ผบ.ตร. เผยกลุ่มเคลื่อนไหวช่วงเลือกตั้งมีแต่ติดลบ

ผบ.ตร. ระบุกลุ่มเคลื่อนไหวช่วงเลือกตั้งมีแต่ติดลบ เพราะ คนส่วนใหญ่อยากเลือกตั้ง สังเกตจากการเลือกตั้งล่วงหน้าที่สูงถึง80% สั่งตร.ที่มีคำสั่งแต่งตั้ง อยู่ที่เดิมจนกว่าจะเลือกตั้งเสร็จ

พลตำรวจเอกจักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ระบุ การแต่งตั้งข้าราชการตำรวจก่อนนี้ยังคงให้ตำรวจที่ได้รับการแต่งตั้งประจำอยู่ในเขตพื้นที่เดิมไปก่อนจนกว่าการเลือกตั้งในวันที่ 24 มีนาคมนี้จะแล้วเสร็จ เพื่อไม่ให้เกิดความสับสนในการดูแลความปลอดภัยในการเลือกตั้ง

ส่วนในเรื่องทางการข่าวในพื้นที่ภาคใต้ ผู้บัญชาการภูธรภาค9 รายงานว่ายังไม่มีอะไรผิดปกติ ซึ่งสถานการณ์ยังเป็นไปด้วยความเรียบร้อยในทุกพื้นที่

ส่วนเอกสารของกองทัพบก ที่ให้สนับสนุนในทางการข่าวแก่พรรคการเมืองพรรคการเมืองหนึ่ง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติระบุว่า ยังไม่เห็นรายละเอียดแต่ที่พลเอกประวิตร วงศ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ก็ได้ให้สัมภาษณ์ในประเด็นนี้ไปแล้วว่าเป็นเอกสารเท็จ ส่วนตัวมองว่าเป็นเรื่องปกติที่มีการบิดเบือนข้อมูล เพื่อพยายามสร้างความเข้าใจผิดให้กับประชาชนในช่วงเลือกตั้ง

เรื่องนี้มีตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ ปอท. ดำเนินตรวจสอบอยู่แล้ว พร้อมมองว่ากลุ่มที่ออกมาป่วนการเลือกตั้งครั้งนี้ ก็จะเป็นผลเสียกับกลุ่มตนเอง เพราะประชาชนส่วนใหญ่ต้องการออกมาใช้สิทธิเลือกตั้ง เห็นได้จากการเลือกตั้งล่วงหน้าที่ผ่านมา มีประชาชนออกมาใช้สิทธิกว่าร้อยละ 80 ทั้งนี้ภายหลังการเลือกตั้งจะมีกลุ่มใดออกมาเคลื่อนไหวหรือไม่ ต้องคอยจับตาดู

ด้านพ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงกรณีที่สื่อฮองกง ระบุว่าทางการไทยขอส่งตัว นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นผู้ร้ายข้ามแดน หลังปรากฏภาพที่ฮ่องกง ว่า หน้าที่การส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนเป็นหน้าที่ของอัยการแต่ทางตำรวจไทยจะมีการส่งข้อมูลไปยังอินเตอร์โพลไปทั่วโลก และเมื่อมีภาพปรากฏที่ประเทศฮ่องกง จะมีการส่งข้อมูล ส่วนประเทศปลายทางจะให้ความร่วมมือหรือไม่ก็เป็นสิทธิ์ของเขา

ธนาธร โฟนอิน เรียกร้องสื่อปล่อยคลิปขอโทษ ชี้กลางรายการ จริยธรรมตกต่ำ น่าเสียดาย

ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ในรายการข่าวภาคกลางวันของสถานีโทรทัศน์ที่ปล่อยคลิปเสียงที่กำลังเป็นประเด็น ระบุใครฟังก็รู้ว่าเป็นของปลอม ตอกย้ำเรื่องจริยธรรมกลางรายการ พร้อมเรียกร้องให้ออกมาขอโทษ และกรณีแบบนี้ไม่ควรเกิดขึ้นกับใครอีก 

“ผมไม่คิดว่าสื่อมวลชนที่มีคุณภาพจะเอาคลิปแบบนี้มาออกรายการ การที่เนชั่นเอาคลิปนี้ออกมาก็แสดงให้เห็นว่าจริยธรรมของเนชั่นตกต่ำลง ผมเสียดายสื่ออย่างเนชั่นที่นำคลิปนี้มาออกรายการครับ” นายธนาธรกล่าวในรายการ

เมื่อผู้ดำเนินรายการถามว่า ส่วนตัวได้คุยกับคุณทักษิณบ้างหรือเปล่าครับ นายธนาธรตอบว่า ไม่ควรผลักภาระในการพิสูจน์มาให้ตน

“ผมได้พูดเรื่องนี้ออกอากาศไปหลายครั้งแล้ว ผมคิดว่าสื่อที่มีคุณภาพมันไม่ควรจะผลักภาระในการพิสูจน์ให้กับผู้ถูกกล่าวหา ตอนนี้สิ่งที่เนชั่นกำลังทำคือผลักภาระพิสูจน์ข้อกล่าวหานี้มาให้ผม ผมก็ยืนยันว่าสื่อที่มีคุณภาพ ถ้าเกิดเหตุการณ์แบบนี้ก็ควรจะต้องออกมาขอโทษ ผมขอเรียกร้องให้เนชั่นแสดงความรับผิดชอบต่อผมและประชาชนที่รับข้อมูลข่าวสารนี้ และผมขอเรียกร้องต่อไปไม่ว่ากับผมหรือคนอื่น กรณีแบบนี้ไม่ควรจะเกิดขึ้นอีก”

ในเวลาต่อมา นายธนาธรในโพสต์ข้อความในเฟซบุ๊คส่วนตัว มีข้อความว่า “ผมขอย้ำอีกครั้งว่า เราต้องออกจากการเมืองแบบเดิมที่ทำให้ประเทศติดหล่ม การเมืองที่ดีจะเกิดขึ้นไม่ได้หากไม่มีสื่อมวลชนที่มีคุณภาพ เราต้องช่วยกันสร้างการเมืองที่สร้างสรรค์เพื่อประเทศไทยที่มีอนาคต”

ตัวแทนผู้ค้าตลาดนัดจตุจักร ร้อง ปปป. ตรวจสอบ รฟท. บริหารไม่โปร่งใส จนเป็นหนี้สิน

ตัวแทนผู้ค้าตลาดนัดจตุจักร ร้อง ปปป. ตรวจสอบ การรถไฟแห่งประเทศไทย บริหารไม่โปร่งใส ช่วงปี 2555-2561 จนเป็นหนี้สิน

วันนี้ (20 มี.ค.) เวลา 11.00 น. นางนฤมล แซ่หุ้น ประธานสหกรณ์บริการผู้ค้าตลาดนัดจตุจักร จำกัด พร้อม ตัวแทนสหกรณ์ฯ ประมาณ 200 คน เดินทางมายื่นหนังสือต่อ พล.ต.ต.วิวัฒน์ ชัยสังฆะ ผบก.ปปป. เพื่อขอให้ตรวจสอบการทุจริตและความไม่เป็นธรรมในการบริหารตลาดนัดจตุจักรของการรถไฟแห่งประเทศไทย ระหว่างปี พ.ศ.2555 – 2561 ทำให้เกิดผลกระทบแก่ผู้ค้าและสมาชิกสหกรณ์ฯ กว่า 1,700 แผงค้า

ทั้งนี้ นางนฤมล กล่าวว่า ตลอด 7 ปี ที่การรถไฟแห่งประเทศไทยเข้ามาบริหารตลาดนัดจตุจักรได้สร้างความเดือดร้อนให้กับกลุ่มผู้ค้าอย่างต่อเนื่อง แม้ปัจจุบันการรถไฟแห่งประเทศไทยได้ยุติการบริหารไปแล้วแต่ยังคงทิ้งผลกระทบให้กับผู้ค้าหลายประการ โดยเฉพาะปัญหาภาระหนี้สินของผู้ค้า และขณะนี้ยังไม่สามารถชําระหนี้คืนให้กับการรถไฟแห่งประเทศไทย พร้อมดอกเบี้ยตามที่กําหนดได้เนื่องจาก การรถไฟแห่งประเทศไทยปิดกั้น ช่องทางการชำระหนี้ โดยมีผู้ค้าเป็นหนี้ทั้งหมดประมาณ 3,000 ราย ยอดหนี้ตั้งแต่ หลักหมื่นถึงหลักแสนบาท

นอกจากนี้ ส่วนของตนเอง มี 2 แผงค้า เป็นหนี้รวมกว่า 700,000 บาท ซึ่งเห็นว่า เป็นหนี้ที่เกิดจากการคำนวณค่าเช่าที่ไม่เป็นธรรม นอกจากนี้ ยังมีปัญหาแผงค้าลอยที่ได้รับอนุญาตให้เข้ามาค้าขายบริเวณทางเท้าและทางเข้าตลาดนัดจตุจักร แม้การรถไฟแห่งประเทศไทยจะออกจากการบริหารไปแล้วแต่แผงค้าลอยร่วม 1,000 แผงยังคงอยู่ และเปิดขายสินค้าชนิดเดียวกันกับคู่ค้าหลัก วางแผงปิดทางเข้าออกทำให้ร้านค้าหลักที่อยู่ข้างในไม่สามารถจำหน่ายสินค้าได้ ดังนั้น จึงขอให้ ปปป. ตรวจสอบการดำเนินงานของการรถไฟแห่งประเทศไทย ว่ามีการดำเนินการที่โปร่งใสและเป็นธรรมหรือไม่เพื่อแก้ปัญหาให้กับกลุ่มผู้ค้า

ด้าน พ.ต.ต.วิวัฒน์ เปิดเผยว่า หลังจากรับเรื่องแล้วจะขอตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมจากตัวแทนสหกรณ์ฯ คาดว่าใช้เวลาประมาณ 30 วันในการรวบรวมหลักฐานเนื่องจากเอกสารมีเป็นจำนวนมาก ก่อนเสนอต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อดำเนินการต่อไป