‘แทรมน้อย’ ถึงขอนแก่นแล้ว เปิดให้ประชาชนถ่ายรูปถึงสิ้นเดือนนี้

‘รถแทรมน้อย’ จากประเทศญี่ปุ่นถึงขอนแก่นแล้ว ตั้งสง่าแปลกตาอยู่ใจกลางเมืองขอนแก่น เปิดโอกาสให้ชาวขอนแก่นได้ร่วมถ่ายรูปเซลฟี่เป็นที่ระลึกถึงสิ้นเดือนนี้

วันที่ 16 มี.ค.62 ที่บริเวณศาลหลักเมืองขอนแก่น หน้าสำนักงานเทศบาลนครขอนแก่น ชาวขอนแก่นจำนวนมากต่างจอดรถเข้ามาถ่ายเซลฟี่คู่กับรถแทรมน้อย ที่ส่งตรงมาจากประเทศญี่ปุ่น โดยทางเทศบาลนครขอนแก่น และผู้ที่เกี่ยวข้องได้เดินทางไปรับมอบกับ Mr.Kazumi Matsui นายกเทศมนตรีเมืองฮิโรชิม่า ประเทศญี่ปุ่น ภายหลังจากได้รับการสนับสนุนมอบรถแทรมหรือรถราง ให้ชาวขอนแก่นได้ทดลองใช้

โดยประชาชนที่ผ่านไปผ่านมาต้องหยุดชะงักทุกคันเมื่อมองมาเห็นรถแทรมน้อยคันนี้ตั้งสง่าบนราง อยู่ใจกลางเมืองขอนแก่น พร้อมกับจอดรถลงมาถ่ายภาพเซลฟี่คู่กับรถแทรมที่เพิ่งเดินทางมาถึงเมื่อเวลาประมาณ 13.00 น. วันนี้ โดยทางเทสบาลนครขอนแก่นได้นำราวเหล็กมากั้นโดยรอบตัวรถ เพื่อไม่ให้ประชาชนเข้าไปใครจนอาจเกิดความเสียหายกับตัวรถได้ โดยรถแทรมหรือรถรางนี้มีทั้งหมด 36 ที่นั่ง รองรับผู้โดยสารได้จำนวน 80 คน

นายธีรศักดิ์ ฑีฆายุพันธุ์ นายกเทศมนตรีนครขอนแก่น กล่าวว่า ภายหลังที่คณะทำงานได้ขอรับบริจาครถแทรมจาก Mr.Kazumi Matsui นายกเทศมนตรีเมืองฮิโรชิม่า ประเทศญี่ปุ่น ก็ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี จนกระทั่งมาถึงวันนี้ วันที่ทุกคนได้เห็นรถแทรมของจริง โดยทางเทศบาลนครขอนแก่นจะเปิดโอกาสให้พี่น้องประชาชนชาวขอนแก่นและจังหวัดใกล้เคียงได้เข้ามาชมความสวยงาม และถ่ายภาพเก็บเป็นที่ระลึกจนถึงสิ้นเดือนมีนาคมนี้

หลังจากนั้นทางคณะทำงานจะนำรถแทรมพร้อมรางไปไว้ที่ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตขอนแก่น เพื่อทำการเตรึยมออกแบบรถรางและรางตามหลักสูตร เมื่อผลการศึกษาจากทางคณะผู้จัดทำเสร็จเรียบร้อย ก็จะเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็น ประชาพิจารณ์จากพี่น้องชาวขอนแก่น หากเห็นชอบทางคณะผู้จัดทำก็จะเริ่มต้นดำเนินการสร้างตามหลักสูตรทั้งหมด

โดยจะนำร่องทดลองวิ่งเสมือนจริงรอบบึงแก่นนคร พร้อมกับสร้างห้องทดลองระบบรางขนาดเท่าของจริง ในระยะทาง 4 กิโลเมตร ที่บึงแก่นนคร โดยจะมีการสร้างรางทุกชนิด เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ศึกษา ของนักศึกษาและประชาชนทั่วไป และสามารถให้นักวิจัยมาทำงานวิจัยในด้านTrack work ชนิดต่างๆได้ เพื่อให้ชาวขอนแก่นได้เกิดความคุ้นชิน ก่อนที่จะดำเนินการสร้างรางแทนเกาะกลางถนนมิตรภาพ สายสำราญ-ท่าพระ ต่อไปในอนาคต อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองรองตามนโยบายของรัฐบาลด้วย


ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ ‘รถแทรม’

รถแทรม (Tram) หรือเรียกให้เข้าใจง่ายๆก็คือ ‘รถราง’ มีลักษณะคล้ายรถไฟแต่จะสั้นกว่าและมีน้ำหนักเบากว่า รถรางส่วนมากใช้ไฟฟ้าจากสายไฟด้านบน แต่ก็ยังมีบางส่วนใช้ดีเซลอยู่ ในปัจจุบันนิยมนับรถรางเป็นประเภทหนึ่งของรถไฟฟ้ารางเบาด้วย

ในอดีตประเทศไทยก็เคยมีการใช้รถรางครั้งแรกเมื่อวันที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2431 โดยเปิดสายบางคอแหลมเป็นสายแรกเมื่อเริ่มแรกใช้กำลังม้าลากรถไปตามราง ทำให้ใช้เวลาการเดินทางมาก จึงไม่เป็นที่นิยม ภายหลังเปลี่ยนมาใช้กำลังไฟฟ้าเมื่อ เดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2437 และจนถึงวันที่ 1 ตุลาคม ปี พ.ศ. 2511 ได้ยกเลิกการเดินรถทุกเส้นทางอย่างถาวร

นักศึกษา มช. แห่รับหน้ากาก N95 สู้ฝุ่นพิษ หนุนยกระดับประกาศภัยพิบัติ

นักศึกษา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ แห่รับหน้ากาก N95 สู้ฝุ่นพิษ หลังค่าฝุ่น PM 2.5 ยังเกินค่ามาตรฐานต่อเนื่องหนุนยกระดับประกาศภัยพิบัติ

บรรยากาศที่องค์การนักศึกษา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เต็มไปด้วยนักศึกษา ที่พากันสแกนคิวอาร์โค้ดขอรับหน้ากากเอ็น 95 ที่เจ้าหน้าที่มหาวิทยาลัยนำมาแจกจ่ายเป็นวันที่สอง เป็นมาตรการล่าสุดที่ถูกนำมาใช้ เพื่อลดผลกระทบต่อสุขภาพที่จะเกิดขึ้นกับนักศึกษาและบุคลากรของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ที่มีอยู่กว่า 2 หมื่นคน ในช่วงที่คุณภาพอากาศในจังหวัดเชียงใหม่เข้าขั้นวิกฤตต่อเนื่องเป็นวันที่หก โดยหน้ากากเอ็น 95 ชุดแรก นำมาแจกจ่ายทั้งหมดกว่า 3 หมื่นชิ้น

หมอกควันที่ปกคลุมเมืองมานานหลายวัน ไม่เพียงส่งผลกระทบโดยตรงต่อสุขภาพเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อการเรียน น.ส.พิมพ์ชนก งานนันไชย นศ.ปี 3 คณะเกษตรศาสตร์ บอกว่า เป็นช่วงเวลาที่ยากลำบาก เพราะปกติจะใช้เวลาช่วงเย็นถึงดึก รวมกลุ่มติวหนังสือกับเพื่อน ๆ ใต้หอพัก แต่เมื่อหมอกควันหนาแน่น ทำให้อ่านได้ไมนานต้องแยกย้ายกันกลับและเก็บตัวอยู่ในห้อง เพราะหากนั่งนานจะแสบตาแสบจมูก

ขณะที่ น.ส.ภัทรวรรณ วัฒนกีบุตร นักศึกษาปริญญาเอก คณะเกษตรศาสตร์ บอกว่า หน้ากากอนามัยมีความจำเป็น และ ไม่เพียงแต่นักศึกษาเท่านั้น แต่ยังมีประชาชนอีกหลายกลุ่มที่ต้องการและเข้าไม่ถึง จึงอยากให้หน่วยงานรัฐหามาตรการช่วยเหลือ พร้อมหนุนให้ประกาศเป็นภัยพิบัติฉุกเฉิน เพื่อให้มีเครื่องมือช่วยเหลือผู้ที่รับผลกระทบได้อย่างรวดเร็วและทั่วถึง

สำหรับสถานการณ์หมอกควันที่จังหวัดเชียงใหม่ ล่าสุดช่วงเวลา 15.00 น. ค่าพีเอ็ม 2.5 รายชั่วโมง ที่สถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศใน ต.ช้างเผือก อ.เมือง จ.เชียงใหม่ พุ่งสูงขึ้นกว่า 153 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ส่วนดัชนีคุณภาพอากาศหรือค่า AQI สูงถึง 263

โดยในวันนี้ จังหวัดเชียงใหม่ยังครองอันดับหนึ่งเมืองคุณภาพอากาศแย่ของโลกของเวปไซต์ airvisual.com ติดต่อกันเป็นวันที่ 5 ในรอบหนึ่งสัปดาห์ โดยในเวลา 16.00 น. Airvisual รายงาน AQI จังหวัดเชียงใหม่สูงถึง 303


ฝุ่น PM 2.5 คืออะไร

ฝุ่นละอองที่ขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมครอน มีขนาดเล็กมากจนเรามองไม่เห็น เป็นควันพิษที่ไม่มีกลิ่นแต่มีอันตรายมากมายถึงขั้นทำให้เป็นมะเร็งได้เลยทีเดียว และยังส่งผลต่อการหายใจสั้นและหัวใจทำงานหนักมากขึ้น ใครที่เป็นโรคทางเดินหายใจ เช่น หอบหืด โรคหัวใจ ก็จะได้รับผลกระทบมากขึ้น ทั้งยังทำให้เสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็งปอด โรคหัวใจขาดเลือด โรคหลอดเลือดในสมอง แม้แต่หญิงที่ตั้งครรภ์ถ้าได้รับฝุ่นพิษเป็นเวลานานๆ ก็เสี่ยงต่อการส่งผลกระทบต่อทารกในครรภ์ได้

ระดับฝุ่น สีที่ใช้ คุณภาพอากาศ AQI (Air Quality Index)

0-50 ฟ้า คุณภาพดี
51-100 เขียว คุณภาพปานกลาง
101-200 เหลือง มีผลกระทบต่อสุขภาพ
201-300 ส้ม มีผลกระทบต่อสุขภาพมาก
301 ขึ้นไป แดง อันตราย

หน้ากากอนามัย N95

เป็นหน้ากากที่สามารถป้องกันเชื้อโรคได้ดี สามารถป้องกันได้แม้กระทั่งฝุ่นละอองและเชื้อโรคที่มีขนาดเล็กมากๆ ถึงขนาด 0.3 ไมครอน จึงสามารถป้องกันฝุ่น PM2.5 ได้ มีแถบโลหะทำให้กระชับกับรูปจมูกและใบหน้า ซึ่งสามารถหาซื้อได้ตามร้านขายยาทั่วไป ราคาอยู่ที่ประมาณชิ้นละ 50 บาท

ข้อแนะนำในการดูแลและป้องกันตัวเองจากฝุ่น pm 2.5

1.หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายกลางแจ้ง เช่น การวิ่ง ปั่นจักรยาน
2.ปิดหน้าต่างเพื่อหลีกเลี่ยงไม่รับอากาศเป็นพิษเข้าไปภายในบ้านหรืออาคาร
3.สวมใส่หน้ากากอนามัย N95 และควรเปลี่ยนใหม่เมื่อหน้ากากสกปรกหรือเริ่มหายใจไม่สะดวก
4.ใช้น้ำสะอาดกลั้วคอ แล้วบ้วนทิ้งวันละ 3-4 ครั้ง
5.หากต้องเปิดพัดลมภายในบ้าน ควรเป่าลงผิวน้ำก่อนก็จะช่วยให้ลดปริมาณฝุ่นพิษลงได้

พ่อ ‘น้องภูผา’ เผยเตรียมคาร์ซีทหวังพาลูกเที่ยวแต่กลับสูญเสียแบบคาใจ

พ่อแม่ ‘น้องภูผา’ เผยผลชัณสูตรสาเหตุการตาย ไม่ตรงกับโรงพบยาบาลที่ จ.ชัยนาท เผยเตรียมคาร์ซีทหวังพาลูกเที่ยวแต่กลับสูญเสียแบบคาใจ

จากรณีที่พ่อแม่ของน้องภูผา ด.ช.ทักษพรโอบอ้อม หนูน้อยผู้โชคร้ายที่เสียชีวิตลงหลังผ่าคลอดออกจากท้องของนางสาวสุมณี บุญมี ผู้เป็นแม่ได้เพียง7วัน ได้ร้องเรียนผ่านสื่อมวลชนว่าติดใจในสาเหตุการเสียชีวิตของน้อง โดยเชื่อว่าน้องภูผาอาจจะเสียชีวิตจากความบกพร่องของโรงพยาบาล จึงขุดศพออกจากที่บรรจุส่งสถาบันนิติเวชเพื่อผ่าพิสูจน์

ซึ่งเมื่อวานที่ผ่านมาทางสถาบันนิติเวช โรงพยาบาลตำรวจได้มอบศพน้องภูผาให้นำกลับบ้านพร้อมผลชัณสูตรที่ระบุว่าสาเหตุการตายคือ ”เลือดออกใต้เยื่อหุ้มสมองชั้นใน” ซึ่งไม่ตรงกับโรงพบยาบาลที่ จ.ชัยนาท แจ้งว่า ปอดติดเชื้อและไตวาย โดยครอบครัวได้ฝังศพน้องไว้ในสวนหลังบ้านเมื่อช่วงเย็นวาน และจะเดินหน้าทวงความเป็นธรรมจากกระทรวงสาธารณสุขให้ถึงที่สุด ตามที่สถานีข่าวของเราได้นำเสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุดวันที่ 16 มีนาคม 62 นายอนันต์ โอบอ้อม พ่อของน้องภูผาได้นำสิ่งของเครื่องใช้สำหรับเด็กออกมาดู เพื่อเป็นตัวแทนของลูกชายที่จากไปอย่างไม่มีวันกลับ พร้อมกับเปิดใจด้วยความเศร้าว่า พอตนกับภรรยารู้ว่าจะได้ลูกชายจากการทำอัลตร้าซาวน์ ก็ดีใจอย่างมากหาซื้อข้าวของเครื่องใช้เด็กผู้ชายไว้จำนวนมาก ทั้งเสื้อผ้า ของเล่น ผ้าอ้อมสำเร็จรูป และเก้าอี้เสริมกล้ามเนื้อขา แต่มีชิ้นที่ทำให้คุณอนันต์อดน้ำตาซึมไม่ได้ทุกครั้งที่เห็นก็คือ คาร์ซีท หรือเบาะนั่งเด็กในการโดยสารรถยนต์

โดยเป็นชิ้นที่คุณอนันต์ซื้อด้วยความหวังและวาดฝันที่จะใช้ชีวิตด้วยความรักและความสุขกับทายาทตัวน้อย ในการเดินทางท่องเที่ยวพักผ่อนกับแบบครอบครัว แต่ก็ความฝันก็ต้องสลายลงกับความสูญเสียในครั้งนี้ และที่สำคัญคุณสุมณีได้ทำหมันทันทีหลังคลอดน้องภูผาทำให้ทั้งคู่ไม่สามารถจะมีทายาทได้อีกต่อไป

ขณะที่ทางฝั่งของโรงพยาบาลที่เกิดเหตุยังคงเงียบไม่ยอมชี้แจงหรือให้ข้อมูลรายละเอียดใดๆจากผู้บริหาร โดยแหล่งข่าวภายในบอกว่า ในวันจันทร์ที่18มีนาคมนี้ อาจจะมีการตั้งโต๊ะแถลงข่าวในเรื่องดังกล่าวแต่ก็ยังไม่มีการยืนยันแต่อย่างใด


ข้อควรรู้การเลือกซื้อ Car Seat

Car Seat จะแบ่งออกเป็น 4 ประเภทให้เลือกคือ

Infant Carrier Seats ซึ่งเป็นเบาะสำหรับเด็กแรกเกิดจนไปถึงอายุ 6 เดือน มีน้ำหนักตัวอยู่ในเกณฑ์ 9.09 กิโลกรัม หรือ 20 ปอนด์ และสูงประมาณ 26 นิ้ว

Rear-Facing Convertible Seats เบาะนิรภัยสำหรับเด็กที่มีอายุ 6 เดือนจนถึง 1 ปี มีน้ำหนักไม่เกิน 13.6 กิโลกรัม หรือ 30 ปอนด์

Forward Facing Seat หรือ Toddle Booster Seat เหมาะสำหรับเด็กที่มีอายุมากกว่า 1 ปีขึ้นไป และมีน้ำหนักไม่เกิน 40 ปอนด์ หรือ 18.8 กิโลกรัม

Booster Seat หรือเบาะนั่งเสริม มีทั้งรูปแบบที่เป็นเบาะที่มีรองและพนักพิงหลัง ซึ่งเรียกว่า High Back Booster จะใช้กับเด็กที่มีอายุระหว่าง 4-11 ปี มีความสูง 150 เซนติเมตร

ส่วนการติดตั้งนั้นก็ควรติดตั้งให้ถูกต้องด้วยเช่นกัน ซึ่งตำแหน่งการติดตั้งที่ถูกต้องก็คือที่เบาะหลังซึ่งได้ทั้งสองฝั่งทั้งฝั่งคนขับและฝั่งผู้โดยสาร โดยเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 2 ขวบให้ติด Car Seat แบบหันหน้าเข้าเบาะหลัง ซึ่งจะข่วยลดการบาดเจ็บจากการเบรคกระทันหันได้ และการที่ไม่แนะนำให้ติดด้านหน้านั้นก็เพราะว่า หากเกิดอุบัติเหตุ การทำงานของถุงลมนิรภัยอาจจะทำอันตรายต่อเด็กได้

ซึ่งกฏหมายบางประเทศได้กำหนดไว้เลยว่าห้ามติด Car Seat ไว้ที่เบาะหน้าโดยเด็ดขาด และแน่นอนว่าต้องฝึกให้เด็กใช้จนมีความเคยชิน โดยในช่วงแรกเด็กมักจะไม่คุ้ยชิน และอาจร้องไห้งอแงบ้าง อย่าไปสนใจและใจอ่อน เพราะหากเด็กได้ใช้บ่อยๆ ต่อไปเด็กก็จะคุ้นและชินไปเอง