ร่วมส่งกำลังใจให้ ‘ป้าปิ๋ว’ คุณยายไตรกีฬา ล้มป่วยกะทันหัน ยังไม่รู้สึกตัว

ร่วมส่งกำลังใจให้ ‘ป้าปิ๋ว’ คุณยายไตรกีฬา ล้มป่วยกะทันหัน ยังไม่รู้สึกตัว

โลกออนไลน์ร่วมส่งกำลังใจให้  ‘ป้าปิ๋ว’ คุณยายไตรกีฬา หลังผู้ใช้เฟซบุ๊ก ภูริต นิวาศะบุตร ได้โพสต์ข้อความว่า คุณยายได้ล้มป่วยกะทันหัน ยังไม่รู้สึกตัว แต่มีการตอบสนองของร่างกายที่ดี ซึ่งสามารถอัดคลิปเสียงมาให้กำลังใจคุณยายฟัง เพื่อกระตุ้นสมองได้ โดยมีรายละเอียดดังนี้…

สำหรับ นางปราณี หรือ ป้าปิ๋ว เป็นบุคคลมีชื่อเสียงโด่งดังที่นักไตรกีฬาชาวไทย รวมถึงชาวต่างชาติต่างรู้จักเป็นอย่างดี เพราะหญิงชราคนนี้ มักจะนุ่งโจงกระเบนตระเวนไปแข่งขันไตรกีฬารายการใหญ่ๆ อยู่เป็นประจำ และเคยคว้ารางวัลรองชนะเลิศในรายการคนเหล็กมิตซูบิชิ 2006 มาแล้ว ก่อนที่รายการ คนค้นคน จะนำเรื่องราวของหญิงไทยหัวใจนักสู้คนนี้มาออกอากาศทางช่อง เมื่อวันที่ 21มี.ค.2559 ในชื่อตอน ยอดมนุษย์ป้า จนสร้างความฮือฮาและเป็นที่ยอมรับนับถือของคนในวงการ

หนุ่มร้องโซเชียล ช่วยตามหาเจ้าของรถชนแล้วหนี หลังแม่เสียชีวิต คดีไม่คืบ

หนุ่มร้องโซเชียล ช่วยตามหาเจ้าของรถชนแล้วหนี หลังแม่ถูกรถชนเสียชีวิต คดีไม่คืบหน้า

วันนี้(16 มี.ค.) โลกออนไลน์ได้มีการแชร์ภาพจากผู้ใช้งานเฟซบุ๊ก Kivvkung Thongsonlon ซึ่งเผยให้เห็นเหตุการณ์อุบัติเหตุรถชนบนถนนแห่งหนึ่ง มีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ พร้อมข้อความวอนช่วยตามหาคนขับรถชนแล้วหนี ซึ่งเหตุเกิดตั้งแต่วันที่ 9 มีนาคมที่ผ่านมา แต่คดียังไม่มีความคืบหน้า โดยข้อความทั้งหมดระบุว่า

ฝากเพื่อนๆ แชร์ต่อๆ ทีครับ เนื่องจากมีรถชนแม่ของเราคือ แม่แอม วนิดา สุนารักษ์ เสียชีวิตที่ข้างถนนแล้วหลบหนีไปทันที ไม่แม้แต่จะลงมาดูแม่เราเลยสักนิด จนทำให้มีรถที่ขับมาจากทางด้านหลังด้วยความเร็ว ได้เหยียบร่างแม่เราซ้ำอีก… ขอความช่วยเหลือตามหารถหรือใครที่ขับขี่รถบนถนนเส้น สว่าง-เจริญศิลป์ มุ่งหน้าไปทางเจริญศิลป์ ผ่านบ้านโคกเจริญ ต.บ้านถ่อน อ.สว่างแดนดิน จ.สกลนคร วันที่ 9 มีนาคม 2562 ช่วงเวลา 18:30น.จนถึง 19:00น.

ทางตำรวจได้เบาะแส คาดว่าน่าจะเป็นรถยนต์ยี่ห้อ isuzu all new ไม่ทราบสี เพราะมีกระจังหน้าแตกตกอยู่ จากเศษชิ้นส่วนรถที่เก็บได้ในที่เกิดเหตุ คาดว่าน่าจะชนเข้าเต็มๆที่กลางหน้ารถครับ อยากรบกวนฝากร้านซ่อมหรืออู่ซ่อมรถช่วยสังเกตด้วยนะครับ ปล.ทางญาติไม่ได้ต้องการค่าเสียหาย แต่ต้องการให้มารับผิดชอบในสิ่งที่ตัวเองทำ ไม่ใช่ชนแล้วหนีแบบนี้ครับ

พิกัดการชน หน้าร้าน ต้นคูณ คาราโอเกะ บ้านโคกเจริญ ต.บ้านถ่อน อ.สว่างแดนดิน จ.สกลนคร (ก่อนถึงโค้งบริษัทฉัตรชัย วิศวการทาง) ในส่วนของคดีความ ทางตำรวจร้อยเวรก็บอกปัดตลอดว่าไปดูมาหมดแล้ว ไม่มีไม่เห็น ซึ่งเมื่อทางญาติไปไล่ดูตามที่ต่างๆเองกลับพบว่า ยังไม่มีใครมาขอดูภาพกล้องวงจรปิดเลย ซึ่งสวนทางกับคำพูดของตำรวจอย่างสิ้นเชิง แสดงให้เห็นถึงการพูดเพื่อให้ผ่านไปวันๆ ซึ่งนั้นทำให้ญาติของผู้ตายรู้สึกขาดความเชื่อมั่นในตัวเจ้าหน้าที่ตำรวจมาก ว่าจะตามคดีนี้ของแม่เราอย่างเต็มที่หรือเปล่า..จนเราต้องออกมาเรียกร้องหาความยุติธรรมด้วยตัวเอง

แม่เราก็คือคนนะครับ อย่าทำเหมือนเป็นแค่ผักแค่ปลา มีชีวิต มีจิตใจ เราต้องการความยุติธรรมให้แม่ ตลอดเวลาที่จัดงานไม่เคยมาแม้แต่มางานแม่เรา มีจิตสำนึกบ้างไหม จิตใจทำด้วยอะไร นี่ก็ผ่านไปหลายวันแล้ว ขอความช่วยเหลือจริงๆครับ เราไม่อยากให้แม่เราต้องมาตายฟรี

สำหรับโทษของการขับรถชนแล้วหนี

ในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุรถชนขึ้น แล้วผู้ขับขี่ไม่แสดงตัวต่อเจ้าหน้าที่ ณ สถานที่เกิดเหตุ ทางกฎหมายจะสันนิษฐานว่า ​”ชนแล้วหนี” ซึ่งถือเป็นความผิดทางกฎหมายและเป็นคดีอาญา ส่งผลให้เจ้าหน้าที่มีอำนาจยึดรถคันที่เราขับหลบหนีหรือไม่สามารถแสดงได้ว่าเป็นใครผู้ขับขี่จนกว่าคดีถึงที่สุดหรือได้ตัวผู้ขับขี่หากผู้ขับขี่หรือผู้ครอบครอง (กรณีเจ้าของรถไม่ใช่เรา) ไม่แสดงตัวต่อเจ้าหน้าที่ภายใน 6 เดือน นับแต่วันเกิดเหตุ ให้ถือว่ารถนั้นเป็นทรัพย์สินซึ่งได้ใช้กระทำความผิดหรือเกี่ยวกับการกระทำความผิดและให้ตกเป็นของรัฐ

พ.ร.บ.จราจรทางบก มาตรา 160 ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามมาตรา 78 ​- ​ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับตั้งแต่ 2,000 บาทถึง 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ถ้าการไม่ปฏิบัติตามมาตรา 78 เป็นเหตุให้บุคคลอื่นได้รับอันตรายสาหัส หรือเสียชีวิต​ -​ ผู้ไม่ปฏิบัติตามต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับตั้งแต่ 5,000 บาท ถึง 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนกรณีที่ชนแล้วหนี กฎหมายกำหนดโทษแห่งการหนีดังกล่าวตาม พ.ร.บ. จราจรทางบกมาตรา 78 ประกอบมาตรา 160 มีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน ส่วนขับรถโดยประมาทก็ว่ากันไปอีกเรื่องหนึ่ง

‘นิพิฏฐ์’ โพสต์แนะประชาธิปไตย มิใช่ความคิดสุดโต่ง ให้ประชาชนเลือกข้าง

“นิพิฏฐ์” โพสต์เฟซบุ๊กแนะประชาธิปไตยมิใช่ความคิด “สุดโต่ง” ให้ประชาชน “เลือกข้าง” ประชาธิปไตยที่แท้จริงต้องมีธรรมาภิบาล มีหลักนิติรัฐ

วันนี้(16 มี.ค.) นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว “นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ” ในหัวข้อ “ประชาธิปไตย กับ เสรีนิยมประชาธิปไตย” โดยข้อความทั้งหมดระบุว่า

ตั้งหลักกันดีๆนะครับ ประชาธิปไตยมิใช่ความคิด”สุดโต่ง” ที่ให้พี่น้องประชาชน”เลือกข้าง” เพราะประเทศไทยมีการปกครองระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขอยู่แล้ว มิใช่ว่า หากเลือกฝ่ายนั้นจะเป็นฝ่ายประชาธิปไตย แต่หากเลือกฝ่ายนี้จะเป็นฝ่ายเผด็จการ ลองตอบคำถามง่ายๆดูนะครับ ทำไมฝ่ายที่อ้างตัวเองตัวว่าเป็นฝ่ายประชาธิปไตยจึง”ติดคุก”กันเกือบครึ่งครม.แล้ว และที่หนีอยู่ต่างประเทศก็เป็นร้อย ประชาธิปไตยมิใช่มาจากการเลือกตั้งอย่างเดียว แต่ต้องมีธรรมาภิบาล หรือ มีหลักนิติรัฐด้วย ตามคำกล่าวที่ว่า “ประเทศมิได้ปกครองด้วยรัฐบาล แต่ประเทศปกครองด้วยกฎหมาย” ประเทศไทยจึงมีพรรคการเมือง 2 ฝ่ายที่สู้กันอยู่ในสนามเลือกตั้ง อย่างเข้มข้น คือ 1.ฝ่ายประชาธิปไตย 2.ฝ่ายเสรีนิยมประชาธิปไตย

เนื่องจากประชาธิปไตยเป็นการปกครองด้วยเสียงข้างมาก ประชาธิปไตยจึงมีแนวโน้มเป็นเผด็จการ ที่เรียกว่า”เผด็จการเสียงข้างมาก” ระบอบประชาธิปไตยจึงพัฒนาตัวเองขึ้นมาอีกขั้นหนึ่ง เพื่อป้องกันเผด็จการเสียงข้างมาก ระบอบที่พัฒนาตัวเองขึ้นมาเรียกว่า”เสรีนิยมประชาธิปไตย” คือมีวิธีการคุ้มครองเสียงข้างน้อยจากเสียงข้างมากมากขึ้น ระบอบเสรีนิยมประชาธิปไตย ในประเทศไทยเริ่มต้นจากรัฐธรรมนูญ ปี 2540 จนถึงปัจจุบัน นับแต่ 2540 เป็นต้นมาเราจึงเห็นฝ่ายเสียงข้างมากที่ไม่มีหลักนิติรัฐหนีออกต่างประเทศ และเดินเข้าคุกกันเป็นแถว เครื่องมือสำคัญของระบอบเสรีนิยมประชาธิปไตยคือ”องค์กรอิสระ” พรรคประชาธิปัตย์ เป็นฝ่าย”เสรีนิยมประชาธิปไตย” มาตั้งแต่ 6 เมษายน 2489 ซึ่งเป็นวันก่อตั้งพรรค เราจึงมิใช่พรรคเฉพาะกิจแต่เป็นพรรคเสรีนิยมประชาธิปไตย ที่เดินเคียงคู่กับประเทศไทยมายาวนาน

ที่มา นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ

Continue reading