ศาลให้ประกันตัว ‘เปรมชัย’ คดีเสือดำ 4 แสน สั่งห้ามออกนอกประเทศ

ศาลให้ประกันตัว “เปรมชัยกับพวก” ในวงเงิน 4 แสนบาท และ 5 แสนบาทตามลำดับ หลังพบไม่มีพฤติการณ์หลบหนี พร้อมสั่งห้ามเดินทางออกนอกประเทศ

วันนี้ (19 มี.ค.) เวลา 09.00 น. ศาลจังหวัดทองผาภูมิ ได้นัดพิพากษาคดีที่อัยการจังหวัดทองผาภูมิ เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) จำเลยที่ 1 นายยงค์ โดดเครือ จำเลยที่ 2 นางนที เรียมแสน จำเลยที่ 3 และนายธานี ทุมมาศ จำเลยที่ 4 ในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 219/2561 ใน 6 ข้อหา ประกอบด้วย

1.ฐานร่วมกันพกพาอาวุธปืนไปในเมืองหมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต
2.ฐานร่วมกันล่าสัตว์ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าโดยไม่ได้รับอนุญาต
3.ฐานร่วมกันล่าสัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาต
4.ฐานร่วมกันมีไว้ครอบครองซึ่งซากสัตว์ป่าคุ้มครองโดยที่ไม่ได้รับอนุญาต
5.ฐานร่วมกันช่วยซ่อนเร้นช่วยพาเอาไปเสียหรือรับไว้ซึ่งซากสัตว์ป่าอันได้มาโดยกระทำความผิดกฎหมาย
และ 6.ฐานร่วมกันเก็บหาของป่าในเขตป่าสงวนแห่งชาติโดยไม่ได้รับอนุญาต

โดยศาลได้พิจารณาจากพยานและหลักฐานแล้ว ได้มีคำพิพากษาตัดสินจำคุกนายเปรมชัย จำเลยที่ 1 รวม 16 เดือน ไม่รอลงอาญา  แบ่งเป็นข้อหาร่วมกันพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาติ จำคุก 6 เดือน

ข้อหาเป็นผู้สนับสนุนให้ผู้อื่นล่าสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า จำคุก 8 เดือน ข้อหาร่วมกันมีซากสัตว์ป่าคุ้มครอง (ไก่ฟ้าหลังเทา) ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุก 2 เดือน ส่วนข้อหาครอบครองซากเสือดำให้ยกฟ้อง แต่พวกอีก 3 คน ถูกลงโทษข้อหาครอบครองซากเสือดำด้วย

ล่าสุด ศาลจังหวัดทองผาภูมิโดยผู้พิพากษาหัวหน้าศาลพิจารณาคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราวระหว่างอุทธรณ์ เห็นว่า ระหว่างพิจารณาคดีของศาลชั้นต้นจำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 4 ไม่มีพฤติการณ์หลบหนี หลักประกันที่เรียกมาในศาลชั้นต้นพอสมควรแล้วจึงอนุญาตให้จำเลยที่ 1 และ ที่ 2 ได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวโดยใช้หลักทรัพย์เป็นเงินสดจำนวน 4 แสนบาท ส่วนจำเลยที่ 4 เนื่องจากมีข้อหาที่มีอัตราโทษหนักกว่าจึงอนุญาตให้ประกันตัวโดยใช้หลักทรัพย์เป็นเงินสดจำนวน 5 แสนบาท วางเงื่อนไขห้ามออกนอกราชอาณาจักรเว้นแต่จะได้รับอนุญาต

ย้อนรอยคดีเสือดำ >> ครบ 1 ปี ย้อนรอยคดี #เสือดำ ทุกประเด็นก่อนถึง “วันพิพากษา”

‘ศรีสุวรรณ’ จ่อร้อง กกต. เอาผิด ‘ธนาธร’ อ้างนักการเมืองคนแรกโอนหุ้นให้ Blind trust ดูแล

‘ศรีสุวรรณ’ จ่อร้อง กกต. เอาผิด ‘ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ’ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ อ้างนักการเมืองคนแรกโอนหุ้นให้ Blind trust ดูแล

จากกรณีที่ตามสื่อต่างๆ รายงานว่า เมื่อวันที่ 18 มี.ค.62 นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ได้เปิดแถลงข่าว เพื่อเผยแพร่แนวทางการจัดการทรัพย์สินของตนเองในการเข้าสู่ตำแหน่งทางการเมือง ณ ห้องแถลงข่าวของพรรคฯ ในที่ทำการพรรคอนาคตใหม่ ชั้น 7 อาคารไทยซัมมิททาวเวอร์ ถ.เพชรบุรีตัดใหม่ แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง กทม.

โดย นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ได้กล่าวอ้างว่า กรณีการบริหารจัดการทรัพย์สินของตนที่ถือหุ้นธุรกิจเครือซัมมิทมูลค่า 5 พันล้านบาทว่าจะใช้แนวทาง Blind trust คือโอนทรัพย์สินไปให้ trust หรือ กองทุน เป็นผู้ดูแล ส่วนใหญ่จะให้ บริษัท phatara asset management ทั้งหมดคือ หุ้นในบริษัทมหาชน ส่วนบ้าน รถ ที่ใช้ในชีวิตประจำวันเก็บไว้ในนามส่วนตัว และยังบอกอีกว่า วิธิการนี้จะเป็นมาตรฐานใหม่ ไม่เคยมีนักการเมืองคนไหนใช้ private fund มาก่อน เป็นนวัตกรรมใหม่ เป็นการทำให้ Blind ด้วยความสมัครใจโดยไม่ต้องมีกฎหมายมาบังคับ ยกระดับมาตรฐานแสดงความจริงใจให้เกิดต่อสาธารณะนั้น

ทั้งนี้ ถ้อยแถลงดังกล่าวทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับเรื่องนี้ตามมาจำนวนมาก มีทั้งนักวิชาการ ผู้รู้ ประชาชน สื่อมวลชน และนักการเมืองออกมาร่วมแสดงความเห็นในคำแถลง พอสรุปความได้ว่า การอ้างว่าเป็นครั้งแรกที่มีการทำเช่นนี้ เป็นการอ้างไม่ตรงกับข้อเท็จจริงหลายประการ จึงอาจเข้าข่ายหลอกลวง หรือจูงใจให้เข้าใจผิดในคะแนนนิยมของผู้สมัครหรือพรรคการเมือง ตามมาตรา 73 (5) ของพรป.ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 2561

ด้วยเหตุดังกล่าว สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย จึงจะนำความไปร้องเรียนต่อ กกต. เพื่อขอให้ไต่สวนและวินิจฉัยว่ากรณี นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หน.พรรคอนาคตใหม่ แถลงข่าวโอนทรัพย์สินไปให้ trust หรือ กองทุน เป็นผู้ดูแล โดยอ้างว่าวิธิการนี้จะเป็นมาตรฐานใหม่ ไม่เคยมีนักการเมืองคนไหนใช้ private fund มาก่อน เป็นนวัตกรรมใหม่ และอื่นๆ เข้าข่ายความผิดตาม ม.73(5) ของ พรป.ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 2561 หรือไม่ โดยจะเดินทางไปยื่นคำร้องในวันนี้วันที่ 19 มีนาคม2562 เวลา 10.00 น. ณ สำนักงาน กกต. ศูนย์ราชการฯ อาคาร B ถ.แจ้งวัฒนะ หลักสี่ กทม.

เปิดประวัติ ‘อิตาเลียนไทย’ ยักษ์ใหญ่แห่งวงการก่อสร้าง

เปิดประวัติ ‘อิตาเลียนไทย’ ยักษ์ใหญ่แห่งวงการก่อสร้าง และเป็นหนึ่งในบริษัทผู้รับเหมางานด้านวิศวกรรมโยธาที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาค เอเชียตะวันออกเฉียงใต้

บริษัทอิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (ไอทีดี ) เป็นบริษัทรับเหมาก่อสร้างครบวงจร ก่อตั้งขึ้นในวันที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2501 โดยมีผู้เริ่มก่อตั้งบริษัท 2 กลุ่ม คือ กลุ่ม ดร.ชัยยุทธ กรรณสูต หุ้นส่วนชาวไทย และ มิสเตอร์จิโอจิโอ เบลลินเจีนรี่ หุ้นส่วนวิศวกร ชาวอิตาเลียน โดยเริ่มต้นทุนจดทะเบียนด้วยเงิน 2 ล้านบาท

ดำเนินธุรกิจรับจ้างก่อสร้างทั่วไป ต่อมาเมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2528 บริษัทฯ ได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้เป็นบริษัทภายใต้พระบรมราชูปถัมภ์ (Royal Patronage by the King) และโปรดเกล้าพระราชทานครุฑพ่าห์ ให้เป็นศักดิ์และศรีจวบจนถึงปัจจุบัน

ทั้งนี้บริษัทอิตาเลียนไทยฯ ได้เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเมื่อวันที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2537 ด้วยทุนจดทะเบียน 2,500 ล้านบาท และด้วยผลประกอบการของบริษัทฯ ที่เจริญเติบโตเรื่อยมาจนกระทั่งปัจจุบัน บริษัทฯมีทุนจดทะเบียนเพิ่มเป็น 6,337.92 ล้านบาทและ มีทุนชำระแล้ว 5,279.84 ล้านบาท

ซึ่งผลงานที่ผ่านมาและถือได้ว่าเป็นผลงานชิ้นสำคัญของทางบริษัทฯ คือโครงการการก่อสร้างสนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งเริ่มก่อสร้างเมื่อปี 2545 กระทั่งแล้วเสร็จเมื่อปี 2549 นอกจากนี้ยังมีโครงการก่อสร้างสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินจำนวน 9 สถานีและอาคารอำนวยความสะดวก และโครงการอื่น เช่น โครงการก่อสร้างบ้านเอื้ออาทรของ การเคหะ แห่งชาติโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ ช่วงหัวหมาก และบ้านภาชี – ลพบุรี ของการรถไฟแห่งประเทศไทย โครงการก่อสร้าง ท่อร้อยสายไฟฟ้าใต้ดินของสถานีย่อย ลาดพร้าว – วิภาวดี ของการไฟฟ้านครหลวง โครงการเหมืองแม่เมาะ โครงการสะพานพระราม 5 และโครงการรถไฟ ความเร็วสูงไต้หวัน ระยะทาง 27.3 ก.ม.

รวมทั้งโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าบีทีเอส ระยะทาง 23.5 ก.ม. โครงการรถไฟใต้ดิน ซึ่งบริษัทฯ ได้ร่วมกับบริษัทญี่ปุ่น อีก 2 บริษัท จัดตั้งขึ้นในรูปแบบของกิจการร่วมค้า ขึ้นมารับผิดชอบงานทางส่วนสายเหนือ ซึ่งเป็นงานครึ่งหนึ่งของโครงการ มีระยะทาง 10.50 ก.ม. ที่ประกอบด้วย งานก่อสร้างอุโมงค์รถไฟคู่ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 5.7 ม. ระยะทาง 10.5 ก.ม.

อย่างไรก็ตามบริษัทอิตาเลียนไทยฯ เคยประสบกับมรสุมทางเศรษฐกิจทำให้บริษัทฯ ต้องทำการปรับปรุง โครงสร้างหนี้ และสิ้นสุดกระบวนการดังกล่าว ในวันที่ 16 ธันวาคม พ.ศ.2545 ซึ่งจากวิกฤตการณ์ดังกล่าวทำให้บริษัทฯเริ่มมีรากฐาน ที่แข็งแกร่งพร้อมสำหรับการเติบโตอย่างต่อเนื่องในอนาคต ผลประกอบการประจำปี ณ วันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ.2546 บริษัทฯ มีรายได้ เท่ากับ 18,330 ล้านบาท

จนทำให้บริษัทฯ เป็นผู้นำในการดำเนินงานโครงการก่อสร้าง ระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานอันดับหนึ่งในประเทศไทย และเป็นหนึ่งในบริษัทผู้รับเหมางานด้านวิศวกรรมโยธาที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตลอดช่วงปี พ.ศ.2546 บริษัทฯ ได้รับงานใหม่หลายโครงการ ซึ่งมีมูลค่างาน 7,896 ล้านบาท ทำให้มูลค่างานในมือ ณ เวลานั้น ของบริษัทฯ มีมากกว่า 39,971 ล้านบาท

สำหรับข้อมูลผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของทางบริษัทฯ 5 อันดับ (ข้อมูล ณ วันที่ 31 ม.ค.60)

1.นายเปรมชัย กรรณสูต จำนวนหุ้น 785,494,526 การถือหุ้น 14.877%
2.นางนิจพร จรณะจิตต์ จำนวนหุ้น 371,698,140 การถือหุ้น 7.040%
3.นายวิชัย วชิรพงษ์ จำนวนหุ้น 258,455,100 การถือหุ้น 4.895%
4.บริษัทไทยเอ็นวีดีอาร์ จำกัด จำนวนหุ้น 168,042,613 การถือหุ้น 3.183%
5.นายเจษฎา เลิศนันทปัญญา จำนวนหุ้น 144,865,500 การถือหุ้น 2.744%

ข้อมูลจาก บริษัทอิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด