กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศประจำวันที่ 20 มีนาคม 2562

พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนถึงร้อนจัดในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่บริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ ประกอบกับมีลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุมบริเวณดังกล่าว ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่ ส่วนภาคใต้มีลมตะวันออกพัดปกคลุม ทำให้ภาคใต้มีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง

ภาคเหนือ : มีอากาศร้อนถึงร้อนจัดในตอนกลางวัน

ภาคอีสาน : มีอากาศร้อนถึงร้อนจัดในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ และมีลมกระโชกแรงบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดขอนแก่น กาฬสินธุ์ สกลนคร นครพนม และนครราชสีมา

ภาคกลาง : มีอากาศร้อนถึงร้อนจัดในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่

ภาคตะวันออก : มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด

ภาคใต้ : มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี ระนอง พังงา และภูเก็ต

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล : มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน และมีฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่

มูลนิธิสืบนาคะเสถียร ออกแถลงการณ์ หลังศาลตัดสินคดีเสือดำ

มูลนิธิสืบนาคะเสถียร ออกแถลงการณ์ หลังศาลตัดสิน คดีเสือดำ ขอขอบคุณทุกฝ่ายที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการเร่งรัดคดี

หลังศาลทองผาภูมิพิพากษาตัดสินจำคุกนายนายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหารบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) จำเลยที่ 1 รวม 16 เดือน ไม่รอลงอาญา แบ่งเป็นข้อหาร่วมกันพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาติ จำคุก 6 เดือน

ข้อหาเป็นผู้สนับสนุนให้ผู้อื่นล่าสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า จำคุก 8 เดือน ข้อหาร่วมกันมีซากสัตว์ป่าคุ้มครอง (ไก่ฟ้าหลังเทา) ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุก 2 เดือน ส่วนข้อหาครอบครองซากเสือดำให้ยกฟ้อง

ล่าสุด วันที่ 19 มี.ค. 2562 มูลนิธิสืบนาคะเสถียร ได้มีการออกมาแถลงการณ์ฉบับที่ 4 กรณีล่าสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก โดยเนื้อหาระบุว่า

จากเหตุการณ์ที่เจ้าหน้าที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เข้าจับกุมนายเปรมชัย กรรณสูต พร้อมพวกรวม 4 คน ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก มีการตรวจยึดซากสัตว์ป่าคุ้มครอง ได้แก่ เสือดำ ไก่ฟ้าหลังเทา เนื้อเก้ง พร้อมทั้งอาวุธปืน เครื่องกระสุน และปลอกกระสุนปืนเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2561

และสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ส่งสำนวนการสอบสวนคดีอาญาของสถานีตำรวจภูธรทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี ให้กับสำนักงานอัยการจังหวัดทองผาภูมิสรุปสำนวนสั่งฟ้องในข้อหาสำคัญ ทั้งการร่วมกันล่าสัตว์ป่า และร่วมกันครอบครองซากสัตว์ป่าอย่างครบถ้วน

โดยพนักงานอัยการได้สรุปสำนวนส่งฟ้องต่อศาลจังหวัดทองผาภูมิ เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2561 ศาลนัดสืบพยานโจทก์และจำเลยต่อเนื่องมาตั้งแต่วันที่ 27 พฤศจิกายน 2561 จนถึงวันที่ 26 ธันวาคม 2561 และศาลนัดฟังคำพิพากษาในวันนี้(19 มีนาคม 2562)

ถึงแม้ผลคำพิพากษาอาจเป็นหรือไม่เป็นไปดังที่สาธารณชนคาดหวัง แต่เชื่อว่าเหตุการณ์กรณีล่าสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตกถือเป็นบทเรียนครั้งสำคัญที่สังคมไทยได้เกิดการเรียนรู้ร่วมกัน ทั้งในแง่กฎหมายที่หลายสื่อต่างออกมาให้ข้อมูลการดำเนินกระบวนพิจารณาคดีให้สาธารณชนรับทราบ

และทำความเข้าใจถึงขั้นตอนตามกฎหมายในแต่ละช่วงเวลา เพื่อไม่ให้กระแสอารมณ์อยู่เหนือข้อมูลและข้อเท็จจริง หลายสื่อกระตุ้นเตือนสังคมด้วยการนำเสนอเรื่องเสือดำซ้ำแล้วซ้ำเล่าเพื่อไม่ให้สังคมลืมเลือนถึงความไม่ยุติธรรมที่เกิดกับสัตว์ทั้งสามชนิด และก่อให้เกิดกระแสที่มีผลสะเทือนไม่ยอมรับถึงการเข้าป่าล่าสัตว์เพียงเพื่อความสนุก

สังคมไทยได้รู้จักงานนิติวิทยาศาสตร์สัตว์ป่ามากขึ้น และเห็นถึงความก้าวหน้าของงานนิติวิทยาศาสตร์สัตว์ป่าที่ถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือสำคัญในการเรียกร้องความยุติธรรมให้แก่สัตว์ป่าในคดีนี้ รวมไปถึงจะเป็นเครื่องมือสำคัญในการเรียกร้องความยุติธรรมให้แก่สัตว์ป่าในคดีอื่นๆอีกด้วย และมีกลุ่มมากมายจากภาคประชาชนคนธรรมดาที่ถูกก่อตั้งขึ้นมาเฉพาะกิจเพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมให้แก่เสือดำ

มูลนิธิสืบนาคะเสถียร ขอขอบคุณทุกฝ่ายที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการเร่งรัดคดีนี้ ปฏิบัติหน้าที่ของตนอย่างเต็มกำลังความสามารถ และขอชื่นชมเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตกในความกล้าหาญสำหรับการปฏิบัติหน้าที่ดำเนินการจับกุมจำเลยทั้งสี่ รวมถึงภาคประชาชนที่คอยเฝ้าติดตามไม่ให้คดีนี้เงียบหาย

จนผู้กระทำผิดได้รับการลงโทษตามกฎหมายเช่นประชาชนคนไทยทุกคนที่ต้องอยู่ภายใต้กฎหมายอย่างเท่าเทียม  โดยหวังเป็นอย่างยิ่งว่าคดีนี้จะเป็นบทเรียนสำคัญและเป็นบรรทัดฐานของสังคมไทย ขอให้สังคมร่วมกันตรวจสอบและพร้อมที่จะแสดงออกถึงการไม่ยอมรับผู้ไม่เคารพกฎหมาย และร่วมกันติดตามคดีนี้จนกว่าจะถึงที่สุดต่อไป

เหยื่อศัลยกรรมเฟซออฟ ทยอยฟ้องศาล หลังทำแล้วใบหน้าบิดเบี้ยว

เหยื่อศัลยกรรมเฟซออฟ รายที่ 3 ฟ้องศาลอาญา ขณะที่ยังมีอีกหลายรายทยอยฟ้องตาม หลังทำศัลยกรรมแล้วใบหน้าบิดเบี้ยว มีปัญหาสุขภาพจิต

วันที่ 19 มี.ค.เวลา 11.00 น. ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก นางสาวยุพิน แสนคำ สาวร้อยเอ็ด ได้เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง รพ.ศัลยกรรมตกแต่งความงามชื่อดังย่านทาวน์อินทาวน์ พร้อมพวกทีมงานผู้บริหารเป็นจำเลยที่ 1-4 ในความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 341 , 343 ประกอบมาตรา 83 , 90 และ 91

โดยโจทก์ระบุในคำฟ้องว่าระหว่างสิงหาคม 60- สิงหาคม 61 พวกจำเลยได้ทำโครงการเฟซออฟ รับปรึกษาจัดหาบริการผ่าตัดศัลยกรรมฝ่าฝืนกฎหมายอาญา โดยหลอกลวงโจทก์และประชาชนทั่วไปให้หลงเชื่อไปทำศัลยกรรมเฟซออฟ และใช้ข้อความอันเป็นเท็จว่า หากมาทำเฟซออฟกับบรรดาจำเลยซึ่งเป็น รพ.ชั้นนำระดับโลก จะไม่มีแผลเป็น และเกิดการบวมช้ำน้อยหรือไม่บวมช้ำเลย

จนทำให้โจทก์หลงเชื่อ จ่ายเงินหลายแสนบาทเข้ารับการผ่าตัดดึงหน้า ที่โรงพยาบาลศัลยกรรมชื่อดังดังกล่าว แต่หลังผ่าตัดโจทก์มีรอยแผลเป็นน่าเกลียด และมีอาการชา มีอาการเจ็บปวด คัน และมีปัญหาบิดเบี้ยว เพราะเส้นไหมด้านในขาดเป็นระยะ เสียงดังเหมือนเส้นไหมขาด ใบหูยาวแหลมเป็นแม่มด หน้าเสียโฉมอย่างติดตัว

โดยไม่สามารถเปิดเผยบาดแผลต่อผู้คนได้ ต้องใช้ผมปิดตลอดเวลา เสียสุขภาพจิต มีปัญหาทะเลาะกับสามีจนกระทั่งวันที่ฟ้องปัญหาก็ยังแก้ไขไม่ได้ รวมทั้งบรรดาจำเลยยังปกปิดไม่แจ้งรายละเอียดความจริงทั้งก่อนผ่าตัดและหลังผ่าตัดให้ทราบ

การกระทำดังกล่าวข้างต้นทำให้โจทก์ต้องเสียค่าผ่าตัดไปจำนวน 368,500 บาท โจทก์จึงขอให้ศาลนัดไต่สวนมูลฟ้อง และพิพากษาลงโทษจำเลยตามกฎหมาย รวมถึงขอให้จำเลยร่วมกันคืนเงินจำนวนดังกล่าวแก่โจทก์ด้วย ศาลรับคำฟ้องไว้เป็นคดีดำและนัดไต่สวนมูลฟ้องต่อไป

นางสาวยุพิน แสนคำ หนึ่งในผู้เสียหายที่ยื่นฟ้องในวันนี้ กล่าวว่า ยังมีผู้เสียหายอีกร่วมสิบรายกำลังเตรียมจะยื่นฟ้องหลังจากนี้ต่อไป ทั้งนี้เพื่อต้องการเรียกร้องความเป็นธรรมและยังอยากให้ทางหน่วยงานภาครัฐลงมาดูแลการทำมาหากินแบบไร้จรรยาบรรณ หลอกลวงประชาชนของบรรดาแพทย์และเหล่าหน้าม้า หรือที่เรียกตัวเองว่าเอเย่นต์

ที่มีการทำงานกันเป็นทีม หลอกประชาชนไปทำศัลยกรรมผ่าตัดใบหน้าจนเสียหายยับเยิน โดยต้องสูญเสียเงินรายละหลายแสนบาท ไม่นับเงินทองที่จะต้องหาไปทำการแก้ไขที่ประจานฝีมือหมอไทยให้เสียหายไปทั่วโลก เพราะหลายรายเป็นสาวต่างประเทศ ที่นำผลงานอัปยศไปปรึกษาหมอต่างประเทศและได้รับคำชี้แนะว่าผลงานผ่าตัดไม่ได้คุณภาพตามมาตรฐานสากล