เจ้าของอู่ซ่อมรถ วิ่งป่าราบหลังไปวางอวนหาปลา แต่ติดจงอางยักษ์

เจ้าของอู่ซ่อมรถยนต์ วิ่งป่าราบลังไปวางอวนหาปลา แต่ติดจงอางยักษ์ โร่แจ้งกู้ภัยจับไปปล่อยป่า

เมื่อเวลา 20.30 น. วันที่ 3 ก.พ.62 เจ้าหน้าที่มูลนิธิศรัทธาสามัคคีการกุศล ทุ่งใหญ่ ได้รับแจ้งขอความช่วยเหลือจากนายสมบัติ เล็กกระโทก อายุ 51 ปี อยู่บ้านเลขที่ 60 หมู่ 2 ต.ท่ายาง อ.ทุ่งใหญ่ เจ้าของอู่ซ่อมรถยนต์ ว่ามีงูจงอาง หรือชาวบ้านเรียกงูบองหลา ติดอวนดักปลาอยู่ในทุ่งนาบ้านทุ่งนาแค ท้ายหมู่บ้าน จึงไปตรวจสอบ พบว่าบริเวณทุ่งนาดังกล่าวพบมีอวนดักปลาวางอยู่ริมคันนาที่ริมหนองน้ำพบมีบองหลา หรืองูจงอางตัวใหญ่ยาว ติดอวนดักปลาและดิ้นรนไปมาเพื่อให้หลุดออกจากอวน แต่ยิ่งดินยิ่งติดแน่น และยังพยายามชูคอแผ่แม่เบี้ย ส่งเสียงขู่ตลอดเวลา

เจ้าหน้าที่จึงต้องเพิ่มความระมัดระวังมากขึ้น เพราะบองหลาตัวนี้ท่าทางดุร้าย ประกอบที่เกิดเหตุมืด จึงเสี่ยงที่จะเกิดอันตรายได้ โดยเจ้าหน้าที่ใช้เวลาประมาณ 30 นาที จึงสามารถใช้บ่วงคล้องคอจับงูขึ้นมาพร้อมอวนดักปลาได้สำเร็จ ท่ามกลางความระทึกของเจ้าของอู่และชาวบ้านที่ทราบข่าวเดินทางมามุงดูเป็นจำนวนมาก จากนั้นจึงนำงูมาใส่กระสอบพร้อมวัดความยาวได้ 5 เมตร น้ำหนัก 20 กก. จึงนำไปปล่อยในป่าที่ห่างไกลชุมชน

จากการสอบถามนายสมบัติ ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ หลังจากตนปิดอู่ซ่อมรถ จากนั้นตนได้ลงไปในทุ่งนาหลังอู่ เพื่อกู้อวนดักปลาที่นำไปวางไว้ช่วงเช้า เพื่อหาปลามาทำกับข้าวกิน แต่ขณะที่กำลังกู้อวนดักปลาอยู่นั้นรู้สึกอวนหนักๆ คล้าย ๆ ได้ปลาตัวใหญ่อย่างแน่นอน จึงรีบดึงอวนเข้ามาเรื่อยๆ สุดท้ายต้องผงะตกใจสุดขีด เมื่อพบว่ามีบองหลา หรืองูจงอางขนาดใหญ่ติดอยู่กับอวนดักปลา จึงรีบทิ้งอวนดักปลา และวิ่งกระโดดออกจากจุดดังกล่าวแบบไม่คิดชีวิตด้วยความกลัว ก่อนจะแจ้งกู้ภัยช่วยจับ

ชาวสวนยางสุดเซ็งไฟไหม้สวน คนกรีดยางสวนข้างๆก่อไฟลืมดับ

ชาวสวนยาง อ.ทุ่งใหญ่ เมืองคอน สุดเซ็งไฟไหม้สวนยางพาราวอดห้าสิบไร่ สงสัยคนกรีดยางก่อกองไฟผิงคลายหนาว แต่ลืมดับไฟ สุดท้ายลุกลามสวนยางเพื่อนบ้านเสียหายวอด

วันที่ 3 ก.พ. 61 นายอดิศร อุบลกาญจน์ อายุ 48 ปี อยู่บ้านเลขที่ 25 หมู่ 3 ต.ท่ายาง อ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช ได้รับแจ้งขอความช่วยเหลือให้ระดมเพื่อนบ้าน ไปช่วยดับไฟที่กำลังไหม้ในสวนยางของญาติ จึงไปตรวจสอบ เหตุเกิดภายในสวนยางพารา บ้านปลายคลอง หมู่ 4 ต.ท่ายาง อ.ทุ่งใหญ่ พบเปลวไฟกำลังลุกลามไหม้หญ้าในสวนยาง ของนายประสบ ศรีสุกใส อายุ 62 ปี และของเพื่อนบ้านอีกหลายรายที่อยู่ติดกันรวมกว่า 50 ไร่

ขณะที่รถดับเพลิงของเทศบาล ไม่สามารถเข้าไปช่วยดับไฟได้ เนื่องจากเป็นป่าสวนยางที่ไม่มีถนน รถใหญ่ไม่สามารถเข้าถึงได้ ชาวบ้านจึงช่วยกันตัดกิ่งไม้เข้าตีไฟช่วยกันดับไฟ พร้อมใช้เครื่องฉีดยาฆ่าหญ้าฉีดพ่นน้ำดับไฟเท่าที่จะทำได้ โดยใช้เวลาประมาณ 40 นาที เพลิงจึงสงบลง ตรวจสอบพบสวนยางพาราเสียหายหลายราย รวมแล้วไม่ต่ำกว่า 50 ไร่

ส่วนสาเหตุพบว่าไฟไหม้มาจากสวนยางของเพื่อนบ้านรายหนึ่ง เพราะพบร่องรอยคนงานกรีดยางสุมกองไฟขณะกรีดยางเพื่อแก้หนาวช่วงกลางคืน จากนั้นลืมดับไฟ ต่อมามีลมพัดแรง ประกอบกับเข้าช่วงหน้าแล้ง ใบยางแห้งที่หล่นลงมากอง จึงเป็นเชื้อไฟได้อย่างดี ทำให้ไฟที่ก่อไว้ลุกลามอย่างรวดเร็ว ทำให้สวนยางได้รับความเสียหาย

เบื้องต้นเจ้าของสวนยางที่ได้รับความเสียหาย ได้ใช้ปูนขาวมาทาที่ลำต้นของยางพาราที่ถูกไฟไหม้เพื่อลดความร้อน และคงต้องปิดกรีดยางนานหลายเดือน เพื่อให้ต้นยางฟื้นตัว นอกจากนี้ยังพบว่าต้นยางบางต้นยืนต้นตายเพราะความร้อนของไฟ ทำให้ได้รับความเสียหาย อย่างไรก็ตามผู้เสียหายจะได้ติดต่อเจ้าของสวนยางต้นเพลิง ให้มารับผิดชอบความเสียหายที่เกิดขึ้นแล้ว

หนุ่มติดปล่องร้อยท่อระบายน้ำ ก่อนเสียชีวิต เร่งหาสาเหตุ

เจ้าหน้าที่อาสามูลนิธิปอเต็กตึ๊ง ได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่า มีผู้ติดอยู่ภายในปล่องร้อยท่อระบายน้ำ ภายในแฟลตตำรวจที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง ข้างสถานีตำรวจนครบาลบางบอน จึงนำกำลังพร้อมอุปกรณ์ไปยังจุดเกิดเหตุ เป็นแฟลตสูง 5 ชั้น  อยู่ระหว่างการก่อสร้าง  ภายในห้องพักชั้น 2 ด้านหลัง พบชายอายุประมาณ 40 ปี ติดอยู่ภายในช่องซึ่งเป็นปล่องท่อระบายน้ำและท่อประปามีขนาดประมาณ 50 เซนติเมตร ซึ่งมีขนาดเล็ก และไม่น่าจะมีคนเข้าไปในช่องดังกล่าวได้

เจ้าหน้าที่อาสามูลนิธิฯ พยายามที่จะนำตัวชายคนดังกล่าวออกมา แต่การช่วยเหลือเป็นไปด้วยความยากลำบาก เพราะปล่องมีขนาดเล็กจึงตัดสินใจทุบปล่องปูน ใช้เวลานานกว่า 1 ชั่วโมง จนสามารถนำตัวออกมาได้ แต่ชายคนดังกล่าวได้เสียชีวิตในเวลาต่อมา

ทราบชื่อภายหลังคือ นายหาด ฤกษ์ชัย อายุ 41 ปี หลังนำร่างออกมาได้ ญาติผู้เสียชีวิตได้เดินทางมายังจุดเกิดเหตุ พร้อมเปิดเผย ว่าผู้เสียชีวิต ทำงานเป็นช่างซ่อมเฟอร์นิเจอร์ ก่อนเกิดเหตุได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ให้มารับตัว เพราะอยู่ในอาการเมาสุราอาละวาด โดยพี่ชายเป็นโรคลมชักและมีอาการหลอน บางครั้งพูดจาไม่รู้เรื่อง ซึ่งไม่รู้ว่าพี่ชายมาอยู่ตรงนี้ได้อย่างไร

ส่วนผู้ที่เข้าไปช่วยเหลือ นายหาด เป็นคนแรก ระบุว่า ได้ยินเสียงเรียกมาจากภายอาคารที่กำลังก่อสร้าง และมีร่องรอยสังกะสีเปิดอยู่ จึงชวนน้องชายเดินขึ้นไปดู เพื่อตามหาต้นเสียง จนมาพบว่ามีคนติดอยู่ในปล่องขนาดเล็ก และได้พยายามช่วยเหลือเพื่อนำตัวออกมาจากปล่องดังกล่าว แต่ก็ไม่สำเร็จ จึงประสานเจ้าหน้าที่ให้เข้าช่วยเหลือ

เบื้องต้น ตำรวจ สน.บางบอน จะเร่งสอบสวนข้อเท็จจริงก่อนนำตัวส่งสถาบันนิติเวชศิริราช เพื่อชันสูตรหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงต่อไป

ที่มา Policenews