กรมควบคุมโรคเตือน! อย่าสับสน รับประทานไข่แมงดาที่มีพิษ

กรมควบคุมโรค เตือนประชาชนอย่าสับสนรับประทานไข่แมงดาที่มีพิษ เนื่องจากแมงดาทะเลมี 2 ชนิด ทั้งแบบมีพิษและไม่มีพิษ หลังรับประทานไปแล้วหากมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน และชาบริเวณลิ้นหรือปาก ควรรีบพบแพทย์ทันที

วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2562 นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ในช่วงนี้เป็นช่วงที่สามารถหาแมงดาทะเลมารับประทานได้ง่าย ซึ่งหากประชาชนนำแมงดาถ้วยมาประกอบอาหาร เพราะคิดว่าเป็นแมงดาจานที่ไม่เป็นอันตรายต่อการบริโภค อาจทำให้ได้รับพิษที่สะสมอยู่ในเนื้อและไข่ของแมงดาถ้วย ซึ่งเป็นพิษที่ทนความร้อนได้สูงมาก การต้ม ทอด ปิ้ง หรือย่าง ไม่สามารถทำลายพิษได้

แมงดาทะเลมี 2 ชนิดคือ แมงดาจาน หรือแมงดาทะเลหางเหลี่ยม ไม่มีพิษ สามารถรับประทานได้ มีขนาดใหญ่ อาศัยอยู่ตามพื้นทะเล วางไข่ตามริมชายฝั่งที่เป็นดินทราย และอีกชนิด คือแมงดาถ้วย ซึ่งมีชื่อเรียกหลายชื่อได้แก่ แมงดาทะเลหางกลม หรือเห-รา หรือแมงดาไฟ จะมีพิษ ไม่สามารถรับประทานได้ ลำตัวมีสีส้มหรือสีน้ำตาลเข้ม ขนาดเล็กกว่าแมงดาจาน อาศัยอยู่ตามพื้นทะเลที่เป็นดินโคลนและตามคลองในป่าชายเลน

ซึ่งแมงดาถ้วยมีพิษชนิดเดียวกับปลาปักเป้า เป็นพิษที่เกิดจากแบคทีเรียในลำไส้ของแมงดาถ้วย หรือเกิดจากการกินตัวแพลงก์ตอนที่มีพิษหรือกินหอยหรือหนอนที่มีแพลงตอนพิษ ทำให้สารพิษไปสะสมอยู่ในเนื้อและไข่ จึงขอย้ำเตือนประชาชนอย่าสับสน ระมัดระวังการกินไข่แมงดาในช่วงกุมภาพันธ์ถึงมิถุนายน ซึ่งมักพบการแพร่พันธุ์ของแพลงก์ตอนพิษจำนวนมาก ทำให้ผู้ที่รับประทานเกิดอาการป่วยรุนแรงและเฉียบพลัน

นายแพทย์สุวรรณชัย กล่าวต่อว่า หากมีอาการมึนงง ชาบริเวณลิ้น ปาก ปลายมือ ปลายเท้าและมีกล้ามเนื้ออ่อนแรง ตาม มือ แขน ขา ตามลำดับ รวมทั้งอาจมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน บางรายอาจมีน้ำลายฟูมปาก เหงื่อออกมาก พูดลำบาก ตามองเห็นภาพไม่ชัด หลังจากรับประทานแมงดาทะเลประมาณ 10-45 นาที

หรืออาจช้าไปจนถึง 3 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับชนิดและแหล่งที่อยู่ของแมงดาทะเล ฤดูกาล จำนวนที่รับประทาน หรือปริมาณของสารพิษที่ได้รับ ซึ่งผู้ที่รับประทานไข่แมงดาทะเล บางรายมีอาการรุนแรงถึงขั้นอาจเสียชีวิตจากการหยุดหายใจได้ หากมีอาการดังกล่าวให้รีบนำตัวส่งโรงพยาบาลให้เร็วที่สุด จะช่วยให้ได้รับการรักษาที่เร็วขึ้น ประชาชนสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร 1422

ปภ.รายงาน 7 จังหวัดภาคเหนือ คุณภาพอากาศในภาพรวม เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ

ปภ.รายงาน 7 จังหวัดภาคเหนือคุณภาพอากาศในภาพรวมเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ ประสานจังหวัดปฏิบัติการแก้ไขปัญหาต่อเนื่อง

กระทรวงมหาดไทย โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) รายงานพื้นที่ภาคเหนือ 7 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ ลำปาง ลำพูน แม่ฮ่องสอน น่าน แพร่ และพะเยาคุณภาพอากาศในภาพรวมเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ ทั้งนี้ ปภ.ได้ประสาน 7 จังหวัดดังกล่าว ดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองให้สอดคล้องกับ

สถานการณ์ในพื้นที่จัดเจ้าหน้าที่ติดตามข้อมูลคุณภาพอากาศและประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิดรวมถึงดำเนินมาตรการควบคุมการเผาอย่างเคร่งครัด อีกทั้งขอความร่วมมือประชาชนงดเว้นการเผาขยะและเศษวัสดุทางการเกษตร เพื่อป้องกันการเกิดไฟป่าและปัญหาหมอกควันปกคลุมพื้นที่

นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า จากการประสานข้อมูลคุณภาพอากาศกับกรมควบคุมมลพิษ เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2562 เวลา 05.00 น. พบว่า ภาคเหนือมีปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) และปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 10 ไมครอน (PM10) เฉลี่ย 24 ชั่วโมง เกินค่ามาตรฐาน (50 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร) และดัชนีคุณภาพอากาศ (AQI) เกินค่ามาตรฐาน 100 ใน 7 จังหวัด ได้แก่

เชียงใหม่ (ตำบลช้างเผือก ตำบลศรีภูมิ อำเภอเมืองเชียงใหม่ ตำบลช่างเคิ่ง อำเภอแม่แจ่ม)

ลำปาง (ตำบลพระบาท อำเภอเมืองลำปาง ตำบลสบป้าด ตำบลบ้านดง ตำบลแม่เมาะ อำเภอแม่เมาะ)

ลำพูน (ตำบลบ้านกลาง อำเภอเมืองลำพูน)

แม่ฮ่องสอน (ตำบลจองคำ อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน)

น่าน (ตำบลในเวียง อำเภอเมืองน่าน)

แพร่ (ตำบลนาจักร อำเภอเมืองแพร่)

พะเยา (ตำบลเวียง อำเภอเมืองพะเยา)

โดยมีค่า PM2.5 ระหว่าง 57 – 87 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ค่า PM10 ระหว่าง 79 – 230 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และ AQI มีค่าระหว่าง 116 – 226 ซึ่งคุณภาพอากาศในภาพรวมอยู่ในระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ โดยเฉพาะพื้นที่ตำบลพระบาท อำเภอเมืองลำปาง มีค่า PM2.5 อยู่ที่ 87 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ค่า PM10 อยู่ที่ 230 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และ AQI มีค่าระหว่าง 226 คุณภาพอากาศมีผลกระทบต่อสุขภาพ

ทั้งนี้ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ได้ประสาน 7 จังหวัดภาคเหนือดังกล่าว ดำเนินมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในพื้นที่ รวมถึงจัดเจ้าหน้าชุดปฏิบัติการและเครื่องจักรกล สนับสนุนการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ โดยฉีดพ่นน้ำลดปริมาณฝุ่นละอองในอากาศอย่างต่อเนื่อง พร้อมจัดเจ้าหน้าที่ติดตามข้อมูลคุณภาพอากาศ และประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

อีกทั้งดำเนินมาตรการควบคุมการเผาอย่างเคร่งครัด โดยพื้นที่ป่าไม้ เน้นการบังคับใช้กฎหมายกับผู้ลักลอบจุดไฟเผา พื้นที่เกษตรกรรม ให้กำหนดช่วงเวลา จัดระเบียบการเผา และประกาศเขตห้ามเผา ตลอดจนขอความร่วมมือประชาชน งดเว้นการเผาขยะและเศษวัสดุทางการเกษตร เพื่อป้องกันสถานการณ์ไฟป่าหมอกควัน

สำหรับประชาชนที่อาศัยในพื้นที่ที่มีหมอกควันปกคลุม ให้หลีกเลี่ยงการประกอบกิจกรรมในที่โล่งแจ้งเป็นเวลานาน รวมถึงใช้ผ้าเช็ดหน้าหรือหน้ากากอนามัยปิดปากและจมูกทุกครั้งที่ออกนอกบ้าน เพื่อป้องกันมิให้สูดดมฝุ่นละอองเข้าสู่ร่างกาย สำหรับประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากหมอกควันสามารถติดต่อได้ที่สายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานแก้ไขปัญหาโดยด่วนต่อไป

เกิดแผ่นดินไหวกลางดึกที่จังหวัดลำปาง ขนาด 2.5 แมกนิจูด

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย รายงานสถานการณ์แผ่นดินไหวบนบกบริเวณอำเภอวังเหนือ จังหวัดลำปาง เบื้องต้นไม่ได้รับรายงานความรู้สึกสั่นไหว พร้อมจัดเจ้าหน้าที่ติดตามสถานการณ์ภัยอย่างใกล้ชิด

นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า วันนี้(24 ก.พ. 2562 ) เวลา 01.56 น. เกิดแผ่นดินไหวบนบกบริเวณลด ความลึก 6 กิโลเมตร

เบื้องต้น ไม่ได้รับรายงานความรู้สึกสั่นไหว พร้อมจัดเจ้าหน้าที่ติดตามสถานการณ์ภัยอย่างใกล้ชิด และสั่งการให้สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดลำปาง ประสานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สำรวจความเสียหายในพื้นที่ โดยแยกเป็นรายอำเภอ ตำบล หมู่บ้าน และจำนวนผู้ได้รับผลกระทบ เพื่อให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยตามระเบียบกระทรวงการคลังฯ ต่อไป

สำหรับประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหวสามารถติดต่อขอความช่วยเหลือได้ทางสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง