‘กรวีร์’ ร้องศาลฎีกา คืนสิทธิ์ผู้สมัคร ส.ส.พรรคภูมิใจไทย หลังกกต.ไม่รับรอง

จากกรณีคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ไม่ประกาศรับรองรายชื่อ นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล ผู้สมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ อันดับที่ 9 พรรคภูมิใจไทย เนื่องจากขาดความเป็นสมาชิกพรรค ล่าสุดวันนี้ (22 ก.พ. 62) นายกรวีร์ ได้เดินทางมายื่นคำร้องต่อศาลฎีกาเพื่อคืนสิทธิ์ผู้สมัคร ส.ส. ตามเดิม

โดย นายกรวีร์ เผยว่า จากกรณีที่ กกต. ไม่รับรองนั้น ทราบว่าชื่อของตนเองไม่มีอยู่ในฐานข้อมูลของพรรคการเมืองใดเลย ในวันนี้จึงได้นำเอกสารการลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคเดิม พร้อมด้วยเอกสารหลักฐานในการเป็นสมาชิกของพรรคภูมิใจไทยมายื่นให้กับศาลเพิ่มเติม ซึ่งการยื่นเรื่องวันนี้ไม่มีความหนักใจใดๆ ทั้งสิ้น เนื่องจากมั่นใจในเรื่องคุณสมบัติของตนเองอยู่แล้ว ทั้งนี้การหาเสียงยังเดินหน้าต่อเนื่อง ไม่ได้เป็นการถูกตัดสิทธิ์แต่อย่างใด

สำหรับกรณีการกรอกข้อมูลที่มีการทดลองใส่เลขบัตรประชาชนและชื่อด้วยนั้น ยังไม่ได้มีการสอบถามไปยัง กกต. แต่ทางด้านนายทะเบียนของพรรคยืนยันว่า ถ้ากรอกด้วยชื่อ กรวีร์ ก็จะมีหลักฐานขึ้นมาที่ถูกต้องครบถ้วน อย่างไรก็ตาม หวังว่าหากศาลพิจารณาจากหลักฐานทั้งหมดจะคืนสิทธ์และมีชื่อในฐานะการเป็นผู้สมัครของพรรคภูมิใจไทยอย่างถูกต้อง

‘ดีเจเจมส์’ โพสต์คลิปนาทีระทึก คนขับรถบรรทุก ชักปืนยิงเก๋งขาวกลางกรุง!

‘ดีเจเจมส์ จิตตริน’ โพสต์คลิปนาทีระทึก คนขับรถบรรทุก ชักปืนยิงเก๋งขาวกลางกรุง!

วันนี้ (22 ก.พ. 62) มีรายงานว่า ‘ดีเจเจมส์ จิตตริน’ พิธีกรคนดัง ได้โพสต์คลิปวีดีโอจากกล้องหน้ารถ ความยาวประมาณ 1 นาที โดยเผยให้เห็นเหตุการณ์นาทีระทึก คนขับรถบรรทุกชักปืนยิงใส่รถเก๋งสีขาวกลางกรุง

ทั้งนี้ ภายในคลิปเผยให้เห็นช่วงเริ่มแรกมีเสียงบีบแตรลากยาว และรถบรรทุกค่อยๆ หยุดชะลอลง ก่อนรถเก๋งสีขาวคู่กรณี จะขับผ่านหน้ารถดีเจเจมส์ขึ้นไปข้างๆ รถบรรทุก จนถูกชักปืนยิงใส่ จากนั้น รถเก๋งสีขาว ได้รีบขับออกไปจากที่เกิดเหตุทันที

ด้าน ดีเจเจมส์ ได้พยายามขับตามหลัง ไม่กล้าขับขึ้นไปใกล้ๆ เพราะหวั่นเกิดเหตุซ้ำ และได้พยายามอ่านเลขเลขทะเบียนของรถบรรทุก ให้ภรรยาช่วยจด เพื่อแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ

‘บิ๊กโจ๊ก’ ลุยปราบเต้นท์รถโกงเงิน ยึดทรัพย์กว่า 200 ล้าน

บิ๊กโจ๊ก แถลงจับเต็นท์รถรายใหญ่ โกงเหยื่อหลายร้อยราย พร้อมยึดทรัพย์ 200 ล้าน

วันที่ 21 ก.พ. 62 เมื่อเวลา 18.30 น. พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้บัญชาการตำรวจตรวจคนเข้าเมือง และในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการป้องกันปราบปรามการฉ้อโกงทรัพย์สินประชาชน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พร้อมคณะฯ ได้เดินทางมาแถลงผลการจับกุมเต็นท์รถรายใหญ่ ที่ อ.สตึก จ.บุรีรัมย์ หลังเจ้าหน้าที่ตำรวจและฝ่ายปกครองอำเภอสตึกกว่า 100 นาย ได้นำหมายศาลเข้าตรวจค้นจับกุมเต็นท์รถ โดยทำการอายัดรถกว่า 200 คัน และจับกุมผู้ต้องหา 4 ราย ยึดทรัพย์กว่า 200 ล้านบาท สืบเนื่องจากมีประชาชนผู้เสียหายหลายราย เข้าร้องเรียนศูนย์ปฏิบัติการป้องกันปราบปรามการฉ้อโกงทรัพย์สินประชาชน ว่า ถูกเต็นท์รถดังกล่าวหลอกลวงฉ้อโกงสูญทั้งรถทั้งเงิน แถมยังถูกบริษัทไฟแนนซ์ฟ้องร้องบังคับคดีทางแพ่ง ถูกยึดบ้าน ยึดรถ เดือดร้อนมานาน

พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า จากข้อมูลพบว่าเต็นท์รถดังกล่าวเปิดดำเนินการมานานกว่า 20 ปีหลอกลวงฉ้อโกงประชาชนหลายร้อยราย มีเงินหมุนเวียนปีละ 2-300 ล้านบาท โดยวิธีการของเต็นท์รถดังกล่าวจะเปิดเป็น หจก. เพื่อรับซื้อรถ 2 ประเภท คือ รถที่อยู่ในไฟแนนซ์และไม่ได้ติดไฟแนนซ์ โดยรถที่ไม่ได้อยู่ในไฟแนนซ์ก็บอกว่าจะให้ราคาสูงเพื่อจูงใจ แต่เมื่อผู้เสียหายหลงเชื่อนำรถมาขาย แล้วก็จ่ายเงินไม่ครบ เมื่อผู้เสียหายมาขอรถคืนก็ไม่ให้ แต่กลับเอารถไปจำหน่ายอีกทอดหนึ่ง

อีกวิธีการคือเจ้าของรถที่ยังติดไฟแนนซ์นำรถมาขาย ก็เสนอราคาให้สูงเมื่อผู้เสียหายตกลงขาย เต็นท์ก็รับปากจะผ่อนต่อให้ แต่กลับนำรถไปขายต่อโดยที่ไม่ส่งไฟแนนซ์ให้ตามที่รับปาก ทำให้ชาวบ้านต้องเสียทั้งรถ และต้องมาผ่อนกระดาษเปล่าอีก ทั้งยังถูกฟ้องร้องคดีแพ่งอีก ปัญหาที่เกิดขึ้นความรู้ไม่เท่าทันเล่ห์เหลี่ยมกลโกง ทั้งไม่มีใครให้คำแนะนำปรึกษาจึงทำให้มีคนตกเป็นเหยื่อจำนวนมาก

ทั้งนี้ กรณีดังกล่าวถือเป็นความผิดคดีอาญาชัดเจน ในลักษณะร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และเข้าข่ายกระทำผิดฐานฟอกเงิน จึงมีการขออนุมัติหมายศาลจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 4 คน คือเจ้าของเต็นท์รถสามี ภรรยา และลูกน้องที่ทำหน้าที่คอยรับซื้อขายแลกเปลี่ยนรถ นอกจากนี้ ยังได้ยึดทำการทรัพย์อีกกว่า 200 ล้านบาท