ซัมมิต “ทรัมป์-คิม” เปิดฉากแล้ว 2 ผู้นำส่งสัญญาณบวก

ประธานาธิบดี “ทรัมป์” และผู้นำสูงสุด “คิม” เริ่มต้นการประชุมสุดยอดครั้งที่ 2  โดยทั้งสองฝ่ายแสดงท่าทีและความเห็นในทางบวกถึงผลการประชุมทางการครั้งนี้

นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ และนายคิม จอง-อึน ผู้นำสูงสุดเกาหลีเหนือ เริ่มต้นการประชุมสุดยอดครั้งที่ 2 ด้วยการร่วมโต๊ะอาหารค่ำกันที่โรงแรมโซฟิเทล เลเจนด์ เมโทรโพล ในกรุงฮานอยของเวียดนาม ขณะที่บรรยากาศบนโต๊ะอาหารเป็นไปอย่างชื่นมื่น โดยนอกจากผู้นำทั้งสอง ยังมีล่ามฝ่ายละคน และเจ้าหน้าที่ระดับสูงฝ่ายละ 2 คน ล่ามของนายคิมกล่าวเป็นภาษาอังกฤษว่า เราได้พูดคุยกันอย่างน่าสนใจเป็นเวลา 30 นาที จากนั้น นายทรัมป์ได้กล่าวว่า หากคุณได้ยินบทสนทนาเหล่านั้น คุณจะยอมจ่ายเงินเพื่อมัน เพราะมันดีมาก

ก่อนหน้าการร่วมโต๊ะอาหารค่ำ ทั้งสองได้จับมือกันต่อหน้าสื่อมวลชน และพูดคุยกันสั้นๆ ซึ่งนายทรัมป์ได้แสดงความเห็นในทางบวกก่อนที่การประชุมอย่างเป็นทางการจะมีขึ้นในวันนี้

นายทรัมป์กล่า วว่า เขาคิดว่าการประชุมจะนำไปสู่สถานการณ์ที่ดีเยี่ยมในระยะยาว และกล่าวด้วยว่า เขาหวังว่าการประชุมสุดยอดครั้งที่ 2 จะดีเยี่ยมเทียบเท่าครั้งแรก หรือดียิ่งกว่านอกจากนี้ นายทรัมป์ยังได้ตอบคำถามผู้สื่อข่าวถึงแนวโน้มการประกาศยุติสงครามเกาหลีอย่างเป็นทางการในวันนี้ว่า “ต้องรอดู”พร้อมระบุด้วยว่า เขารอคอยที่จะช่วยให้นายคิมบรรลุความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจของเกาหลีเหนือในอนาคต

ด้านนายคิม ได้กล่าวก่อนเริ่มต้นอาหารค่ำว่า เขามั่นใจว่า “ผลลัพธ์จะยอดเยี่ยมเป็นที่พอใจของทุกคน” และ “เขาจะทำให้ดีที่สุดเพื่อให้มันเกิดขึ้น”

ก่อนหน้าเริ่มต้นการประชุมสุดยอด นายทรัมป์ได้ทวีตยกย่องเวียดนามและเกาหลีเหนือว่า เวียดนามเป็นประเทศที่เจริญรุ่งเรือง ซึ่งไม่เหมือนประเทศใดในโลก เกาหลีเหนือก็เช่นกัน และเป็นไปอย่างรวดเร็วหากปลดอาวุธนิวเคลียร์ ศักยภาพเกาหลีเหนือคือสุดยอด มีโอกาสที่ดีเยี่ยม ไม่เหมือนประเทศใดในประวัติศาสตร์

จ่อออกกฎ ห้ามนำเข้ารถมือสองจากนอก หวังป้องกันปัญหามลพิษ

กระทรวงพาณิชย์ เตรียมออกมาตรการเข้มห้ามนำเข้ารถยนต์มือสองจากต่างประเทศ หวังป้องกันปัญหามลพิษ

รายงานข่าวแจ้งว่า วานนี้ (27 ก.พ. 2562) กระทรวงพาณิชย์ เตรียมจะยกร่างประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง กำหนดให้รถยนต์ที่ใช้แล้วเป็นสินค้าที่ต้องห้าม หรือต้องขออนุญาตในการนำเข้ามาในราชอาณาจักรพ.ศ. …

เพื่อป้องกันปัญหามลพิษต่อสิ่งแวดล้อม สร้างความปลอดภัยของประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนน แก้ไขปัญหาการหลบเลี่ยงมาตรการควบคุมเพื่อนำมาจำหน่ายในประเทศ รวมถึงแก้ปัญหารสวมสิทธิ์ใช้ชื่อผู้อื่นนำเข้าแทน และปลอมแปลงเอกสาร ที่สำคัญเป็นการบริหารงานที่สอดคล้องกับมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่กำหนดให้การแก้ไขปัญหามลภาวะด้านฝุ่นละอองเป็นวาระแห่งชาติ

โดยน.ส.ชุติมา บุณยประภัศร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เผยว่า มาตรการดังกล่าวได้รับความเห็นชอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว ขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการเปิดประชาพิจารณ์ผ่านเว็บไซต์กรมการค้าต่างประเทศ www.dft.go.th จนถึงวันที่ 14 มี.ค.2562 จากนั้นจะเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณา หากไม่มีการแก้ไข รัฐมนตรีพาณิชย์จะลงนามออกประกาศต่อไป

สำหรับ รถยนต์ใช้แล้วมี 9 ประเภท  ประกอบด้วย
รถยนต์นั่งที่ใช้แล้วเพื่อใช้เฉพาะตัว ,
รถลักษณะพิเศษที่ใช้แล้วเพื่อใช้ในกิจการของตน เช่น รถกวาดถนน รถเครน ,
รถยนต์ที่ใช้แล้วทุกชนิดที่ได้รับการยกเว้นหรือชดเชยภาษี เช่น รถยนต์ขององค์กรระหว่างประเทศ ,
รถยนต์ที่ใช้แล้วทุกชนิดโดยส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และองค์การสาธารณกุศล เช่น รถดับเพลิง รถพยาบาล,
รถยนต์ที่ใช้แล้วทุกชนิดเป็นการชั่วคราว ,
รถยนต์ที่ใช้แล้วทุกชนิดเพื่อเป็นต้นแบบในการผลิตหรือการศึกษาวิจัย,
รถยนต์ที่ใช้แล้วทุกชนิดเพื่อปรับสภาพแล้วส่งออก ,
และ รถยนต์ที่ใช้แล้วทุกชนิดเพื่อจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์ และรถยนต์ที่ใช้แล้วทุกชนิดโดยใช้ประโยชน์สุทธินำกลับ

อนึ่ง รถยนต์นำเข้ามือสอง ที่อยู่ภายใต้การควบคุมนำเข้าของกระรวงพาณิชย์มาตั้งแต่ปี 2496 มี 9 ประเภท ซึ่งระเบียบที่แก้ไขใหม่ โดยจะห้ามนำเข้ารถยนต์ที่ใช้แล้วเพื่อใช้เฉพาะตัว (รถยนต์ส่วนบุคคล) ส่วนใหญ่เป็นรถหรู ส่วนอีก 8 ประเภท จะถ่ายโอนให้หน่วยงานอื่นอนุญาตการนำเข้าแทน

ระทึก ! เหมืองทองถล่มในอินโดนีเซีย

เจ้าหน้าที่อินโดนีเซียเร่งช่วยเหลือผู้ประสบเหตุเหมืองทองถล่ม บนเกาะสุลาเวสีของอินโดนีเซีย คาดมีผู้ติดอยู่ในเหมืองมากกว่า 60 คน

สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานอ้างอิงเจ้าหน้าที่อินโดนีเซีย เมื่อวานนี้ ว่า เจ้าหน้าที่กู้ภัยหลายสิบคนใช้พลั่วและเชือกเข้าช่วยเหลือผู้คนมากกว่า 60 คน ซึ่งติดอยู่ภายในเหมืองทองผิดกฎหมายที่ถล่มลงมา บนเกาะสุลาเวสีของอินโดนีเซีย ล่าสุดมีผู้เสียชีวิตแล้ว 3 ราย

หน่วยงานบรรเทาภัยพิบัติของอินโดนีเซีย หรือ BNBP เผยแพร่ภาพเจ้าหน้าที่กู้ภัยและชาวบ้านให้การช่วยเหลือผู้รอดชีวิต และนำตัวใส่เปลหามเมื่อช่วงคืนวันอังคาร หลังจากที่เหมืองถล่มลงมาเมื่อช่วงเย็นวันเดียวกัน

เจ้าหน้าที่กู้ภัยระบุว่า พวกเขาได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือของผู้ที่ติดอยู่ในเหมือง ซึ่งอยู่บริเวณเนินเขา ในพื้นที่โบลาอัง มอนกอนโดว์ ของจังหวัดสุลาเวเสีเหนือ โดยเจ้าหน้าที่เชื่อว่ามีอีกหลายคนยังมีชีวิตอยู่

BNBP รายงานว่า มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 3 ราย และเจ้าหน้าที่สามารถช่วยเหลือขึ้นมาจากเหมืองได้ 15 คน เมื่อเวลา 8 นาฬิกาวานนี้

รัฐบาลอินโดนีเซียสั่งห้ามการขุดเหมืองทองขนาดเล็กในลักษณะนี้ ซึ่งเจ้าหน้าที่ระดับท้องถิ่นมักจะเพิกเฉยการทำเหมืองเถื่อนในพื้นที่ห่างไกลผู้คน และด้วยกฎระเบียบที่ไม่เข้มงวด การทำเหมืองดังกล่าวจึงมีแนวโน้มที่จะเกิดอุบัติเหตุ