เปิดสภาพรถ! สาวกลับจากปาร์ตี้ตัวเปียกถอดเสื้อผ้าขับ เกิดอุบัติเหตุเสียชีวิต

สาวกลับจากเที่ยวงานโคตรแฉะปาร์ตี้ตัวเปียก ถอดเสื้อผ้าขับรถ ก่อนเก๋งเฉี่ยวชนกับอีกคันจนเสียหลักชนแบริเออร์ และเสาไฟฟ้าเสียชีวิต

ผู้สื่อข่าว MThai รายงานว่า วันนี้ (15 มี.ค. 2562) ได้เกิดอุบัติเหตุรถยนต์ชนกันมีผู้เสียชีวิต ที่บริเวณช่องทางด่วนใต้จุดกลับรถหน้าสวนอุตสาหกรรมนวนคร ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ซึ่งจากการตรวจสอบพบรถยนต์นั่งส่วนบุคคลยี่ห้อซูซูกิ รุ่นซีลีริโอสีขาว ตกลงไปอยู่ภายในร่องกลางระหว่างทางด่วน

สภาพหน้ารถพังยับเยินเพราะชนเสาไฟฟ้าส่องทาง ห่างกันประมาณ 20 เมตร พบผู้เสียชีวิต 1 รายเป็นหญิง นอนอยู่ในพงหญ้า สภาพนอนคว่ำหน้าสวมเพียงชุดชั้นใน ทราบชื่อ น.ส.ณัฎฐฐิรญา วงษ์ปา อายุ33ปี ชาว ต.เนินขาม อ.เนินขาม จ.ชัยนาท

พร้อมกันนี้พบ รถยนต์นั่งส่วนบุคคลยี่ห้อโตโยต้ารุ่นยาริส สีขาว จอดอยู่ริมทาง โดยที่ท้ายรถฝั่งขวามีร่องรอยการถูกชนจนได้รับความเสียหาย โดยมีนายวีระพันธ์ ไชยสุระ อายุ 36 ปี เป็นผู้ขับรถยนต์คันดังกล่าว ทั้งนี้จากการสอบสวนน.ส.แก้วกานดา ศรีสว่าง แฟนสาวของนายวีระพันธ์  ได้ความว่า ระหว่างที่รถวิ่งมาถึงที่เกิดเหตุ มีรถจักรยานยนต์จับกลุ่มขับอยู่บนทางเป็นจำนวนมาก

จากนั้นมีรถยนต์เบนซ์ขับแซงหน้าไปอย่างรวดเร็ว ก่อนที่รถยนต์คู่กรณีที่มาด้วยความเร็วจะมาชนท้ายรถและเสียหลักไปชนแบริเออร์จนรถพุ่งตกร่องกลางถนนชนเสาไฟฟ้าร่างจนคนขับกระเด็นออกนอกรถจนมีผู้เสียชีวิตดังกล่าว จากนั้น แฟนหนุ่มจึงจอดรถริมทางและแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อประสานหน่วยกู้ภัย

ในเวลาต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ชันสูตรศพน.ส.ณัฎฐฐิรญา พบที่ข้อมือซ้ายมีสายรัดข้อมือสีเหลืองทองติดอยู่พร้อมเลข032031 รัดอยู่ ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่า เป็นสายรัดข้อมือของงานคอนเสิร์ตโคตรแฉะปาร์ตี้ ซึ่งจัดขึ้นในสถานบันเทิงแห่งหนึ่งภายในหมู่บ้านเมืองเอก

คาดว่าผู้เสียชีวิตน่าจะไปเที่ยวสถานบันเทิงดังกล่าวมา หลังร้านปิดจึงขับรถกลับบ้านแต่เสื้อผ้าเกิดเปียกจึงทำให้หนาวจึงถอดเสื้อผ้าที่เปียกออกเหลือเพียงชุดชั้นในขับรถ กระทั่งมาประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต

ด้าน ร.ต.อ.เกียรติพงษ์ ติ๊บมา รองสว.สอบสวนสภ.คลองหลวง เปิดเผยว่า ได้ตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุบนทึกภาพไว้เป็นหลักฐานก่อนเชิญตัวคู่กรณีไปทำการสอบปากคำเพิ่มเติม และได้ประสานยกรถทำการยกรถไปเก็บไว้ที่สถานที่เก็บของกลาง พร้อมให้อาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญูนำร่างผู้เสียชีวิตส่งสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ร.พ.ธรรมศาสตร์ฯ เพื่อรอญาติรับศพกลับไปบำเพ็ญกุศลทางศาสนาต่อไป


ถอดเสื้อผ้าขับรถ ผิดกฎหมาย !!

จากการตรวจสอบในข้อกฎหมาย ยังไม่พบว่ามีกฏของกระทรวงระบุเรื่องการถอดเสื้อขับขี่รถยนต์ส่วนบุคคลแล้วผิดกฎหมาย แต่ในหากทำหน้าที่ขับรถสาธารณะแล้ว  พ.ร.บ.การขนส่งทางบก พ.ศ.2522 ถือว่ามีความผิดชัดเจน โดยระบุดังนี้

.ร.บ.การขนส่งทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 102 (1) ระบุไว้ว่า ในขณะปฎิบัติหน้าที่เป็นผู้ประจำรถต้องแต่งกายสะอาดเรียบร้อยตามแบบที่กฎกระทรวงกำหนด

และใน พ.ร.บ.การขนส่งทางบก พ.ศ.2522 หมวด 10 บทกำหนดโทษ มาตรา 127 ระบุว่า ผู้ได้รับใบอนุญาตปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้ประจำรถ ผู้ใดฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตาม มาตรา 26 วรรคสอง มาตรา 101 มาตรา 102 (1) (2) หรือ (4) มาตรา 103 มาตรา 103ทวิ มาตรา 104 มาตรา 105 มาตรา 106 หรือ มาตรา 107 ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 5,000 บาท

ขณะที่กฎกระทรวง กำหนดเครื่องแต่งกายของคนขับรถยนต์สาธารณะ ในข้อ 2 ดังนี้

ข้อ 2 ในขณะขับรถรับจ้าง คนขับรถยนต์สาธารณะ รถยนต์บริการธุรกิจ และรถยนต์
บริการทัศนาจรต้องแต่งกายให้สะอาด สุภาพเรียบร้อยและรัดกุม ด้วยเครื่องแต่งกาย ดังต่อไปนี้

(1) เสื้อเชิ้ตคอตั้งหรือคอพับ แขนยาวหรือแขนสั้น ไม่มีลวดลาย การสวมเสื้อให้สอดชายล่าง
ของเสื้ออยู่ภายในกางเกง ยกเว้นเสื้อที่โดยสภาพไม่ต้องสอดชายล่างให้อยู่ภายในกางเกง
(2) กางเกงขายาวไม่มีลวดลาย
(3) รองเท้าหุ้มส้นหรือหุ้มข้อ

กลุ่มคนอยากเลือกตั้งจี้ กกต. ทำหน้าที่เพื่อการเลือกตั้งที่เป็นธรรม

กลุ่มคนอยากเลือกตั้ง ยื่นเรื่องขอให้ทาง กกต. ทำหน้าที่เพื่อการเลือกตั้งที่เป็นธรรม

วันที่ 15 มี.ค. 2562 นางสาวณัฏฐา มหัทธนา หรือโบว์ พร้อมกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง เดินทางมายังสำนักคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อยื่นเรื่องขอให้คณะกรรมการการเลือกตั้งทำหน้าที่เพื่อการเลือกตั้งที่เป็นธรรม กรณีที่พรรคพลังประชารัฐอาจเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตย ให้เสร็จสิ้นก่อนวันเลือกตั้ง และขอให้ไม่เพิกเฉยต่อข้อมูลการทุจริตและปัญหาการจัดการการเลือกตั้งต่างๆ ที่ปรากฏอยู่ทั่วไปในสื่อหลักและสื่อออนไลน์ โดยให้มีความกระตือรือร้นเท่ากับที่ได้ปฏิบัติต่อพรรคการเมืองฝ่ายตรงข้าม คสช. โดยไม่ต้องมีผู้เรียน

นางสาวณัฏฐา เปิดเผยว่า ตนขอให้ กกต. ทำหน้าที่เพื่อการตั้งที่เป็นธรรม ส่งศาลรัฐธรรมนูญพิจารณา กรณีที่พรรคพลังประชารัฐอาจปฏิปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตย ให้เสร็จสิ้นก่อนวันเลือกตั้ง และขอให้ไม่เพิกเฉยต่อข้อมูลการทุจริตและปัญหาการจัดการเลือกตั้งต่างๆ ที่ปรากฏอยู่ทั่วไปในสื่อหลักและสื่อออนไลน์ โดยให้มีความกระตือรือร้นเท่ากับที่ได้ปฏิบัติต่อพรรคการเมืองฝ่ายตรงข้าม คสช. โดยไม่ต้องมีผู้ร้องเรียน

‘บก.ลายจุด’ ยื่น กกต. ขอเป็นพยานยัน ‘ประยุทธ์’ เป็น ‘เจ้าพนักงาน’

บก.ลายจุด เดินทางมายื่นหนังสือ กกต. ขอเป็นพยานยัน ‘ประยุทธ์’ เป็น ‘เจ้าพนักงาน’

วันนี้ (15 มี.ค.62) ที่ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ถ.แจ้งวัฒนะ นาย สมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ บก. ลายจุด ผู้ประกาศตั้งพรรคเกียน เดินทางมายื่นหนังสือยังสำนักงานคณะกรรมการการเลือก เพื่อยืนยันว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นเจ้าหน้าที่รัฐ สืบเนื่องจากคำพิพากษาที่สมบัติเคยได้รับเมื่อถูกฟ้องข้อหาขัดคำสั่ง คสช. บนข้อโต้แย้งของสมบัติว่า พล.อ.ประยุทธ์ไม่ได้เป็นเจ้าหน้าที่รัฐ

โดย นายสมบัติ ได้แต่งตัวคล้ายชุดข้าราชการ และสวมหมวกโจรสลัด คาดเข้มขัดลูกเสือ สวมแว่นดำ พร้อมด้วยทีมงานที่แต่งชุดนักเรียน โดยเขียนที่หน้าอกด้านขวา ว่า พ.ก. พรรคเกรียน นอกจากนี้ ยังได้นำหุ่นรูปพล.อ.ประยุทธ์ โดยสวมถุงดำคลุมไว้ ก่อนเปิดออกให้สื่อมวลชนร่วมเก็บภาพ และเข้ายื่นเรื่องร้องเรียนต่อ กกต.

ทั้งนี้ นายสมบัติ เปิดเปผยว่า การมายื่นครั้งนี้ ถือเป็นการปกป้องพล.อ.ประยุทธ์ เนื่องจากครั้งหนึ่งเคยถูก คสช. เรียกไปให้รายงานตัวเมื่อปี 2557 และในขณะนั้นก็ไม่ได้เดินทางไปรับทราบข้อกล่าวหา เนื่องจากไม่รู้ว่า คสช. คืออะไร และส่วนตัวมองว่า คสช. กับ พล.อ.ประยุทธ์ ไม่มีอำนาจ และได้สู้ประเด็นนี้กับศาลจนถึงศาลฎีกา และมีคำวินิจฉัยว่า พล.อ.ประยุทธ์ และ คสช. ถือเป็นเจ้าพนักงานของรัฐ

การที่ผมไม่ไปรายงานตัวครั้งนั้น ทำให้ศาลตัดสินจำคุก 6 เดือน รอลงอาญา 2 ปี และปรับ 3 พันบาท รวมทั้งอายัดบัญชีส่วนตัว 4 ปี ผมยืนยันว่า หากพล.อ.ประยุทธ์ และพรรคพลังประชารัฐ ต้องการให้ผมไปเป็นพยานก็พร้อมหากจะต่อสู้ในประเด็นที่ว่า พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ใช่เจ้าพนักงานของรัฐ ถ้าไม่เชื่อตน ก็เชื่อคำวินิจฉัยของศาล ที่ระบุว่า พล.อ.ประยุทธ์ เป็นเจ้าพนักงานของรัฐ หากต้องการให้เรื่องนี้ได้ข้อยุติ ส่วนตัวมองว่ามีทางออกเดียว คือ ยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ เพราะตำแหน่งของพล.อ.ประยุทธ์ ในปัจจุบัน ยังมีความสับสนอยู่

สำหรับหรับเอกสารเสนอตัวเป็นพยานของ สมบัติ ระบุว่า

15 มีนาคม 2562 เรียน คณะกรรมการการเลือกตั้ง เรื่องเสนอตัวเป็นพยานและให้ปากคํา สิ่งที่แนบมาด้วย – ไม่มี
ตามที่คุณเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ได้ทําหนังสือพร้อมคําพิพากษาในคดีที่ข้าพเจ้าถูก ฟ้องข้อหาชัดคําสั่ง คสช ไม่มารายงานตัว โดยข้าพเจ้าได้โต้แย้งว่า คสช. ไม่ใช่เจ้า พนักงาน แต่ศาลชั้นต้น ศาลอุทรณ์ ศาลฎีกา ได้วินิจฉัยว่าพลเอกประยุทธ์ จันทรโอชา ในฐานะหัวหน้า คสช เป็นเจ้าพนักงาน ซึ่งคุณเรืองไกรได้ชี้ให้เห็นถึงการขาดคุณสมบัติ ของพลเอกประยุทธ จันทรโอชา ในการถูกเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรีของพรรคพลัง ประชารัฐ

ผมเห็นว่าข้าพเจ้าน่าจะเป็นประโยชน์ต่อการวินิจฉัยในครั้งนี้ จึงได้มาแสดงตัว เพื่อเป็นพยานและให้ปากคํา เมื่อ กกต มีการตั้งคณะกรรมการวินิจฉัยก่อนเพื่อส่งเรื่อง ต่อให้ศาลรัฐธรรมนูญดําเนินการใดๆ ในเรื่องดังกล่าว
หากต้องการติดต่อข้าพเจ้า ท่านสามารถติดต่อได้ที่ Line ID = nuling หรือ Twitter @nuling

ขอแสดงความนับถือ
นายสมบัติ บุญงามอนงค์
พรรคเกียน

ส่วนสแตนดี้ ของพล.อ.ประยุทธ์ ที่นาย สมบัติ บุญงามอนงค์ นำมาด้วยนั้น ช่วงที่ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนอยู่นั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ยึดสแตนดี้ไป