนี้

ฉบับที่ 1 ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง การกำหนดให้ยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 เฉพาะกัญชาตกเป็นของกระทรวงสาธารณสุข หรือให้ทำลายกัญชาที่ได้รับมอบจากบุคคล ซึ่งไม่ต้องรับโทษ ตามมาตรา 22 แห่งพ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ(ฉบับที่ 7 ) พ.ศ.2562 โดยรายละเอียดผู้ที่ได้รับการนิรโทษกรรม หรือการครอบครองก่อนหน้านี้ไม่ผิด และให้มาแจ้งภายใน 90 วัน

ฉบับที่ 2 ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่องการครอบครองยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 เฉพาะกัญชา สำหรับผู้ป่วยที่มีความจำเป็นต้องใช้เพื่อรักษาโรคเฉพาะตัว ก่อน พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 7 ) พ.ศ.2562 ใช้บังคับให้ไม่ต้องรับโทษ

ซึ่งในกรณีนี้ผู้ป่วยที่ต้องใช้กัญชารักษาตัว และมีครอบครองก่อนกฎหมายใช้บังคับ ให้แสดงเอกสารหลักฐานที่แสดงอาการเจ็บป่วยจากแพทย์

และฉบับที่ 3 ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง การแจ้งการมีไว้ในครอบครองกัญชา สำหรับผู้มีคุณสมบัติตามมาตรา 26/5 และบุคคลอื่นที่มิใช่ผู้ป่วยตามมาตรา 22 (2) ก่อน พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 7 ) พ.ศ.2562 ใช้บังคับให้ไม่ต้องรับโทษ กล่าวคือ บุคคลที่ไม่ใช่กลุ่มที่ 1 และกลุ่มที่ 2

โดยในฉบับนี้ ให้หน่วยงานหรือบุคคลผู้ครอบครองกัญชาก่อนกฎหมายมีผลใช้บังคับ เพื่อประโยชน์ ทางการแพทย์ การรักษาผู้ป่วย การใช้รักษาโรคเฉพาะตัว หรือการศึกษาวิจัย ต้องแจ้งลักษณะและปริมาณกัญชาที่มีไว้ในครอบครอง อาทิ

หน่วยงานรัฐที่สอนทางการแพทย์ แพทย์ ทันตแพทย์ แพทย์แผนไทย มหาวิทยาลัย เกษตรกรรม ที่เป็นกลุ่มวิสาหกิจ ชุมชนภายใต้ความร่วมมือของผู้ขออนุญาต เช่น หน่วยงานรัฐหรือแพทย์ และผู้ประกอบการขนส่งสาธารณะระหว่างประเทศ ผู้ป่วยเดินทาง และผู้ขออนุญาตตามที่รัฐมนตรีเห็นชอบ

สำหรับ การแจ้งครอบครองกัญชาของทั้ง 3 กลุ่ม สามารถไปแจ้งได้ ดังนี้ กรุงเทพมหานคร แจ้งได้ที่ศูนย์บริการเบ็ดเสร็จ (One Stop Service) สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา

พื้นที่ต่างจังหวัด สามารถแจ้งได้ที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด หรือ สสจ. ทั่วประเทศ หรือหากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่สายด่วน 1556 กด 3 ในวันและเวลาราชการ ซึ่งให้บริการตอบข้อซักถามในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับกัญชาโดยตรง

สำหรับประกาศราชกิจจานุเบกษา การนิรโทษกรรมผู้ครอบครองกัญชา สามารถติดตามอ่านได้ที่นี่ >>

1. กำหนดให้หน่วยงานหรือบุคคลผู้มีไว้ในครอบครองกัญชาก่อนกฎหมายมีผลใช้บังคับ ไม่ต้องรับโทษ

2. กำหนดให้ผู้ป่วยที่มีความจ าเป็นต้องใช้กัญชาเพื่อรักษาโรคเฉพาะตัวก่อนกฎหมายมีผลใช้บังคับ ไม่ต้องรับโทษ

3. กำหนดให้ให้หน่วยงานหรือบุคคลผู้ครอบครองกัญชาเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ ก่อนกฎหมายมีผลใช้บังคับ ไม่ต้องรับโทษ

เตือน!! 30 ปีข้างหน้า ญี่ปุ่นมีโอกาสสูงถึง 90% เจอแผ่นดินไหวใหญ่

ทางการญี่ปุ่นเตือน ภายใน 30 ปีข้างหน้า มีโอกาสสูงถึง 90% ที่จะเกิดแผ่นดินไหวขนาดรุนแรง

นายธนากร ใจสุขสกุลดี ล่ามภาษาญี่ปุ่น ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ธนากร ใจสุขสกุลดี ถึงกรณีคณะวิจัยด้านแผ่นดินไหวของรัฐบาลญี่ปุ่น ได้มีการเตือนประชาชนให้เตรียมความพร้อมรับมือกับกรณีที่มีโอกาสสูงถึง 90% ในการจะเกิดแผ่นดินไหวขนาดรุนแรง โดยระบุว่า

ข่าวร้ายที่สุดของปีนี้มาเร็วกว่าที่คาดคิด ใครที่อยากมาใช้ชีวิตหรือทำงานในญี่ปุ่นกรุณาไตร่ตรองใคร่ครวญให้จงหนัก วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2019 คณะกรรมการตรวจสอบแผ่นดินไหวออกมาเปิดเผยเตือนประชาชนอีกครั้งว่า นับจากนี้ไปภายในเวลา 30 ปีมีโอกาสสูงมากที่จะเกิดแผ่นดินไหวขนาดรุนแรงระดับ M8

ทางด้านชายฝั่งทะเลมหาสมุทรแปซิฟิกในบริเวณตั้งแต่อ่าวอาโอโมริ ไล่ลงมาจรดคาบสมุทรโบโซ จังหวัดชิบะ รัฐบาลได้เน้นย้ำเตือนว่า การที่เราคิดว่าภูมิภาคโทโฮคุเคยเกิดแผ่นดินไหวขนาดใหญ่มาแล้วเมื่อแปดปีก่อน มันคงจะไม่เกิดขึ้นอีกแล้ว นั่นเป็นความเข้าใจผิดอย่างใหญ่หลวง

จากการสำรวจข้อมูลทางธรณีวิทยาของรัฐบาลมาตั้งแต่ปี 2011 ภายหลังที่เกิดแผ่นดินไหวขนาดรุนแรงที่บริเวณใต้ท้องทะเลภูมิภาคโทโฮะคุ พบว่าแผ่นเปลือกโลกมีการเคลื่อนตัวไปทางทิศตะวันออกมากขึ้น และนั่นจะทำให้มีโอกาสสูงถึงกว่า 90% ที่จะเกิดแผ่นดินไหวขนาด M7.0-M7.5 ขึ้นที่บริเวณอ่าวมิยากิ ซ้ำรอยที่เดิม

ทางทิศใต้ของอ่าวอิวาเตะมีโอกาสประมาณ 30% อ่าวฟุคุชิม่า 50% อ่าวอาโอโมริตะวันออกซึ่งติดกันกับอ่าวอิวาเตะทางเหนือมีโอกาสสูงเกินกว่า 90% อ่าวอิบาระคิ สูงเกินกว่า 80% ขึ้นไปเช่นเดียวกัน

ทางด้านพื้นที่ชายฝั่งทะเลตะวันออก โอกาสที่จะเกิดแผ่นดินไหวขนาดที่ทำให้เกิดคลื่นยักษ์สึนามิ คือขนาด M8.6-M9 มีอยู่ประมาณ 30% ซึ่งก็ถือว่าไม่สูงมากเท่าไหร่

ขณะที่ นายธนากร ได้โพสต์ทิ้งท้ายว่า สรุปง่ายๆ คือ ตั้งแต่เกาะฮอกไกโดทางตอนเหนือสุดลากยาวผ่านภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ( โทโฮะคุ ) ทั้งแถบลากยาวผ่านมหาสมุทรแปซิฟิกทางด้านตะวันออกของเกาะฮอนชู ผ่านพื้นที่ทุกจังหวัดลงมาจรดอ่าวชิบะที่เป็นแหลมยาวๆ ของคาบสมุทรโบโซ

ซึ่งเหตุการณ์จะเกิดวันไหนก็ได้ ไม่มีใครสามารถทำนายได้ล่วงหน้าได้อย่างแม่นยำ รัฐบาลถึงได้ออกมาประกาศเตือนแล้วก็เตือนอีกให้ประชาชนเตรียมตัวรับมืออย่างมีสติและพร้อมที่สุด

จับชาวบ้านลักลอบตัดต้น “ม้ากระทีบโรง”

เจ้าหน้าที่ ขสป.ป่าห้วยทับทัน – ห้วยสำราญ สนธิกำลังจับกุมผู้ต้องหาพร้อมกลางต้นม้ากระทืบโรงและกำแพง 7 ชั้น จำนวน 1,505 กิโลกรัม

นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ผอ.สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 9 (อุบลราชธานี) รายงานเข้ามาว่า เจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยทับทัน – ห้วยสำราญได้สนธิกำลังออกลาดตระเวน เพื่อป้องกันการบุกรุกป่า โดยการอำนวยการของนายวุฒิกุล งามปัญญา หน.รักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยทับทันฯ พร้อมด้วยฝ่ายสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า

และเจ้าหน้าที่หน่วยปฎิบัติการพิเศษภูธรจังหวัดสุรินทร์ เจ้าหน้าที่ฝ่ายแกครองปกครองอ.สังขะ เจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแกน ที่ 217(ตชด. 217) ออกลาดตระเวนตามแนวพื้นที่ป่าไม้ชายแดนไทย – กัมพูชา บริเวณป่าทิศใต้บ้านคะนา ต.ตาตุม อ.สังขะ จ.สุรินทร์ ซึ่งอยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยทับทัน-ห้วยสำราญ

ตรวจพบกลุ่มชาวบ้านจำนวน 17 คน เป็นชาย 13 คน หญิง 4 คน ต่างทยอยแบกถุงกระสอบปุ๋ยเดินออกจากป่า ลักษณะเดินมาทีละคน เจ้าหน้าที่จึงได้ส่งสัญญาณให้หยุด และเข้าตรวจสอบพบข้างในถุงกระสอบปุ๋ยเป็นไม้พฤกษชาติจำพวกต้นม้ากระทืบโรงและต้นกำแพง 7 ชั้น

จากการสอบสวนทราบว่าเป็นชาวบ้านกะเลงเวก ต.เทพรักษา อ.สังขะ จำนวน 14 ราย และเป็นชาว ต.ตาตุม อ.สังขะ อีก 3 ราย เจ้าหน้าที่สอบถาม ทราบว่าทั้งหมดได้ชักชวนกันเดินทางเข้าป่าเพื่อหาตัดต้นไม้ มาตัดไม้จำพวกต้นมากะทืบโรงและต้นกำแพง 7 ชั้น เพื่อไปทำเป็นยาสมุนไพรไว้รับประทาน และแบ่งให้ญาติพี่น้องได้ต้มหรือดองเหล้าไว้ดื่มกินเท่านั้น ไม่คิดว่าจะเป็นการผิดกฎหมาย จนกระทั่งมาถูกเจ้าหน้าที่ทำการจับกุม

สำหรับการเข้าตรวจยึดจับกุมครั้งนี้ สืบเนื่องมาจากการลักลอบเข้ามาตัดไม้ในเขตป่าหวงห้ามมีอย่างต่อเนื่อง และเจ้าหน้าที่ได้เพิ่มมาตรการป้องกันและปรามปรามการลักลอบทำลายทรัพยากรป่าไม้ กำลังเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนจึงลงพื้นที่สำรวจตรวจสอบอย่างเข้มข้น หากพบการกระทำผิดจะควบคุมตัวดำเนินการตามกฎหมายทันที เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ตั้งข้อหาคดีลักลอบร่วมกันทำลายไม้พฤกษชาติในเขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่าห้วยทับทัน – ห้วยสำราญ

จากนั้นจึงนำตัวผู้ต้องหาทั้ง 17 ราย ส่งร้อยเวรสอบสวน สภ.ดม อ.สังขะ พร้อมด้วยของกลางเป็นไม้พฤกษชาติ ต้นม้ากระทืบโรงและกำแพง 7 ชั้น จำนวน 1,505 กิโลกรัม รวมรถจักรยานยนต์อีก 17 คัน

โดยผู้ต้องหาทั้งหมดให้การรับสารภาพ เจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาและของกลางทั้งหมดส่งดำเนินคดีตามกฎหมาย และหากประกันตนจากสถานีตำรวจภูธร สภ.ดม ชาวบ้านต้องใช้หลักทรัพย์ คนละ 1 แสน ในการประกันตน แต่ว่าชาวบ้านยังหาเงินมาประกันตนไม่ได้จึงต้องนอนห้องขังต่อไป


ที่มา ส่วนประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช