เครือข่ายเยาวชนฯ ร้องผบ.ตร. เพิ่มโทษดื่มเหล้าในวัด-งดเหล้าในงานบุญ

เครือข่ายเยาวชนป้องกันนักดื่มหน้าใหม่ ยื่นหนังสือถึง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. เพิ่มโทษดื่มเหล้าในวัด พร้อมเร่งให้ส่งเสริมงดเหล้าในงานบุญ

วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2562 นายธีรภัทร์ คหะวงศ์ ผู้ประสานงานเครือข่ายเยาวชนป้องกันนักดื่มหน้าใหม่ พร้อมด้วยเครือข่ายนักกฎหมายเพื่อเด็กและเยาวชน และกลุ่มนักเรียนนักศึกษาจากสถาบันต่างๆกว่า 30 คนเดินทางมายื่นจดหมายเปิดผนึกถึง พลตำรวจเอกจักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เพื่อเรียกร้องให้เพิ่มข้อกล่าวหากับกลุ่มวัยรุ่นอันธพาลแก๊งงานบวช ฐานความผิดดื่มสุราในวัดตามพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551 มาตรา 31 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือนหรือปรับไม่เกิน 10,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ โดยมีพันตำรวตเอก ธีระวุฒิ กิ่งวรรณ นายตำรวจหัวหน้าเวรอำนวยการประจำวันสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นผู้รับหนังสือร้องเรียน

นายธีรภัทร์ คหะวงศ์ กล่าวว่า ทางเครือข่ายเห็นว่า พฤติการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นการกระทำที่อุกอาจและผิดกฎหมายรวมทั้งละเมิดสิทธิ์ของผู้อื่นอย่างร้ายแรงทางเครือข่ายจึงมีข้อเสนอต่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติเร่งรัดดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดกฎหมายโดยเร็วเนื่องจากเป็นคดีที่สังคมให้ความสนใจมีให้เป็นเยี่ยงอย่างโดยจะขอให้ศาลลงโทษสถานหนักรวมถึงขอให้กำหนดมาตรการคุ้มครองผู้เสียหายและพยานในคดีนี้ด้วย

รวมทั้งขอให้ตรวจสอบการดื่มสุราในบริเวณวัด เนื่องจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเห็นได้ชัดว่ามีการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในบริเวณวัด ซึ่งเข้าข่ายผิดกฎหมายตาม พ.ร.บ. ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 2551 มาตรา 31 และขอร้องเรียนไปยังกรมกิจการเด็กและเยาวชน กระทรวงพัฒนาสังคมฯ ส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปเยียวยาฟื้นฟูสภาพจิตใจนักเรียนและครอบครัวผู้ที่ถูกกระทำเป็นการด่วน และวิงวอนให้การจัดงานบวช งานบุญ งดการมีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด

ด้านนายวันชัย พูลช่วย ประสานงานเครือข่ายนักกฎหมายเพื่อเด็กและเยาวชน กล่าวว่า แปลกใจว่าทำไมไม่มีการแจ้งข้อหาการดื่มสุราในสถานที่ห้ามตาม ทั้งๆที่มีหลักฐานเป็นคลิปวีดีโอ ภาพวงจรปิด รวมไปถึงพยานบุคคลในพื้นที่ ที่สามารถชี้ชัดได้ว่ามีการกินดื่มกันในวัดโดยไม่เกรงกลัวกฎหมาย จึงไม่อยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจละเลยประเด็นนี้

ขอบคุณ สวพ.FM91

ตำรวจแจงแล้ว หลังมีข่าวหญิงวัย 20 ถูกลวงข่มขืนย่านรามฯ 2

ตำรวจชี้แจงหลังเพจดังอ้างหญิงถูกข่มขืนย่านรามฯ 2 ที่แท้หนุ่มสาวนัดกันมาปาร์ตี้ ก่อนชอบพลอจึงชวนกันไปมีเพศสัมพันธ์ในป่า

รายงานข่าวแจ้งว่า วันนี้ (26 ก.พ. 2562) ร.ต.ท.ทัศไนย อุดมรัตนะศิลป์ รอง สว.สส.สน.อุดมสุข ได้ออกมาเปิดเผยถึงความคืบหน้าจากกรณีที่เพจ พระโขนง บางนา สมุทรปราการ  ได้มีการโพสต์ภาพและข้อความอ้างว่า มีกลุ่มวัยรุ่นก่อเหตุรุมข่มขืนหญิงวัย 20 ปี กลางถนนย่านรามคำแหง 2 ก่อนที่เวลาต่อจะสามารถจับผู้ก่อเหตุได้ 1 คน และหนีไปได้ 3 คน

โดยมีข้อความระบุว่า “#ราม2ข่มขืนข้างฟุตปาท4รุม1.. หมู มะนาวเล่าว่า สังคมหยาบขึ้นทุกวัน 4 คน พยายามรุมข่มขืนเด็กสาว อายุ 20 คือข้างฟุตปาท คนเยอะแยะ ถึงจะมีซอกก็เหอะ แต่มันติดถนนเลยอ่ะ มึงกล้ากันได้ไงวะ จับได้ 1 คน อีก 3 หนีไปได้ … ประหารไหม หรือเก็บไว้อีก ถ่ายได้แค่นี้ ไม่อยากถ่ายน้องเขา สงสาร”  ก่อนจะเกิดเป็นคำถามขึ้นในสังคมว่าแท้จริงแล้วเหตุการณ์นี้มันเป็นอย่างไรกันแน่นั้น ว่า

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ใช่การรุมข่มขืนตามที่เป็นข่าว แต่เป็นเพราะมีหนุ่มสาวนัดกันมาสังสรรค์อยู่ที่บริเวณดังกล่าว แต่พอเกิดอารมณืก็พากันไปทำอนาจารกันบริเวณเพิงในป่า ซึ่งเป็นการยินยอมของทั้งคู่ แต่ระหว่างนั้นมีพลเมืองดีผ่านมาเห็นจึงแจ้งเหตุเข้าไปตรวจสอบ  ยืนยันว่าไม่ใช่การข่มขืนตามที่เพจดังกล่าวกล่าวอ้างแต่อย่างใด ทั้งนี้จากการตรวจสอบ พบว่าเพจที่นำภาพมาเผยแพร่ ได้ลบภาพและข้อความดังกล่าวออกไปแล้ว

สำหรับในทางกฎหมาย การนัดแนะกันเพื่อแลกเปลี่ยนรสนิยมทางเพศด้วยความพอใจโดยไม่มีผลตอบแทนถือว่าไม่มีความผิด เว้นเสียแต่บุคคลนั้นมีอายุต่ำกว่า 18 ปี ซึ่งตรงนี้ถือว่ามีความผิด ส่วนเรื่องสถานที่ที่นัดไปมีเพศสัมพันธ์นั้นหากเป็นที่สาธารณะ เช่น ตามสวนต่างๆ ที่ไม่ใช่สถานที่ส่วนตัว ตรงนี้จะมีความผิดฐานอนาจาร ซึ่งเป็นคดีที่มีอัตราโทษไม่สูง ส่วนใหญ่จะสั่งปรับ โดยต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าพันบาท

เปิดสายด่วน อย. 1556 กด 3 สอบถามข้อสงสัยกัญชา เริ่ม 27 ก.พ. นี้

อย. เปิดสายด่วน อย. 1556 กด 3 สอบถามข้อสงสัยเกี่ยวกับกัญชาได้ตลอดเวลา ในวันและเวลาราชการเวลา 8.30 – 16.30 น. โดยจะเริ่มในวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2562 เป็นต้นไป

นพ. ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยว่า หลังจากคณะกรรมการควบคุมยาเสพติดให้โทษ เห็นชอบร่างประกาศนิรโทษและครอบครองกัญชาทั้ง 3 ฉบับ โดยได้เสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขลงนาม และอยู่ในระหว่างรอลงประกาศราชกิจจานุเบกษา ซึ่งจะครอบคลุมบุคคล 3 กลุ่ม คือ

1. ผู้มีคุณสมบัติตามกฎหมายใหม่

2. ผู้ป่วยที่มีใบรับรองจากแพทย์ว่ามีอาการเจ็บป่วยจะอนุญาตให้ใช้ในปริมาณที่เพียงพอต่อการรักษาโรคเท่านั้น

3. บุคคลอื่น ๆ

ซึ่งทั้ง 3 กลุ่มนี้ จะต้องมาแจ้งการครอบครองภายใน 90 วัน หลังจากที่ พ.ร.บ. ยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 7) พ.ศ. 2562 มีผลใช้บังคับ คือจะต้องมาแจ้งการครอบครองภายในวันที่ 19 พฤษภาคม 2562 นั้น ดังนั้น เพื่อเป็นการตรียมความพร้อมและสร้างความเข้าใจในระยะเปลี่ยนผ่านการแจ้งการครอบครองกัญชา อย. จึงได้เปิดสายด่วน อย. 1556 กด 3 สอบถามข้อสงสัยเกี่ยวกับกัญชาได้ตลอดเวลาในวันและเวลาราชการ (8.30-16.30 น.) โดยจะเริ่มในวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2562 เป็นต้นไป

ทั้งนี้ ผู้มีคุณสมบัติตามกฎหมายใหม่ มี 7 กลุ่ม คือ 1 หน่วยงานของรัฐ 2 ผู้ประกอบวิชาชีพ 3 สถาบัน อุดมศึกษาเอกชน (ทางแพทย์/เภสัชศาสตร์) 4 ผู้ประกอบอาชีพเกษตรกรรมที่รวมตัวเป็นวิสาหกิจชุมชน 5 ผู้ประกอบการขนส่งสาธารณะระหว่างประเทศ 6 ผู้ป่วยเดินทางระหว่างประเทศ 7 ผู้ขออนุญาตอื่น ซึ่งการขออนุญาตต้องมีแบบแจ้งการครอบครอง (ยส.5) โครงการวิจัย (ถ้ามี) และเอกสารอื่น ๆ ตามประเภทของผู้ยื่นคำขอ ดังนี้

กรณีเป็นหน่วยงานรัฐ ต้องมีหลักฐานแสดงความเป็นหน่วยงานของรัฐ ผู้ประกอบวิชาชีพ ต้องแสดงใบประกอบวิชาชีพ สถาบันอุดมศึกษา หลักฐานแสดงการเป็นสถาบันอุดมศึกษาที่มีหน้าที่เกี่ยวกับการวิจัยและการเรียนการสอนที่เกี่ยวกับการแพทย์หรือเภสัชศาสตร์ ผู้ประกอบอาชีพเกษตรกรรม ต้องมีหนังสือจดทะเบียนกลุ่มเกษตรกรตามกฎหมาย เอกสารแสดงความร่วมมือและดำเนินการภายใต้การกำกับดูแลของหน่วยงานรัฐหรือสถาบันการศึกษา ผู้ประกอบการขนส่งสาธารณะระหว่างประเทศ ต้องมีเอกสารจดทะเบียนการดำเนินการขนส่งระหว่างประเทศ ผู้ป่วยเดินทางระหว่างประเทศ ต้องมีหนังสือเดินทาง เอกสารเดินทางเข้าและออกจากประเทศไทย และใบรับรองแพทย์ หรือหนังสือรับรองแพทย์

สำหรับผู้ป่วย ที่มีความจำเป็นต้องใช้กัญชาในการรักษาโรคตัวเอง และมีกัญชาดังกล่าวในครอบครองก่อน 19 กุมภาพันธ์ 2562 ผู้ป่วยหรือผู้แทน ต้องมายื่นคำขอ “บันทึกแจ้งการมีไว้ในครอบครองฯ” กรณีมีปริมาณไม่เกิน 90 วัน หรือกรณีอื่น ๆ เช่น จำเป็นต้องใช้กัญชาเกิน 90 วัน และไม่ส่งมอบกัญชาให้แนบแบบฟอร์มพร้อมแนบหลักฐาน ใบรับรองการเจ็บป่วยและแสดงกัญชาที่ครอบครองต่อเจ้าหน้าที่ และกรณีครอบครองเกิน 90 วัน และขอส่งมอบส่วนที่เกิน 90 วัน ให้กับเจ้าหน้าที่ และ บุคคลอื่นที่ไม่มีคุณสมบัติตามกฎหมายและไม่ใช่ผู้ป่วย ให้ยื่นบันทึกแจ้งการมีไว้ในครอบครองฯ การส่งมอบและรับมอบ

สำหรับในเขตกรุงเทพฯ แจ้งได้ที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กองควบคุมวัตถุเสพติด ณ ศูนย์บริการผลิตภัณฑ์สุขภาพเบ็ดเสร็จ (One Stop Service Center ) ชั้น 2 สำหรับส่วนภูมิภาคแจ้งที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทุกจังหวัด ที่กลุ่มงานคุ้มครองผู้บริโภค ตามที่ผู้ป่วยพำนัก เลขาธิการฯ กล่าวในที่สุด