เลือกตั้ง 62 : นโยบายสำคัญกว่า มิติใหม่ป้ายหาเสียง ดร.หนุ่ม แหวกแนวไม่โชว์หน้าตาบนป้าย

เลือกตั้ง 62 – นโยบายสำคัญกว่า มิติใหม่ป้ายหาเสียง ดร.หนุ่ม แหวกแนวไม่โชว์หน้าตาบนป้าย           

บรรยากาศการหาเสียงเลือกตั้งครั้งนี้ ไม่เพียงเข้มข้นสมกับที่รอคอยมานานหลายปี แต่สีสันที่สื่อผ่านป้ายหาเสียงก็สร้างความสนใจในหลายเขตเลือกตั้ง ล่าสุดเขตเลือกตั้งที่ 1 อ.เมืองเชียงใหม่ พบป้ายหาเสียงที่มาแบบแหวกแนว ถูกติดตั้งริมตามเสาไฟฟ้าและริมถนนหลายสายในตัวเมืองเชียงใหม่ เป็นป้ายหาเสียงของนายจอห์น นพดล วศินสุนทร  ผู้สมัครหมายเลข 14 จากพรรคพลังท้องถิ่นไทย

ภาพของนายจอห์น นพดลในป้ายนี้ บริเวณใบหน้าถูกแทนที่ด้วยภาพของบ้านพักตุลาการศาลอุทธรณ์ภาค 5 ที่ถ่ายจากมุมสูง พร้อมกับข้อความชูนโยบายคัดค้านโครงการนี้ “ ไม่อยากเห็นป่าแหว่ง เลือก ดร.จอห์น นพดล” ซึ่งป้ายที่เน้นนโยบายมากกว่าหน้าตา ถือเป็นอีกหนึ่งสีสันของการหาเสียงในเมืองเชียงใหม่

นายจอห์น นพดล เป็นอดีตอาจารย์สาขาวิชานิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ เป็นวิทยากรมากประสบการณ์ ล่าสุดยังเป็นหนึ่งในภาคีเครือข่ายภาคประชาชน ที่ออกมาคัดค้านโครงการบ้านพักข้าราชการตุลาการ ศาลอุทธรณ์ภาค 5 จ.เชียงใหม่อีกด้วย

สลด ! สุนัขนับ 10 ตัวรุมขย้ำกัดเด็กชาย วัย 3 ขวบจมเขี้ยวสาหัสมีบาดแผลฉกรรจ์ทั่วตัว

สุดสลดสุนัขนับ 10 ตัวรุมขย้ำกัดเด็กชาย วัย 3 ขวบจมเขี้ยวมีบาดแผลฉกรรจ์ทั่วตัวอาการสาหัส

เมื่อเวลา 19.30 น. ( 21 ก.พ.62) ผู้สื่อข่าว ได้รับเรื่องร้องเรียนจาก น.ส.พัษณา พูนพัฒนสุข อายุ 41 ปี อยู่บ้านเลขที่ 167/16 ม.5 ต.สุรศักดิ์ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรีว่า ด.ช.น้ำนิ่ง อายุ 3 ขวบ ลูกของตนเองถูกสุนัขข้างบ้านจำนวนกว่า 10 ตัว รุมขย้ำกัดจนเลือดอาบตัวอาการสาหัส หลังจากนั้นทางด้าน นางจิตภิรมย์ พูนพัฒนสุข อายุ 65 ปี ผู้เป็นยายได้พาเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลพญาไท ศรีราชา 

จากการตรวจสอบบาดแผลตามร่างกายของน้องน้ำนิ่งแล้ว พบว่า มีบาดแผลฉกรรจ์ทั่วร่างกาย อาทิเช่น ศีรษะ ช่วงบริเวณเอวซ้ายขวา และที่บริเวณแผนหลัง จนน้องน้ำนิ่งไม่สามารถขยับเขยื้อนร่างกายได้ ซึ่งทางโรงพยาบาล ก็ระบุว่า จะต้องรอการเอกซเรย์อย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อยืนยันบาดแผลที่ชัดเจน

ด้านนางจิตภิรมย์ พูนพัฒนสุข อายุ 65 ปี ผู้เป็นยาย กล่าวว่า ปกติแล้วที่บ้านตนจะเลี้ยงสุนัขไว้ประมาณ 10 ตัว ส่วนที่บริเวณข้างบ้านจะมีเนื้อที่ดินติดกัน ก็เลี้ยงสุนัข ประมาณ 10 ตัว เช่นกัน 

ซึ่งก่อนเกิดเหตุตนได้พา ด.ช.น้ำนิ่ง เดินไปดูต้นกาแฟ ที่ตนปลูกไว้ด้านหลังบ้าน ซึ่งระหว่างที่ตนกำลังตรวจสอบต้นกาแฟอยู่นั้น น้องน้ำนิ่งก็ได้วิ่งกลับที่บริเวณหน้าบ้าน ต่อมาไม่นานนัก น้องน้ำนิ่ง ก็ได้วิ่งกลับมาหาตน ด้วยสภาพร่างกายเปื้อนเลือดไปทั้งตัว อีกทั้งยังพบบาดแผลฉกรรจ์ที่บริเวณศีรษะ และแผนหลัง ตนจึงถามว่าไปโดนอะไรมา น้องน้ำนิ่งก็ระบุว่า ถูกสุนัขข้างบ้านวิ่งเข้ามารุมกัด 

หลังจากนั้นตนจึงรีบอุ้มน้องน้ำนิ่ง ไปที่บริเวณบ้านข้างๆ  แล้วถามกลับเจ้าของบ้าน ว่าทำไมปล่อยให้สุนัขเข้ามารุมกัดหลานชายตน ซึ่งเจ้าของสุนัขดังกล่าว ก็ระบุว่า น้องน้ำนิ่ง ได้วิ่งเข้ามาในเขตพื้นที่บ้านเค้า จึงถูกสุนัขรุมกัด ตนจึงรีบนำตัวน้องน้ำนิ่งส่งโรงพยาบาลทันที นางจิตภิรมย์ กล่าวต่อว่า โดยหลังจากที่เกิดเหตุ ตนก็ได้พูดคุยเจรจากับเจ้าของสุนัข

รถบรรทุกเกี่ยวสายไฟทำเสาไฟฟ้าล้มทับรถรับส่งนักเรียนบาดเจ็บระนาว

รถบรรทุกเกี่ยวสายไฟทำเสาไฟฟ้าล้มทับรถรับส่งนักเรียนบาดเจ็บระนาว

เมื่อเวลา 17.00 น.วันที่ 21 ก.พ. พ.ต.ท.พีรกุล แฝงฤทธิหลง สว.สอบสวน สภ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา ได้รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุ รถเทเลอร์บรรทุกรถเกี่ยวข้าวเกี่ยวสายไฟฟ้าแล้วเสาไปไฟฟ้าล้มทับรถยนต์ มีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนหลายราย ถนนสายบ้านคุ้งลาน-จอมพลป.  ม.3 ต.คุ้งล้าน อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา ไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมประสาน เจ้าหน้าที่ สมาคมอยุธยารวมใจไปให้การช่วยเหลือ

พบรถเทเลอร์ หมายเลขทเบียน 81-6445 พระนครศรีอยุธยา บรรทุกรถเกี่ยวข้าว จอดอยู่สีสายไฟพาดอยู่ที่ตัวรถ ห่างออกไปพบเสาไฟฟ้าล้มขวางถนนจำนวน 1 ต้น   ใกล้กันพบเสาไฟฟ้าล้มอีกจำนวน 1 ต้นทับ รถยนต์กระบะ อีซูซุ สีเลือดหมู หมายเลขทะเบียน นค-2851 พระนครศรีอยุธยา  เป็นรถวิ่งรับจ้างรับส่งนักเรียน สภาพด้านหน้าพังยับเยิน 

ส่วนผู้บาดเจ็บจำนวน 6 รายเป็นชาย 2 รายและหญิง 4 ราย  เป็นเด็กนักเรียนและคนขับรถ นำส่งโรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยา ทราบชื่อด.ญ.ศิริเพ็ญ ไวยสุตรา อายุ 14 ปี  ด.ญ.ธีร์จุฑา  บุญยัง  อายุ 14 ปี  ด.ญ.ณิชชานันท์ รื่นชล อายุ 14 ปี   ด.ญ.สุนิษา ราชคำ อายุ 14 ปี ด.ช.ปัญชนิตย์ ศรีทอง อายุ 14 ปี  และนายมาโนช รื่นพจน์ อายุ 53 ปี  นอกจากนี้ยังมีรถยนต์ตู้ ได้รับความเสียหายอีก 1 คัน  เสาไฟฟ้าที่ล้มทำให้กระแสไฟฟ้าช็อตลุกไหม้หญ้าข้างทาง เจ้าหน้าที่ต้องเร่งระดมฉีดน้ำเพื่อควบคุมเพลิง  เจ้าหน้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคตัดกระแสไฟฟ้า

สอบสวนนายสำรวย สิงโตคำ อายุ 55 ปี คนขับรถบรรทุกเทเลอร์ กล่าวว่า ตนเองเสร็จจากการไปรับจ้างเกี่ยวข้าวที่ อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา อยู่ระหว่างเดินทางกลับบ้านพัก ที่อ.ลาดบัวหลวง เส้นทางนี้เคยใช้ขับผ่านเป็นประจำ เมื่อมาถึงบริเวณที่เกิดเหตุมองเห็นแล้วว่า เสาไฟฟ้าเอียงอยู่แล้วจึงระวังเพราะกลัวว่าตัวรถเกี่ยวข้าวที่บรรทุกมา จะเกี่ยวกับสายไฟ จึงชะลอรถและมองกระจกว่าเกี่ยวสายไฟหรือไม่   มองเห็นว่าสายไฟไม่สั่นจะขับผ่านมาจังหวะนั้นเอง เสาฟ้าก็ล้มลงมา จำนวน 2 ต้นไปทับรถยนต์กระบะ

ด้านชาวบ้านที่อยู่บริเวณใกล้เคียงที่เกิดเหตุต้องใช้เส้นทางผ่านถนนเส้นนี้เป็นประจำ  ออกมาต่อว่าการส่วนภูมิภาคว่า ที่ผ่านมาได้มีการแจ้งกับทางการฟ้าส่วนภูมิภาคไปหลายครั้งแล้ว ว่าเสาไฟฟ้าบริเวณโค้ง เอนเอียงจวนจะล้มแล้ว แต่ไม่ได้รับการแก้ไขหรือมาเปลี่ยนเสาไฟฟ้าแต่อย่างใด นับว่าเอียงเพิ่มมากขึ้น และมีสายสื่อสารที่พาดเกี่ยวหย่อยยานด้วย รถที่บรรทุกอะไรมาสูงจะเกี่ยวสายไฟแล้วหลายครั้ง จนกระทั้งมาเกิดเหตุ โชคดีที่ไม่มีผู้เสียชีวิต

ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานในเบื้องต้น เสาไฟฟ้าก่อนหน้านี้เอนจะล้มมีสายไฟฟ้าและสายสื่อสารที่พาดข้ามถนนหย่อนยาน ทำให้รถบเทเลอร์ซึ่งบรรทุกรถเกี่ยวข้าวผ่านมาตัวรถมีความสูงเกิดไปเกี่ยสายจนทำให้เสาไฟฟ้าล้มไปทับรถยนตืกระบะจนทำให้มีผู้บาดเจ็บ