เลือกตั้ง62 : ‘สุชาติ’ ร้อง กกต. เอาผิดนายกฯ-พลังประชารัฐ ปมสัญญาจะให้บัตรคนจน

สุชาติ ร้อง กกต. เอาผิดนายกฯ – พรรคพลังประชารัฐ ปมใช้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐปราศรัยหาเสียง

วันที่ 14 มีนาคม 62 ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายสุชาติ ลายน้ำเงิน ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดลพบุรี ได้เดินทางมายื่นคำร้องต่อประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง เพื่อกล่าวโทษ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่รัฐมิใช่สมาชิกพรรคพลังประชารัฐ เป็นเพียงบุคคลที่พรรคพลังประชารัฐเสนอชื่อให้เป็นนายกรัฐมนตรี ประพฤติตัวไม่เป็นกลาง ร่วมกันหรือยินยอมหรือละเว้นต่อหน้าที่หรือปฏิบัติหน้าที่ อันเป็นการจงใจฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ และกฎหมายเลือกตั้งร่วมกับ นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ

กรณีพลเอกประยุทธ์ใช้ทรัพยากรของรัฐในเรื่องบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งเป็นนโยบายของรัฐบาล แต่กลับนำเรื่องบัตรสวัสดิการแห่งรัฐให้พรรคพลังประชารัฐ โดยเลขาธิการพรรคมาใช้ในการหาเสียง ทั้งที่เรื่องบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเป็นการนำเงินงบประมาณของประเทศอันถือเป็นทรัพยากรของรัฐและไม่มีความเกี่ยวข้องกับพรรคพลังประชารัฐ อันเป็นการกระทำความผิดตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 169 (4) แต่พลเอกประยุทธ์ กลับรู้เห็น ยินยอม ปล่อยปละละเลยให้พรรคพลังประชารัฐแสวงหาประโยชน์อันมิควรได้จากนโยบายเรื่องสวัสดิการแห่งรัฐ

สืบเนื่องจากกรณีที่ นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ ได้ไปปราศรัยหาเสียงที่ สนามกีฬาเทศบาลอำเภอบ้านหมี่ จังหวัดลพบุรี โดยมีการกล่าวสัญญาว่าจะให้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

โดยคำปราศรัยดังกล่าวระบุว่า “เอาเพิ่มไหม ได้ตังค์เพิ่มเอาไหม ได้ของเพิ่มเอาไหม อ้าว ถ้าเอาเลือกพรรคพลังประชารัฐ พรรคพลังประชารัฐจะทำบัตรสวัสดิการให้เพิ่มสิทธิ และสำคัญมีคนตกหล่นก็จะเพิ่มคน และต่อไปนี้คนแก่ คนท้อง พลังประชารัฐจะเพิ่มสวัสดิการแห่งรัฐ ถ้าอย่างนี้ น่าเลือกไหม พรรคประชารัฐพี่น้อง”

นายสุชาติกล่าวว่า วันนี้ตนได้เดินทางมา กกต. เพื่อให้ทางประธาน กกต. ไต่สวนว่าการกระทำดังกล่าวเป็นความผิดตาม พรป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. มาตรา 73(1) ประกอบมาตรา 132 และมาตรา 158 วรรค 1 หรือไม่

เกิดเหตุกราดยิง ในโรงเรียนที่บราซิล มีคนเสียชีวิตแล้ว 8 ราย

คนร้ายเป็นวัยรุ่น 2 คน บุกกราดยิงในโรงเรียนที่บราซิล เป็นเหตุทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 8 ราย ขณะที่มือปืนไม่รอดใช้อาวุธชนิดเดียวกันปลิดชีพตัวเองตายตามหลังก่อเหตุ เบื้องต้นยังไม่ทราบแรงจูงใจ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ที่บราซิล ได้เกิดเหตุมีคนร้าย 2 คนบุกใช้อาวุธปืนกราดยิงคนภายในโรงเรียนของรัฐแห่งหนึ่ง ที่เมืองซูซาโน ใกล้กับนครเซาเปาโล  เป็นเหตุทำให้มีคนเสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 8 ราย และบาดเจ็บร่วม 20 คน

ก่อนที่เวลาต่อมาผู้ก่อเหตุทั้ง 2 จะใช้อาวุธชนิดเดียวกันปลิดชีพตัวเองตายตาม ทั้งนี้จากการตรวจสอบพบว่าผู้ก่อเหตุเป็นวัยรุ่นชายอายุประมาณ 17 และ 25 ปี ไม่มีประวัติว่าเขาศึกษาที่โรงเรียนแห่งนี้

โดยรายงานเผยว่า ก่อนเกิดเหตุคนร้ายได้ใช้ผ้าปิดคลุมใบหน้าบุกเข้าไปในห้องห้องๆ หนึ่งของโรงเรียน จากนั้นได้ปิดไฟลงและใช้อาวุธปืนที่เตรียมไว้กราดยิงไปในห้องจนมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บดังกล่าว ส่วนแรงจูงใจนั้นยังไม่ทราบแน่ชัดขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบสวน

ทั้งนี้หลังจากเหตุที่เกิดขึ้น ผู้ว่าการนครเซาเปาโล ได้โพสต์ข้อความผ่านทวิตเตอร์ส่วนตัวทันที เผยว่า เรื่องที่เกิดขึ้นถือเป็นเรื่องเศร้าที่สุดในชีวิต และขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวของผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตในครั้งนี้ด้วย

ขณะที่ผู้คนส่วนใหญ่ต่างออกมาวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลมีการทบทวนกฎหมายการครอบครองปืนของคนในประเทศใหม่ เพราะเห็นว่านโยบายการอนุญาตให้ประชาชนมีสิทธิ์ที่จะถืออาวุธและป้องกันตนเองจากอาชญากรของประธานาธิบดี จาเอียร์ บอลโซนาโร ผู้นำบราซิลคนใหม่นั้นมีส่วนเกี่ยวข้องให้เกิดโศกนาฏกรรมครั้งนี้

สำหรับเหตุการณ์สุดสะเทือนขวัญครั้งนี้ นับเป็นโศกนาฏกรรมสุดสลดของประเทศบราซิลอีกเหตุการณ์หนึ่ง หลังจากเมื่อปี 2554 เคยเกิดเหตุลักษณะนี้มาแล้ว เมื่อศิษย์เก่าบุกยิงเด็กนักเรียนเสียชีวิตรวม 12 ศพ ในเมืองริโอเดอจาเนโร

ขณะที่ข้อมูลล่าสุดในปี 2017 ของรัฐบาลบราซิลพบว่า ประชาชนที่ขึ้นทะเบียนครอบครองอาวุธปืนมีจำนวน 330,000 คน ขณะที่ผลการศึกษาหลายชิ้นของกระทรวงยุติธรรมพบว่า ประชาชนที่ครอบครองปืนแบบผิดกฎหมายมีจำนวนมากถึง 8 ล้านคน

พะเยาวิกฤต!! PM 2.5 เกินมาตรฐานทะลุ 116 ไมโครกรัมฯ

ค่าหมอกควัน PM 2.5 เกินมาตรฐานต่อเนื่องทะลุ 116 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร เผยหลังทางจังหวัดสั่งห้ามเผาเด็ดขาด กลับพบไฟป่าแทบทุกวัน

วันที่ 14 มี.ค.62 สภาพโดยทั่วไปในจังหวัดพะเยา ถูกปกคลุมไปด้วยหมอกควันในหลายพื้นที่ ซึ่งตรงกับการรายงานคุณภาพอากาศของกรมควบคุมมลพิษ ที่ระบุว่าวันนี้ดัชนีคุณภาพอากาศ หรือ AQI (Air Quality Index) ทะลุ 226 ไมโครกรัม

จากผลการตรวจวัดคุณภาพอากาศในพื้นที่ ต.บ้านต๋อม อ.เมือง, พะเยา พบปริมาณฝุ่นละออง ขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง 116 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ค่า pm10 อยู่ที่ 147 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งสูงเกินค่ามาตรฐาน ถือเป็นค่าที่พบสูงถึงระดับส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนแล้ว ประชาชนส่วนใหญ่ต้องสวมหน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันฝุ่นละออง

สำหรับสถานการณ์การเกิดไฟป่าในพื้นที่จังหวัดพะเยา พบว่ายังเกิดไฟป่า ไหม้กระจายไปหลายพื้นที่ อาทิ ในเขตเมืองพะเยา อำเภอภูกามยาว และอำเภอดอกคำใต้ ถึงแม้จะสามารถควบคุมเพลิง ไฟไหม้ป่าได้บ้างแล้ว แต่ก็ยังพบการเกิดไฟป่าอย่างต่อเนื่อง ซึ่งทางจังหวัดจึงทำการเฝ้าระ ตลอด 24 ชั่วโมง และบูรณาการทุกภาคส่วนเร่งเข้าแก้ไข เพื่อพยายามลดค่าดัชนีคุณภาพอากาศไม่ให้ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน

ซึ่งจากการเฝ้าสังเกตการณ์ในพื้นที่จังหวัดพะเยา พบว่าตั้งแต่มีการประกาศห้ามเผาโดยเด็ดขาดในพื้นที่จังหวัดพะเยา ตั้งแต่วันที่ 15 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา แต่พบว่าได้เกิดไฟป่าขึ้นอย่างต่อเนื่องแทบทุกวัน จนทำให้ดัชนีค่าฝุ่นละอองในอากาศเพิ่มสูงขึ้นตามลำดับ