เกาะสมุยแก้ปัญหาตายเจ็บจากอุบัติเหตุรณรงค์ ‘วันนี้แจก พรุ่งนี้จับ’

ตำรวจ จ.สุราษฎร์ธานี ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หวังแก้ปัญหาตายเจ็บจากอุบัติเหตุรณรงค์ ‘วันนี้แจก พรุ่งนี้จับ’

เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2562 บริเวณพรุเฉวง ตำบลบ่อผุด อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี พล.ต.ต.อภิชาติ บุญศรีโรจน์ ผบก.ภ.จ.สุราษฎร์ธานี พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้จัดแถลงข่าว พร้อมกับปล่อยขบวนรถจักรยานยนต์รณรงค์สวมหมวกกันน็อค 100 เปอร์เซ็นต์ ในการรณรงค์เสริมสร้างความปลอดภัยขับขี่รถจักรยานยนต์ สวมหมวกกันน็อคและจัดระเบียบจราจร

ทั้งนี้ด้วยที่ผ่านมาในพื้นที่อำเภอเกาะสมุย ได้เกิดอุบัติเหตุขึ้นจำนวนมากทำให้มีผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ และเสียชีวิตในแต่ละปีมีจำนวนที่มาก โดยเฉพาะการเกิดอุบัติเหตุกับนักท่องเที่ยว ซึ่งการเกิดอุบัติเหตุดังกล่าวได้ทำให้เกิดผลกระทบกับภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของประเทศ ในส่วนของความปลอดภัย เพราะแต่ละประเทศที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในพื้นที่เกาะสมุย มีความเป็นห่วงใยเรื่องนี้อย่างมาก

จากปัญหาดังกล่าวตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานี จึงมีนโยบายเร่งด่วนในการแก้ปัญหาจราจร และลดการเกิดอุบัติเหตุทางถนนในพื้นที่แหล่งท่องเที่ยว ทั้งจังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยเฉพาะเกาะสมุยมีการเกิดอุบัติเหตุทำให้เกิดการสูญเสียจำนวนมาก จากสถิติการเกิดอุบัติเหตุทำให้มีผู้เสียชีวิตพบว่า ในปี 2561 มีผู้บาดเจ็บจากอุบัติเหตุกว่าสามพันราย เกิดจากการขับขี่รถจักรยานยนต์ 91 เปอร์เซ็นต์ ในจำนวนนี้มีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนน 52 ราย เสียชีวิตจากรถจักรยานยนต์ 47 ราย พบว่าผู้ขับขี่ไม่สวมหมวกกันน็อคถึง 91 เปอร์เซ็นต์

และเดือนมกราคม 2562 มีผู้เสียชีวิตแล้วจำนวน 5 ราย เป็นนักท่องเที่ยว 4 ราย คนไทย 1 ราย ปัญหาหนึ่งของการเสียชีวิตยังคงเกิดจากผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ไม่สวมหมวกกันน็อค ดังนั้นเพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุและเสียชีวิต ตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานีจึงจัดกิจกรรมรณรงค์ พร้อมขอความร่วมมือร้านที่ให้เช่ารถจักรยานยนต์ ก่อนที่จะให้นักท่องเที่ยวหรือคนไทยเช่ารถผู้ให้เช่า จะต้องตรวจดูใบอนุญาตขับขี่ของผู้เช่าทุกครั้ง หากเกิดอุบัติเหตุขึ้นเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจพบว่า ผู้ให้เช่าไม่ตรวจสอบใบอนุญาตขับขี่ เจ้าหน้าจะปรับจำนวน 2,000 บาท ในฐานะที่ผู้ให้ผู้เช่าให้ผู้เช่ารถไปโดยไม่มีใบอนุญาต

ในเรื่องนี้ พล.ต.ต.อภิชาติ บุญศรีโรจน์ ผบก.ภ.จ.สุราษฎร์ธานี กล่าวว่า สำหรับโครงการสวมหมวกกันน็อคเป็นโครงการของสำนักงานตำรวจแห่งชาติอยู่แล้ว ประกอบกับมีนโยบายของแม่ทัพภาคที่ 4 ที่ให้หาวิธีการลดอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นจำนวนมากบนเกาะสมุย ที่สำคัญที่มีเทศกาลต่างๆ มักจะมีอุบัติเหตุเกิขึ้นค่อนข้างสูงโดยเฉพาะในเดือนมกราคม 2562 เพียงเดือนเดียว มีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุแล้วจำนวน 5 ราย ถือว่าเป็นเรื่องที่วิกฤตและส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของเกาะสมุย

ตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานีจึงต้องลงพื้นที่รณรงค์ ซึ่งได้รับความร่วมมืออย่างดีจากประชาชน นักท่องเที่ยว และผู้ประกอบการที่ขับขี่รถจักรยานยนต์ทุกครั้งต้องสวมหมวกกันน็อค โดยจะเริ่มตั้งจุดตรวจวินัยจราจรรอบเกาะสมุยแต่วันนี้จะให้เจ้าหน้าที่ทำการตักเตือนพร้อมแจกหมวกกันน็อค ตามแนวทาง “ วันนี้แจก พรุ่งนี้จับ ”

โดยได้ระดมเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรจำนวน 23 นายจากพื้นที่ต่างๆ ของจังหวัดสุรษฎร์ธานี ร่วมกับตำรวจจราจร สภ.เกาะสมุย และสภ.บ่อผุด เพื่อเข้มงวดกวดขันวินัยจราจร โดยในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2562เจ้าหน้าที่จะใช้นโยบาย “ วันนี้แจก พรุ่งนี้จับ ” และตั้งแต่วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2562 เป็นต้นไปเจ้าหน้าที่ตำรวจจะจับและปรับด้วยอัตราสูงสุด สำหรับกิจกรรมการรณรงค์ครั้งนี้ ผบก.ภ.จ.สุราษฎร์ธานี พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมกันปล่อยขบวนรถจักรยานยนต์ โดยผู้ขับขี่และผู้ซ้อนท้ายสวมหมวกกันน็อค ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการรณรงค์ในครั้งนี้ฃ

ทางด้านนายวรสิทธิ์ ผ่องคำพันธุ์ นายกสมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยว กล่างถึงเรื่องนี้ว่า ขณะนี้ประเทศไทยติดอันดับโลกที่เป็นประเทศไม่พึงประสงค์ ได้แก่การเกิดอุบัติเหตุทำให้นักท่องเที่ยวบาดเจ็บ และเสียชีวิด เป็นเรื่องที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ และหน่วยงานต่างๆ ที่ได้ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ เพราะการสูญเสียจากการเกิดอุบัติของนักท่องเที่ยวได้ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ และจำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวยังเกาะสมุย

ทั้งนี้ทำให้สถานทูตในหลายประเทศได้มีคำเตือนนักท่องเที่ยว ถึงอันตรายจากการเดินทางมาท่องเที่ยวยังเกาะสมุย ซึ่งกิจกรรมการรณรงค์ที่จัดขึ้นนี้จึงเป็นกิจกรรมที่สร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยว ที่สำคัญส่งผลที่ดีต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยว จึงขอให้ผู้ที่ขับขี่รถจักรยานยนต์ทุกคน ทั้งคนไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติได้ตระหนักถึงเรื่องนี้ พร้อมกับปฏิบัติตามกฎหมายอย่างจริงจัง

ด้านมิสเตอร์ เย้ ฟง นักท่องเที่ยวชาวจีนที่เดินทางมาจากเมืองอู่ฮั่น ได้เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้กล่าวว่า ตนเองต้องขอขอบคุณภาครัฐทุกหน่วย ที่ได้ตระหนักและให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ เนื่องจากในแต่ละปีมีนักท่องเที่ยวชาวจีนเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวยังเกาะสมุยจำนวน และมักเกิดอุบัติเหตุขึ้นบ่อยครั้ง นอกจากนี้ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทำป้ายเตือนนัหท่องเที่ยวเป็นภาษาจีนด้วย เพื่อให้นักท่องเที่ยวชาวจีนได้ปฏิบัติ

สั่งสอบ! เทศกิจเรียกเงินหมอนวดแผนไทย จัดงานปีใหม่

นายกเมืองพัทยาออกคำสั่งเด็ดขาด สอบกรณีฉาว เทศกิจเรียกเงินกลุ่มหมอนวดแผนไทยชายหาดจัดงานปีใหม่ สั่งพักการปฏิบัติหน้าที่รอผลสอบ หากพบผิดฟันทั้งวินัย-อาญาไม่เลี้ยง

จากกรณีที่มีผู้ประกอบการหมอนวดแผนไทยชายหาดจอมเทียนร้องเรียนว่ามีกลุ่มคนอ้างมาเรียกเก็บเงินจากกลุ่มผู้ประกอบทั้ง 3 โซน ได้แก่โซนพัทยา เขตปลอดดงตาล และจอมเทียน โซนละ 20,000 บาท เพื่อนำไปจัดกิจกรรมและจัดงานเลี้ยงสังสรรค์ปีใหม่ให้กับผู้ประกอบการและเจ้าหน้าที่เทศกิจชายหาดจอมเทียน

แต่ทางกลุ่มหมอนวดบางส่วนมองว่าเงินดังกล่าวสูงเกินไปเพราะเคยจ่ายเพียง 5,000 บาทเท่านั้น เลยยังไม่ยอมจ่ายต่อมาผู้ที่ดื้อดึงกลับถูกเจ้าหน้าที่เทศกิจเมืองพัทยาจับกุมโดยบอกว่า “นายสั่งลงมาให้จับ” นั้น

ด้านเมืองพัทยา เมื่อทราบเรื่องดังกล่าวจึงได้ให้ตัวแทนที่ปรึกษานายกเมืองพัทยาลงพื้นที่เรียกทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องมาพูดคุยรับทราบปัญหา

และในเบื้องต้นได้รายงานเรื่องที่เกิดขึ้นให้ทาง นายรณกิจ เอกะสิงห์ รองนายกเมืองพัทยารับทราบเรื่องทั้งหมดเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง ก่อนนัดทั้งหมดเข้าประชุมหน่วยงานที่เกี่ยว ข้องรวมถึงหมอนวดแผนไทยทั้งหมดมาประชุมพร้อมหน้าเพื่อหาข้อสรุปเรื่องดังกล่าวอีกครั้ง

ล่าสุดวันนี้ (1 ก.พ.) นายรณกิจ เอกะสิงห์ รองนายกเมืองพัทยา เปิดเผยว่าจากกรณีดังกล่าว ขณะนี้ได้รายงานให้นายสนธยา คุณปลื้ม นายกเมืองพัทยาได้รับทราบ และได้มีคำสั่งด่วนเข้ามาดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง พร้อมการจัดตั้งคณะกรรมการสอบสวนอย่างเร่งด่วนแล้ว

ซึ่งหากพบว่า มีมูลและพบว่ามีการกระทำผิดจริง ก็จะมีการดำเนินคดีทั้งทางวินัยและอาญาอย่างเด็ดขาด เนื่องจากสร้างความเสียหายต่อชื่อเสียงของเมืองพัทยาเป็นอย่างมาก

ขณะที่กรณีที่ว่ามีเทศกิจบางนาย เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องในการเข้าจับกุมเพื่อเรียกเก็บเงินจากผู้ประกอบการนั้น ปัจจุบันได้มีคำสั่งให้เจ้าหน้าที่กลุ่มนี้และส่วนที่เกี่ยวข้องออกจากการปฏิบัติหน้าที่ในจุดที่รับผิดชอบ และย้ายเข้ามาปฏิบัติงานที่เมืองพัทยาเป็นการชั่วคราว เพื่อรอผลการสอบสวนว่ามีความผิดจริงหรือไม่ เพื่อไม่เป็นเยี่ยงอย่างและมีการกระทำในลักษณะเกิดขึ้นได้อีก

นายรณกิจ กล่าวต่อไปว่าส่วนเงินที่เรียกเก็บจากผู้ประกอบการนั้นจะมีการนำไปทำอะไร หรือใครเป็นผู้เรียกเก็บ และการกระทำนี้เข้าข่ายลักษณะการกระทำที่ผิดกฎหมายหรือไม่ หรือเข้าข่ายการบังคับขู่เข็ญหรือ ไม่นั้นก็จะมีการเรียกสอบพยานและผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด

ยืนยันว่ากรณีนี้ เมืองพัทยาไม่ได้นิ่งนอนใจและจะดำเนินการอย่างเด็ดขาด เนื่องจากเป็นกรณีที่ทำให้ภาพลักษณ์ของเมืองพัทยามัวหมอง แต่ก็จะให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่ายอย่างแน่นอน

ปชป. ส่ง อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ชิงนายกฯ ชี้คุณสมบัติไร้ที่ติ สง่างามในเวทีโลก

มติพรรคประชาธิปัตย์ ส่งชื่อ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ชิงนายกฯ เผยคุณสมบัติครบไร้ที่ติ  พร้อมทำงานทันที

วันนี้ (1 ก.พ. 2562) นายธนา ชีระวินิจ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ได้ออกแถลงข่าวถึงผลการประชุมพรรคในการเลือกสรรบุคคลชิงเก้าอี้นายกรัฐมนตรีในเลือกตั้งที่จะถึงนี้ โดยเผยว่าที่ประชุมมีมติเป็นเอกฉันท์เสนอชื่อ นายอภิสิทธิ์ ในบัญชีนายกฯ เพียงคนเดียว ด้วยเหตุผล 5 ประการ คือ

1.เป็นธรรมเนียมและหลักการที่พรรคยึดถือมาตลอด 72 ปี คือคนที่ดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคจะเป็นบุคคลที่จะดำรงตำแหน่งนายกฯ ทุกครั้ง
2.เป็นคนทุ่มเทและตั้งใจทำงานให้ประชาชนและประเทศชาติตลอดระยะเวลา 20 กว่าปีที่ทำงานทางการเมือง เป็นที่ยอมรับของประชาชน
3.เป็นคนยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตยในระบอบรัฐสภา ตลอดระยะเวลาในการทำหน้าที่ ได้ทำหน้าที่เพื่อปกป้องประชาธิปไตย และเป็นหลักที่จะชี้นำสังคมในเรื่องการดำเนินกิจกรรมทางการเมืองไม่ว่าช่วงปกติหรือช่วงที่มีรัฐประหารก็ตาม
4.ตลอดระยะเวลาในการทำหน้าที่ส.ส.หรือนายกฯ นายอภิสิทธิ์มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ ไม่มีปัญหาเรื่องการทุจริตคอร์รัปชั่น
และ 5.นายอภิสิทธิ์เป็นบุคคลที่มีความรู้ ความเข้าใจ เคยดำรงตำแหน่งอดีตรัฐมนตีและอดีตนายกฯ เพราะฉะนั้นในการเลือกตั้งหลังวันที่ 24 มี.ค. หากได้รับเลือกเป็นนายกฯ ก็สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ทันทีไม่จำเป็นต้องศึกษาหรือเรียนรู้งานอีก

และในปีนี้ผู้นำประเทศจะต้องเป็นผู้นำองค์กรระดับโลก นายอภิสิทธิ์ จะเป็นนายกฯ ของไทย ที่จะทำหน้าที่เป็นตัวแทนคนไทยทั้งประเทศได้อย่างสง่างามในเวทีโลก