สนามบินดอนเมือง ฉีดพ่นละอองน้ำ หวังลดผลกระทบปัญหาฝุ่นพิษ

ท่าอากาศยานดอนเมืองดำเนินการลดผลกระทบปัญหามลพิษฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5

วันนี้(2 ก.พ. 62) ท่าอากาศยานดอนเมืองได้นำรถดับเพลิง จำนวน 2 คัน ที่สามารถฉีดพ่นน้ำได้ 12,500 ลิตร และ 10,000 ลิตร ไปฉีดพ่นละอองน้ำบริเวณจุดต่างๆ ในเขตพื้นที่ท่าอากาศยานดอนเมือง เช่น บริเวณด้านข้างอาคารดับเพลิงและกู้ภัย (ฝดภ.ทดม.) เพื่อช่วยลดค่าปริมาณฝุ่นละออง PM 2.5 ในอากาศ ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของกระทรวงคมนาคม ที่ให้ทุกหน่วยงานในสังกัดเร่งหามาตรการ ลดผลกระทบในทุกพื้นที่ โดยในส่วนของท่าอากาศยานดอนเมืองจะมีการนำรถดับเพลิงมาวิ่งตระเวนฉีดน้ำตามจุดต่างๆ เป็นประจำทุกวันโดยจะดำเนินการวันละ 3 รอบ ดังนี้

รอบแรกเวลา 06.00 – 06.30 น.
รอบที่สองเวลา 13.30 – 14.00 น.
รอบสุดท้ายเวลา 15.30 – 16.00 น.

ทั้งนี้ ท่าอากาศยานดอนเมือง ได้ตระหนักถึงความรับผิดชอบต่อสุขภาพของผู้โดยสาร ประชาชนที่อาศัยอยู่โดยรอบ และพนักงาน ลูกจ้าง ที่ปฎิบัติงาน ณ ทดม. หากผู้โดยสารหรือผู้ใช้บริการมีข้อเสนอแนะหรือข้อคิดเห็นประการใด ทดม. ยินดีน้อมรับ หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์ประชาสัมพันธ์ ทดม. โทร 0 2535 1192 ตลอด 24 ชั่วโมง

ขนส่งฯ ตั้งจุดตรวจควันดำ 31 จุด 15 จังหวัด ค่าเกินมาตรฐานห้ามเข้าเขตกรุง

ขนส่งทางบก ตั้งจุดตรวจควันดำ 31 จุด ใน 15 จังหวัด สกัดรถบรรทุกและรถโดยสารสาธารณะควันดำเกินกฎหมายกำหนดห้ามเข้าเขตกรุงเทพมหานคร พบรถควันดำ ลงโทษขั้นสูงสุดปรับ 5,000 บาท พ่น “ห้ามใช้” ทันที!!!

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังจากการลงพื้นที่ติดตามการปฏิบัติงานตรวจวัดควันดำรถบรรทุกและรถโดยสารสาธารณะ ตามมาตรการลดปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 ในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภายใต้นโยบาย One Transport ปลอดฝุ่น PM2.5 ซึ่งกระทรวงคมนาคมได้สั่งการให้กรมการขนส่งทางบกยกระดับยกระดับความเข้มข้นในการแก้ปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2562 เป็นต้นไป และให้ตั้งจุดตรวจควันดำเพิ่มเติมรวม 31 จุด ใน 15 จังหวัด รอยต่อบนถนนสายหลักและสายรองทุกเส้นทางที่มีรถบรรทุกและรถโดยสารมุ่งหน้าเข้ากรุงเทพมหานครเพื่อควบคุมรถที่มีค่าควันดำเกินมาตรฐานจากต่างจังหวัดไม่ให้เข้าสู่กรุงเทพมหานคร โดยให้ดำเนินการต่อเนื่องทุกวัน ดังนี้

ทางหลวงแผ่นดินหมาย 32, ถนนพระราม 2, ถนนเพชรเกษม, ถนนบรมราชชนนี, ถนนสุวินทวงศ์, ถนนพหลโยธิน, ถนนสุขุมวิท, ถนนบางนา-ตราด, ถนนติวานนท์, ถนนลำลูกกา, ถนนรังสิต-นครนายก, ถนนตลิ่งชัน-สุพรรณบุรี, ถนนรังสิต-ปทุมธานี, มอเตอร์เวย์ (ด่านลาดกระบังขาเข้า), ท่าเรือคลองเตย และสถานีขนส่งสินค้าชานเมืองทั้ง 3 แห่ง (ร่มเกล้า, คลองหลวง, พุทธมณฑล)

ทั้งนี้ หากพบรถที่มีค่าควันดำเกินร้อยละ 45 ซึ่งเป็นเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด สั่งเปรียบเทียบปรับทันที 5,000 บาท และพ่น “ห้ามใช้” ทันที ส่วนรถที่ตรวจพบค่าควันดำระหว่างร้อยละ 30-45 ให้ผู้ตรวจการออกใบเตือน เพื่อให้เจ้าของรถดำเนินการแก้ไขให้เรียบร้อยก่อนถึงรอบชำระภาษีรถ สำหรับผลการดำเนินการตรวจควันดำรถบรรทุกและรถโดยสารสาธารณะทั้ง 31 จุด ใน 15 จังหวัด เฉพาะช่วงเช้าของวันนี้ (วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2562) เรียกรถเข้าตรวจจำนวนทั้งสิ้น 627 คัน พบรถมีค่าควันดำเกินที่กฎหมายกำหนดจำนวน 39 คัน แบ่งเป็นรถบรรทุก 35 คัน และรถโดยสารสาธารณะ 4 คัน พบมากที่สุดที่บริเวณจุดตรวจถนนสุวินทวงศ์ ขาเข้า, ถนนบางนา-ตราด ขาเข้า โดยให้ดำเนินการต่อเนื่องตลอดทั้งวันทุกวัน

ด้าน นายพีระพล ถาวรสุภเจริญ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล กรมการขนส่งทางบกได้ให้ผู้ตรวจการลงพื้นที่สุ่มตรวจค่าควันดำรถบรรทุกและรถโดยสารสาธารณะอย่างต่อเนื่องในพื้นที่ที่มีค่ามลพิษสูง เช่น พื้นที่ในเขตจตุจักร เขตบางขุนเทียน, บางคอแหลม, สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพฯ และการตรวจค่าควันดำในรถโดยสารเอกชนร่วมบริการ ขสมก. และ บขส. ณ อู่รถโดยสาร ขสมก.ทุกแห่ง อย่างต่อเนื่อง และจะสุ่มตรวจการดำเนินการของสถานตรวจสภาพรถ (ตรอ.) ควบคู่กับการติดตามการทำงานของ ตรอ. อย่างใกล้ชิดผ่านศูนย์ควบคุมระบบตรวจสภาพรถ (VICC) เพื่อการแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 เห็นผลเป็นรูปธรรม

นอกจากนี้ ยังได้มอบหมายให้สำนักงานขนส่งจังหวัดทั่วประเทศตรวจวัดควันดำรถโดยสารสาธารณะและรถอื่นๆ ณ สถานีขนส่งผู้โดยสาร บนถนนสายต่างๆ ในเขตพื้นที่รับผิดชอบอย่างเข้มงวด ด้านประชาชนที่พบเห็นรถบรรทุกและรถโดยสารมีควันดำ ให้จดจำรายละเอียดหมายเลขทะเบียนรถ เลขข้างรถ แจ้งศูนย์คุ้มครองผู้โดยสารและรับเรื่องร้องเรียน โทร.1584 หากผลการตรวจสอบพบว่ารถมีควันดำตามที่ผู้ร้องเรียนได้แจ้งมาจริงจะถูกดำเนินการตามกฎหมายทันที

ดุสิตโพล เผยปชช. 47.04% เห็นควรใช้ ม.44 คุมสถานการณ์ฝุ่นละออง

สวนดุสิตโพล ของมหาวิทยาลัยราชภัฎสวนดุสิต ได้สำรวจความคิดเห็นของประชาชนที่พักอาศัยในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จำนวน 1,353 คน ระหว่างวันที่ 30 ม.ค. 2562 – 1 ก.พ. 2562 เรื่องประชาชนคิดอย่างไรกับสถานการณ์ฝุ่นละออง

ทั้งนี้ พบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่ ร้อยละ 38.98 เห็นว่าเข้าขั้นวิกฤต เกินมาตรฐาน ร้ายแรงมากขึ้นเรื่อยๆ ยังแก้ไขไม่ได้ รองลงมา ร้อยละ 37.01 มองว่า คุณภาพชีวิตแย่ อันตรายต่อสุขภาพ ระบบทางเดินหายใจ และร้อยละ 30.02 เห็นว่า ภาครัฐ ควรเร่งแก้ปัญหา มีมาตรการเร่งด่วน ทำอย่างจริงจัง

โดยสอดคล้องกับความเห็นคนส่วนใหญ่ที่ตอบแบบสอบถาม คิดเป็นร้อยละ 47.04 มองว่า รัฐบาลและนายกฯ ควรใช้มาตรา44 ออกคำสั่งควบคุมสถานการณ์ ประกาศหยุดราชการ ห้ามใช้รถ บังคับใช้กฎหมายอย่างเร่งด่วน

นอกจากนี้ สิ่งที่ประชาชนต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการเร่งด่วน ในขณะนี้ ร้อยละ 54.14 รัฐบาลต้องแก้ปัญหาอย่างรวดเร็ว สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการ ร้อยละ 25.00 จำกัดปริมาณรถบนถนน ตรวจจับควันดำ ระงับการก่อสร้าง เผาในที่โล่ง และ ร้อยละ 18.23 เห็นว่า ควรแจกหน้ากากอนามัยให้ทุกครัวเรือน ควบคุมไม่ให้ขายเกินราคา