นายกฯ เปิดสถานีรถไฟชุมทางจิระ- ขอนแก่น

นายกฯ ลงพื้นที่ขอนแก่น ติดตามโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้สนคมนาคม เปิดสถานีรถไฟชุมทางจิระ- ขอนแก่น

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พร้อมคณะ ลงพื้นที่ตรวจราชการที่จังหวัดขอนแก่น ติดตามการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งที่รัฐบาลได้ดำเนินการพัฒนาเครือข่ายคมนาคม เพื่อลดต้นทุนการบริหารระบบขนส่ง เพิ่มประสิทธิภาพการเชื่อมโยงพื้นที่เศรษฐกิจต่างๆ

และยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน ภายใต้แนวคิดระบบคมนาคมหนึ่งเดียวเพื่อประชาชนทุกคน โดยเป็นการเชื่อมโยงคมนาคมแบบไร้รอยต่อ ทั้งรถไฟทางคู่สายชุมทางจิระ-ขอนแก่น และพัฒนาท่าอากาศยานขอนแก่น

ทั้งนี้ เมื่อนายกรัฐมนตรี เดินทางถึงจังหวัดขอนแก่น ได้เข้าสักการะศาลเทพารักษ์หลักเมืองประจำจังหวัด โดยมีประชาชนใส่เสื้อสีเหลืองมารอต้อนรับ ซึ่งสีเสื้อเป็นการบ่งบอกถึงดอกคูน เป็นดอกไม้ประจำจังหวัด

และเมื่อนายกรัฐมนตรีสักการะศาลหลักเมืองเสร็จสิ้น ก็ได้มาทักทายประชาชนและข้าราชการที่มารอต้อนรับ ซึ่งมีประชาชน กล่าวว่า นายกรัฐมนตรี หล่อกว่าตัวจริง ด้านนายกรัฐมนตรี ตอบกลับด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ว่า คืออะไรหล่อกว่าตัวจริง ที่ยื่นอยู่ก็ตัวจริงเช่นกัน

หลังจากนั้น นายกรัฐมนตรี เดินทางถึงสถานีรถไฟขอนแก่นเพื่อเป็นประธานในพิธีเปิด สายชุมทางถนนจิระ-ขอนแก่น ซึ่งมีประชาชนมาร่วมงานกว่า 6, 000 คน ภายหลัง​รับทราบรายงานจาก นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม

ซึ่งนายกรัฐมนตรี ได้กล่าวทักทายประชาชน ว่า เพราะคิดถึงจึงมาหา บอกให้รู้หน้าตาสดใส ขอนแก่น-โคราชไม่ไกล เพราะคือบ้านฉันเอง ซึ่งได้รับเสียงปรบมือจากผู้ที่มาร่วมงานจำนวนมาก

พร้อมกันนี้ นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวว่า ทุกวันนี้ส่วนตัวไม่เคยหยุดทำงาน การมาพื้นที่แห่งนี้ส่วนตัวรู้สึกดีในที่มีคนมาต้อนรับจำนวนมาก ซึ่งการเปิดเส้นทางรถไฟ เปรียบได้กับคำว่า หยุดตรงนี้ที่เธอ ซึ่งก็คือ เส้นทาง ขอนแก่น-โคราช นั่นเอง และอีกไม่นานจะพยายามให้รถไฟความเร็วสูงสำเร็จให้ได้ หากเสร็จเรียบร้อยเวลาจะนัดอะไรใครอย่าสายเด็ดขาด เพราะอาจผิดนัดได้

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ทำมาทั้งหมดก็เพื่อทุกคน เป็นการเชื่อมทุกพื้นที่ลดความเหลื่อมล้ำ สร้างงาน สร้างอาชีพ ซึ่งโครงการนี้เริ่มมาตั้งแต่ 2558 ปัจจุบันนี้ทำได้ขนาดนี้ หากจะมีใครล้มเลิกและเริ่มใหม่ก็ถือว่าน่าเสียดาย แต่ยืนยันว่าการพูดแบบนี้ไม่ได้เป็นศัตรูกับใคร แต่เป็นการก็พูดตามความจริง

ทั้งนี้ การทำงานส่วนตัวคิดเสมอว่า ประชาชนคือศูนย์กลางการบริหารราชการแผ่นดิน จะให้อะไรต้องบอกได้ว่า เงินมาจากไหน เพราะรายได้ก็มาจากภาษีของทุกคน ซึ่งการพัฒนาคุณภาพคนจะลดความเหลื่อมล้ำได้ ส่วนตัวก็รู้สึกขอบคุณคนอีสานทุกคน เพราะคนอีสานคือกลุ่มคนที่สร้างบ้านเมืองให้เจริญ

จะสังเกตได้ว่าคนอีสานทำงานอยู่ทุกภาค เพราะมีความอดทน เข้มแข็ง เพราะหากไม่เข้มแข็งคงไม่อดทนมาถึงตอนนี้ พร้อมถามกลับประชาชนว่า อยากจะอยู่ด้วยกันหรือไม่ ซึ่งได้รับการตอบกลับมาอยากอยู่ด้วย

นอกจากนี้ โครงการอื่นๆ ที่ดำเนินการในขณะนี้ มีรัฐบาลไหนบ้างที่ทำได้มากขนาดนี้ ส่วนตัวก็ได้รับคำถามมาด้วยว่า เหตุใดไม่ทำสนามบินทุกจังหวัด ซึ่งนายกรัฐมนตรี ก็ได้ชี้แจงว่า ในความเป็นจริงการทำสนามบินทุกจังหวัดคงเป็นไปไม่ได้ เพราะเรื่องของการบินและพื้นที่มีตัวแปรหลายอย่างกำหนดอยู่ ทำให้รัฐบาลริเริ่มโครงการต่างๆ ในเรื่อ​งของคมนาคมขนส่งให้ดีขึ้น แม้บางพื้นที่ไม่มีสนามบิน แต่ก็มีระบบขนส่งทั้งระบบรางและทางหลวงที่เชื่อมถึงกันหมด

สิ่งเหล่านี้เองคือการสร้างยุทธศาสตร์ของรัฐบาล การเข้ามาในการเมืองต้องรู้กฎหมาย และการบริหารแผ่นดิน การทำอะไรแต่ละโครงการต้องชี้แจงสภา ซึ่งการเลือกคนก็อยากให้เลือกคนที่ไม่ทุจริต และขอความรักความสามัคคีคืนมา ขอให้ทุกคนช่วยกัน ถ้ามัวแต่ทะเลาะกันประเทศก็แย่ และนักท่องเที่ยวก็ไม่มาจะทำให้เสียหายกันหมด

‘บิ๊กป้อม’ ลั่น ส.ว. ตั้งมา ‘ก็ต้องคุมได้สิ’ !!

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เผย ส.ว. ตั้งมา ‘ก็ต้องคุมได้สิ’ !!

วันนี้ (13 มี.ค.62) พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม กล่าวถึงความคืบหน้าการสรรหา ส.ว. ว่า ไม่ต้องห่วงหลักเกณฑ์การพิจารณา ส.ว. เพราะทำตามหลักเกณฑ์ เมื่อถามว่าจะทำอย่างไรให้รายชื่อมีความชอบธรรม ไม่ให้มีคดีและพฤติกรรมต่างๆ พล.อ.ประวิตร ระบุว่า “ไม่ต้องห่วง” พร้อมปฏิเสธที่จะเปิดเผยรายชื่อ คณะกรรมการสรรหา ส.ว.

เมื่อถามว่าในอนาคตจะคุม ส.ว. ได้หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า “เราตั้ง เราก็ต้องคุมให้ได้สิ”

สำหรับกระแสข่าวรายชื่อ ส.ว. ที่ส่งให้ คสช. พิจารณา มีบุคคลที่ใกล้ชิดตนและ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. หลายราย ว่า “คิดไปเองทั้งนั้นแหละ คุณก็ถามไปเรื่อย ผมยังไม่รู้จักใครเลย”

ACT ส่งหนังสือจี้ทวงถามนายกฯ ใช้ ‘ข้อตกลงคุณธรรม’ ประมูลดิวตี้ฟรีครั้งใหม่

องค์กรต่อต้านคอร์รัปชันฯ ทำหนังสือจี้ทวงถามนายกฯ ใช้ ‘ข้อตกลงคุณธรรม’กับการประมูลดิวตี้ฟรีครั้งใหม่ ในทุกขั้นตอนรวมทั้งการร่างทีโออาร์ เพื่อให้เกิดความโปร่งใส ป้องกันการผูกขาด ชี้มูลค่าโครงการมหาศาลถูกจับตาจากสังคมมาก

ดร.มานะ นิมิตรมงคล เลขาธิการองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) (Anti-corruption​) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 12 มีนาคมที่ผ่านมา ทางองค์กรฯได้ทำหนังสือถึงพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและประธานคณะกรรมการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (คตช.) เพื่อทวงถามความคืบหน้าในการนำ “ข้อตกลงคุณธรรม” มาใช้ในการประมูลโครงการร้านค้าปลอดภาษีอากร (Duty Free Shop) ครั้งใหม่ ซึ่งเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2561 ทางองค์กรฯเคยทำหนังสือเสนอนายกฯแล้ว แต่จนถึงขณะนี้ผ่านมากว่า 4 เดือน ยังไม่มีความคืบหน้าและคำตอบใดๆ

โดยในหนังสือดังกล่าว ระบุข้อความว่า

“การประมูลหาผู้ร่วมลงทุนกับรัฐในโครงการร้านค้าปลอดภาษีและอากร (Duty Free Shop) ครั้งใหม่ ที่ครอบคลุมพื้นที่ให้บริการในหลายสนามบินหลักของประเทศ ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะสามารถสร้างชื่อเสียงให้ประเทศ ช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยว และสร้างรายได้มหาศาลเข้ารัฐในแต่ละปี โครงการนี้จึงอยู่ในความสนใจของประชาชนเป็นอย่างมาก

องค์กรต่อต้านคอร์รัปชันฯ เห็นว่า เพื่อให้เกิดการพัฒนาที่สามารถแข่งขันกับนานาชาติ และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศ การประมูลครั้งนี้จำเป็นต้องมีการแข่งขันที่เปิดกว้าง ป้องกันการผูกขาด เกิดความโปร่งใสตามนโยบายที่รัฐบาลของท่านได้ให้ความสำคัญมาโดยตลอด ดังนั้นจึงควรนำ “ข้อตกลงคุณธรรม” มาใช้ในทุกขั้นตอนของการประมูลเริ่มตั้งแต่การร่างขอบเขตของงาน (TOR)

องค์กรต่อต้านคอร์รัปชันฯ จึงกราบเรียนมายังท่านนายกรัฐมนตรี เพื่อขอทราบความคืบหน้าในการพิจารณานำ “ข้อตกลงคุณธรรม” มาใช้ในโครงการประมูลหาผู้ร่วมลงทุนกับรัฐครั้งใหม่นี้ ด้วยเป็นห่วงว่า เมื่อมีรัฐบาลใหม่ภายหลังการเลือกตั้งแล้วเรื่องนี้จะถูกลืมหายไป ทำให้ต้องมาเริ่มทำความเข้าใจกันใหม่ จนอาจเกิดความเสียหายไม่ทันการ”

ดร.มานะ กล่าวด้วยว่า ข้อตกลงคุณธรรม คือ หนึ่งในเครื่องมือที่ พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้างฯ พ.ศ. 2560 นำมาใช้บริหารงานการมีส่วนร่วมภาคประชาชน เพื่อป้องกันการทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้างขนาดใหญ่ของภาครัฐ ซึ่งจัดทำเป็นข้อตกลงร่วมกัน 3 ฝ่าย ทั้งหน่วยงานภาครัฐ ผู้ประกอบการภาคเอกชน และผู้สังเกตการณ์อิสระตัวแทนภาคประชาชน โดยหน่วยงานภาครัฐ และผู้ประกอบการฯ ต้องตกลงกันว่าจะไม่กระทำการทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้าง และเปิดเผยข้อมูลให้แก่ผู้สังเกตการณ์อิสระ รวมทั้งยินยอมให้ผู้สังเกตการณ์อิสระที่มีความเป็นกลาง ไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน มีความรู้และประสบการณ์ เข้าร่วมสังเกตการณ์การทำงานจัดซื้อจัดจ้างทุกขั้นตอนตั้งแต่การจัดทำร่างขอบเขตงาน ไปจนส่งมอบงานสิ้นสุดโครงการ

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 12 มี.ค. ที่ผ่านมา นายนิตินัย ศิริสมรรถการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. เปิดเผยว่า ได้ออกประกาศเชิญชวนให้เอกชนที่สนใจเข้าร่วมประมูลกิจการจำหน่ายสินค้าปลอดอากร (Duty Free) ในสนามบิน 4 แห่ง ได้แก่ สนามบินสุวรรณภูมิ, สนามบิน หาดใหญ่, สนามบินภูเก็ต และสนามบินเชียงใหม่ โดยเป็นรูปแบบการประมูลสัญญาแบบรายเดียว จะเปิดขายเอกสารการประมูล (TOR) ตั้งแต่วันที่ 19 มีนาคม ถึงวันที่ 1 เมษายน 2562 และจะเปิดชี้แจงรายละเอียดกับเอกชน ในวันที่ 2 เมษายน