การบินไทยแจ้ง! บินไปยุโรปตามปกติ เผยใช้เส้นทางบินอื่นที่ไม่บินผ่านน่านฟ้าปากีสถาน

การบินไทยแจ้ง! ใช้เส้นทางบินอื่นที่ไม่บินผ่านน่านฟ้าปากีสถาน เพื่อทำการบินไปยังยุโรป

จากกรณีที่สาธารณรัฐอิสลามปากีสถานประกาศปิดน่านฟ้ากะทันหัน จากสาเหตุของความขัดแย้งระหว่างสาธารณรัฐอินเดียและสาธารณรัฐอิสลามปากีสถาน โดยขณะนี้บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) แจ้งว่า ได้ใช้เส้นทางบินอื่นที่ไม่บินผ่านน่านฟ้าปากีสถานเพื่อทำการบินไปยังยุโรป

วันที่ 28 ก.พ. 2562 เรืออากาศเอกปรารถนา พัฒนศิริ ผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายความปลอดภัย ความมั่นคงและมาตรฐานการบิน บริษัท การบินไทยฯ เปิดเผยว่า เพื่อความปลอดภัยสูงสุดในการปฏิบัติการบิน บริษัทฯ ได้ขออนุญาตใช้เส้นทางบินผ่านสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยไม่บินผ่านน่านฟ้าปากีสถาน ซึ่งในวันนี้ (28 กุมภาพันธ์ 2562) บริษัทฯ จะทำการบินเที่ยวบินขาไปในเส้นทางกรุงเทพฯ – ยุโรป ดังนี้

เที่ยวบินกลางวันของวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2562 บริษัทฯ จะทำการบินตามตารางการบินปกติ ได้แก่

-เที่ยวบินที่ ทีจี 974 เส้นทางกรุงเทพฯ – มอสโก (ล่าช้ากว่ากำหนดการบินตามตารางการบินปกติ)

-เที่ยวบินที่ ทีจี 916 เส้นทางกรุงเทพฯ – ลอนดอน

-เที่ยวบินที่ ทีจี 922 เส้นทางกรุงเทพฯ – แฟรงก์เฟิร์ต

-เที่ยวบินที่ ทีจี 962 เส้นทางกรุงเทพฯ – สตอกโฮล์ม

เที่ยวบินกลางคืนบริษัทฯ จะทำการบินตามตารางบินปกติ ซึ่งผู้โดยสารต้องมาทำการเช็คอินในคืนวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2562 ได้แก่

-เที่ยวบินที่ ทีจี 920 เส้นทางกรุงเทพฯ – แฟรงก์เฟิร์ต

รวมทั้งเที่ยวบินที่ระบุวันเดินทางบนบัตรโดยสารเป็นวันที่ 1 มีนาคม 2562 ได้แก่

-เที่ยวบินที่ ทีจี 910 เส้นทางกรุงเทพฯ – ลอนดอน

-เที่ยวบินที่ ทีจี 924 เส้นทางกรุงเทพฯ – มิวนิก

-เที่ยวบินที่ ทีจี 930 เส้นทางกรุงเทพฯ – ปารีส

-เที่ยวบินที่ ทีจี 934 เส้นทางกรุงเทพฯ – บรัสเซลส์

-เที่ยวบินที่ ทีจี 944 เส้นทางกรุงเทพฯ – มิลาน

-เที่ยวบินที่ ทีจี 936 เส้นทางกรุงเทพฯ – เวียนนา

-เที่ยวบินที่ ทีจี 960 เส้นทางกรุงเทพฯ – สตอกโฮล์ม

-เที่ยวบินที่ ทีจี 970 เส้นทางกรุงเทพฯ – ซูริก

-เที่ยวบินที่ ทีจี 950 เส้นทางกรุงเทพฯ – โคเปนเฮเกน

-เที่ยวบินที่ ทีจี 954 เส้นทางกรุงเทพฯ – ออสโล

ทั้งนี้ บริษัทฯ จะทำการบินเที่ยวบินที่ ทีจี 507 และทีจี 508 เส้นทางกรุงเทพฯ – มัสกัต ของวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2562 โดยปรับเส้นทางบินไม่แวะการาจี และมีความจำเป็นต้องยกเลิกเที่ยวบินที่ ทีจี 345 และทีจี 346 เส้นทางกรุงเทพฯ – ละฮอร์ (ไป – กลับ) ของวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2562

นอกจากนี้ เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกและดูแลผู้โดยสารตามมาตรฐานสากล โดยผู้โดยสารที่ถือบัตรโดยสารในเส้นทางที่บริษัทฯ ยกเลิก บริษัทฯ ได้ยกเว้นค่าธรรมเนียมสำหรับการเปลี่ยนแปลงบัตรโดยสารเส้นทางที่ได้รับผลกระทบดังกล่าว โดยจะเป็นไปตามเงื่อนไขที่บริษัทฯ กำหนด

อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ กำลังติดตามสถานการณ์ดังกล่าวอย่างใกล้ชิด โดยขอความกรุณาผู้โดยสารที่จะเดินทางในเส้นทางดังกล่าว ติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด หรือตรวจสอบตารางการบินได้ที่เว็ปไซต์ thaiairways.com หรือ THAI Contact Center โทร. 0-2356-1111 ตลอด 24 ชั่วโมง

คลิปอ้างนักบินปากีสถาน โห่ร้องยินดี หลังยิงเครื่องบินรบอินเดียตก!!

เผยคลิปอ้าง เป็นนักบินของกองทัพปากีสถาน ขณะกำลังฉลองความดีใจ หลังปฏิบัติภารกิจสกัดกั้นเครื่องบินรบของอินเดียบินรุกล้ำน่านฟ้าสำเร็จ

จากกรณีที่วานนี้ (27 ก.พ. 2562) ทางการของปากีสถาน ได้ออกแถลงว่ากองทัพอากาศของพวกเขายิงเครื่องบินรบของอินเดียตก 2 ลำ หลังจากได้บินรุกล้ำน่านฟ้าของประเทศ เป็นเหตุทำให้มีเครื่องบิน 1 ลำถูกยิงตกในดินแดนแคชเมียร์ ที่อยู่ในความดูแลของปากีสถาน

และอีก 1 ลำถูกยิงไปตกในดินแดนแคชเมียร์ในความดูแลของอินเดีย รวมไปถึงพวกเขาสามารถจับกุมตัวนักบินอินเดียที่ดีดตัวสละเครื่องได้ 1 นาย  ซึ่งจากเหตุที่เกิดขึ้นส่งผลทำให้เกิดความตึงเครียดระหวางทั้ง 2 ประเทศขึ้นมาทันที ก่อนที่จะมีการประกาศปิดน่านฟ้าตามที่ได้เสนอข่าวไปก่อนหน้านี้

ล่าสุด  เพจ ACE of PAF ได้มีการเผยแพร่คลิปอ้างว่าเป็นกลุ่มนักบินของกองทัพอากาศปากีสถาน กำลังรวมตัวฉลองความดีใจ หลังพวกเขาสามารถปฏิบัติภารกิจสกัดกั้นเครื่องบินรบของอินเดีย ด้วยการไล่ยิงจนตกเครื่องบินตกในครั้งนี้ โดยคลิปได้เผยให้เห็นว่า กลุ่มนักบินจำนวน 9 นายได้รวมตัวถ่ายภาพที่กันฐานทัพ จากนั้นพวกเขาก็โห่ร้องชูมือตะโกน อัลเลาะห์ อักบัร ออกมาด้วยความดีใจเสียงดังกึกก้อง

สำหรับ  เหตุความตึงเครียดระหว่างอินเดียและปากีสถานเริ่มทวีคูณตั้งแต่วันที่ 14 ก.พ. ที่ผ่านมา หลังกลุ่มติดอาวุธจาอิช-อี-โมฮัมหมัด หรือเจอีเอ็ม ก่อเหตุโจมตีขบวนกองทัพอินเดียในพื้นที่แคชเมียร์ฝั่งอินเดีย ส่งผลให้ทหารอินเดียเสียชีวิตถึง 40 นาย

โดยกลุ่มเจอีเอ็มดังกล่าว ถูกรัฐบาลอินเดียกล่าวหามาตลอดว่า มีรัฐบาลปากีสถานให้การสนับสนุนอยู่เบื้องหลัง และพัวพันกับเหตุก่อการร้ายในอินเดียหลายครั้ง ขณะที่ปากีสถานกล่าวปฏิเสธว่าเป็นการกล่าวหาไร้หลักฐาน

กระทั่งวันที่ 26 ก.พ. กองทัพอากาศอินเดีย ส่งเครื่องบินรบเข้าทิ้งระเบิดในพื้นที่เมืองบาลาคอต ในประเทศปากีสถาน ซึ่งอินเดียอ้างว่าเป็นการโจมตีฐานที่มั่นของกลุ่มเจอีเอ็ม ส่งผลให้เกิดการเผชิญหน้าระหว่างเครื่องบินรบอินเดีย-ปากีสถานที่ขึ้นบินขับไล่ แต่ยังไม่เกิดเหตุการปะทะ

จากนั้นรัฐบาลปากีสถานได้ประกาศต่อมาว่า จะตอบโต้โดยเลือกวันและเวลาเอง ต่อมาในช่วงข้ามคืนมีรายงานว่า กองทัพอินเดียและปากีสถานได้ระดมยิงปืนใหญ่ข้ามพรมแดนกันและกัน ในพื้นที่พิพาทแคชเมียร์

อินเดียระบุมีทหารได้รับบาดเจ็บ 5 นาย ขณะฝ่ายปากีสถานระบุ มีผู้เสียชีวิต 4 คน บาดเจ็บ 7 คน ในจำนวนนี้มีพลเรือนรวมอยู่ด้วย ก่อนที่ปากีสถานจะใช้เครื่องบินรบขึ้นบินไล่ยิงเครื่องบินรบของอินเดียจนตกดังกล่าว

สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ถือเป็นกรณีรุนแรงและตึงเครียดที่สุดในรอบ 48 ปี นับตั้งแต่อินเดียและปากีสถานทำสงครามกันในปี 2514 หลังจากอินเดียสนับสนุนการประกาศเอกราชของดินแดนปากีสถานตะวันออก ที่นำไปสู่การก่อตั้งประเทศบังกลาเทศ

ส่วนสงครามครั้งแรกระหว่างอินเดียกับปากีสถาน เกิดเมื่อปี 2490 หรือ 2 เดือนหลังจากทั้งสองประเทศแยกตัวเป็นเอกราชจากอังกฤษ จากศึกแย่งชิงดินแดนภูมิภาคแคชเมียร์

สรรพสามิต เตรียมเสนอกระทรวงการคลังเก็บภาษีกัญชา

กรมสรรพสามิต เตรียมเสนอกระทรวงการคลังเปิดพิกัดเก็บภาษี ‘กัญชา’ เพื่อรองรับอนาคตหากเปิดใช้เชิงพาณิชย์

หลังกฎหมายยาเสพติดให้โทษ ผ่านความเห็นชอบของ สนช. เปิดให้นำกัญชาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์และวิจัยพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ ฉบับที่ 7 พ.ศ.2562 ที่ผ่านความเห็นชอบในสภานิติบัญญัติแห่งชาติ แม้ว่าจะอนุญาตให้ใช้กัญชาเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ การศึกษาวิจัยและพัฒนา แต่มีรายละเอียดครอบคลุมถึงการใช้กัญชาในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องในอนาคตไว้ด้วย

โดย นายพชร อนันตศิลป์ อธิบดีกรมสรรพสามิต ระบุว่า ทางกรมฯ เตรียมเสนอร่างพระราชกฤษฎีกาพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิตพืชกัญชา ให้กระทรวงการคลังโดยเร็ว เพื่อให้มีกฎหมายรองรับในอนาคต หากมีการอนุญาตให้ใช้กัญชาในเชิงพาณิชย์ก็จะสามารถจัดเก็บภาษีได้ทันที โดยได้จัดทำรายละเอียดพระราชกฤษฎีกาพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิตพืชกัญชา

รวมถึงอัตราภาษีการนำกัญชาไปใช้ ในอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น ยาสูบ เวชภัณฑ์ เครื่องสำอาง แต่ไม่สามารถเปิดเผยได้
โดยเบื้องต้น ได้ศึกษาอัตราเทียบเคียงการจัดเก็บจากหลายๆประเทศ ที่มีการใช้กัญชาในเชิงพาณิชย์ อย่างถูกกฎหมาย เช่น สหรัฐอเมริกา มีการจัดเก็บภาษีกัญชา ทั้งรูปแบบ ของเหลว แบบผง และแบบแห้ง ในอัตราร้อยละ 15 ของมูลค่า และภาษีในเชิงปริมาณที่ 50 เหรียญต่อออนซ์ แต่ของไทยจะต้องปรับให้เหมาะสม สอดคล้อง ไม่ได้ใช้ในอัตราเดียวกัน

นายพชร ยังเปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการพิจารณาการให้ความช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกใบยาสูบ ครั้งที่ 3 เห็นชอบให้คณะทำงานเร่งรัดเบิกจ่ายเงินช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกใบยาสูบที่ได้รับผลกระทบรอบแรกรวม 39 ล้านบาท จากวงเงินช่วยเหลือรวม 159 ล้านบาท ส่วนกลุ่มที่เหลือต้องตรวจสอบรายชื่อให้เรียบร้อยก่อน