“บิ๊กโจ๊ก” แถลงจับพ่อชาวจอร์แดน จับลูกน้อยมัดรถเข็นทิ้งลงทะเลทั้งเป็น

พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบช.สตม. แถลงจับพ่อชาวจอร์แดน จับลูกน้อยมัดรถเข็นทิ้งลงทะเลทั้งเป็น

กรณีเมื่อช่วงค่ำวันที่ 11 มี.ค.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ได้รับแจ้งพบศพเด็กชาวต่างชาติ อายุประมาณ 2 ขวบ เสียชีวิตลอยอืดอยู่ในทะเล บริเวณท่าเทียบเรือแหลมบาลีฮาย พัทยาใต้ ในสภาพขาข้างซ้ายถูกมัดผูกติดกับรถเข็นเด็ก และคาดว่าน่าจะเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 1-2 วันตามที่รายงานไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าของเรื่องนี้เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 12 มี.ค.62 ที่สถานีตำรวจท่องเที่ยวเมืองพัทยา พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบช.สตม. พล.ต.ท.จิตติ รอดบางยาง ผบช.ภ.2 พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล ผบก.ภ.จว.ชลบุรี พร้อมกำลังตำรวจ สภ.เมืองพัทยา ตำรวจท่องเที่ยว และตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ร่วมกันแถลงข่าวจับกุม Mr.Wael Nabil Salman Zureikat อายุ 52 ปี สัญชาติจอร์แดน ตามหมายจับศาลจังหวัดพัทยาที่ จ.104/2562 ลงวันที่ 12 มี.ค.2562 ในข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา

จากการสอบสวนทราบว่า เมื่อวันที่ 6 มี.ค.ที่ผ่านมา Mr.Wael Nabil Salman Zureikat อายุ 52 ปี สัญชาติจอร์แดน ผู้ต้องหา ได้พา Mrs.Adyan Mohammad Mahmoud Badawi อายุ 24 ปี ภรรยา และลูกชายชื่อ Omar Wael Nabil Zureikat อายุ 1 ปี 9 เดือน เดินทางมาท่องเที่ยวที่เมืองพัทยา ต่อวันที่ 7 มี.ค. Mr.Wael ได้ทะเลาะกับภรรยาเรื่องค่าใช้จ่ายในการเดินทางมาเที่ยวจนถึงขั้นลงไม้ลงมือตบตีกัน กระทั่งช่วงค่ำวันที่ 8 มี.ค. Mr.Wael จึงตัดสินใจนำลูกของตัวเองไปโยนทิ้งทะเล บริเวณท่าเทียบเรือแหลมบาลีฮาย พัทยาใต้ โดยที่ภรรยาไม่ทราบเรื่อง จนมีคนมาพบศพในสภาพขึ้นอืดเมื่อช่วงค่ำวันที่ 11 มี.ค.

จากการสอบสวน Mr.Wael ตอนแรกได้ให้การปฏิเสธว่าไม่รู้ว่าลูกหายไปไหน กระทั่งตำรวจสอบเค้นจึงยอมรับสารภาพว่าเป็นคนนำลูกของตัวเองไปทิ้งทะเล สาเหตุที่ทำไปเพราะทะเลาะกับภรรยา และตัวเองก็ไม่ได้อยากมีลูก และไม่ได้อยากมาเที่ยวเมืองไทย ส่วนทางด้านภรรยาหลังทราบข่าวว่าลูกตัวเองเสียชีวิต จึงเกิดอาการช็อคอย่างรุนแรงเพราะยังรับไม่ได้ เบื้องต้นยังอยู่ในการดูแลของแพทย์ รพ.ชลบุรี ภายหลังการสอบสวนเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองพัทยา ดำเนินคดีในข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาต่อไป

กทม.เร่งปรับภูมิทัศน์ รอบเขตพระนคร เตรียมความพร้อมพระราชพิธีบรมราชาภิเษก

เร่งปรับภูมิทัศน์ พื้นที่รอบพระนคร เตรียมความพร้อมเส้นทางเสด็จเลียบพระนครการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก

วันนี้ ( 12 มี.ค. 62 ) ช่างผู้รับเหมาจากหน่วยของกรุงเทพมหานคร กำลังเร่งปรับภูมิทัศน์บริเวณถนนราชดำเนิน เพื่อเตรียมความพร้อมเส้นทางเสด็จเลียบพระนครการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก โดยได้ปรับปรุงซ่อมแซมผิวจราจร ทางเท้า พร้อมทาสีตีเส้นเครื่องหมายจราจรในพื้นที่จัดงานพระราชพิธีฯ ทาสีอาคารในถนนที่มีความเก่าแก่และเป็นสัญลักษณ์สำคัญ ได้แก่ ถนนตะนาว ถนนสิบสามห้าง ถนนพระสุเมรุ ถนนบำรุงเมือง ถนนเฟื่องนคร และถนนเจริญกรุง มีการซ่อมแซ่มอนุเสาวรีย์ประชาธิปไตย ทาสีสะพานผ่านฟ้าลีลาศ โบราณสถานต่างๆ และเส้นทางตลอดพื้นที่ที่เกี่ยวข้องในการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก สมเด็จพระเจ้าอยู่หัววชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ระหว่างวันที่ 4-6 พ.ค.นี้ ซึ่งทุกอย่างขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการ คาดแล้วเสร็จทั้งหมดภายในเดือนมีนาคมนี้ ให้เรียบร้อยสวยงาม

สำหรับการนำสายสื่อสารลงใต้ดินเพื่อปรับปรุงภูมิทัศน์ เส้นทางเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนครฯ ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกนั้น มีระยะทาง 3.48 กิโลเมตร ประกอบด้วย ถนนอัษฎางค์ ถนนบำรุงเมือง ถนนเฟื่องนคร ถนนเจริญกรุง และถนนราชินี แล้วเสร็จไม่เกิน 14 มี.ค. 2562 ส่วนอีกเส้นทางนำสายสื่อสารลงใต้ดิน มีระยะทาง 1.53 กิโลเมตร ประกอบด้วย ถนนตะนาว ถนนพระสุเมรุ และบริเวณรอบวัดบวรนิเวศราชวรวิหาร และเส้นทางจัดระเบียบสายสื่อสาร ระยะทาง 170 เมตรบริเวณถนน สิบสามห้าง แล้วเสร็จไม่เกิน 20 มี.ค. 2562

อย่างไรก็ตามสำนักงาน กสทช. ได้ให้ความร่วมมือในการสนับสนุนและประสานงานผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคม ให้นำสายสื่อสารทั้งหมดลงใต้ดิน ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย จะแล้วเสร็จในวันที่ 10 มี.ค. 2562 และจะสามารถดำเนินการรื้อถอนสายสื่อสารบนเสาไฟฟ้าออกได้ ภายในวันที่ 20 มี.ค. 2562 เพื่อให้การไฟฟ้านครหลวงสามารถดำเนินการรื้อถอดเสาได้ทุกถนน

‘สุดารัตน์’ ห่วงผลสอบ หลัง กกต. ชี้การระดมทุนโต๊ะจีน พปชร. ไม่ผิด

‘สุดารัตน์’ ห่วงผลสอบ กกต. ชี้การระดมทุนโต๊ะจีน พปชร ไม่ผิด เรียกร้องให้แจงกับสังคม โดยย้ำประชาชนฝากความหวัง กกต. ให้จัดเลือกตั้งด้วยความเป็นกลาง ไม่ควรตัดสินฝืนความรู้สึกประชาชน

คุณหญิง สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย ระบุถึงผลสอบเบื้องต้นของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่ชี้ว่าการระดมเงินบริจาคโต๊ะจีนของพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ไม่มีความผิด ว่า ผลตรวจสอบของ กกต. ทำให้พรรคเพื่อไทยเป็นห่วงว่าการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นจะบริสุทธิ์เที่ยงธรรมได้หรือไม่ เพราะเป็นความหวังของคนทั้งประเทศ เพราะประชาชนฝากความหวังในการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นอย่างมาก ประชาชนได้ฝากความหวังกับ กกต.อย่างเต็มที่ ทั้งการทำหน้าที่จะต้องเป็นกลาง

ทั้งนี้เห็นว่ามีหลายประเด็นใสข้อร้องเรียนที่เอาผิดกับพรรคพลังประชารัฐ แต่หาก กกต.ยังตัดสินฝืนความจริงและความรู้สึกประชาชนจะกระทบความเชื่อมั่นกกต. จึงอยากให้ กกต.ออกมาชี้แจงผลสอบดังกล่าว การตัดสินของ กกต.ทุกอย่างจะเป็นบรรทัดฐาน และการเอ็กซเรย์จากสังคม ความเที่ยงธรรมเป็นสิ่งสำคัญที่สุด เชื่อว่าคนไทยอีกหลายคนมีคำถามต่อเรื่องดังกล่าวอีกเยอะ ดังนั้น กกต. ต้องชี้แจง

ถามว่าการทำหน้าที่ของ กกต.เที่ยงธรรมในการจัดการเลือกตั้งหรือไม่ คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่า วันนี้ไม่ขอกล่าวหาใครแต่สิ่งที่เกิดขึ้น รวมทั้งการตัดสินต่างๆ ต้องดำรงในความเที่ยงธรรมและอธิบายต่อสังคมได้ เห็นว่าการจัดเลือกตั้งสำคัญที่สุด คือต้องกำจัดการใช้อำนาจ การซื้อสิทธิขายเสียงและการโกงเลือกตั้ง แต่วันนี้หลายพื้นที่ ก็ไปร้องว่ามีการซื้อเสียงและใช้อำนาจรัฐ อยากให้ กกต.เอาจริงเอาจังก่อนวันเลือกตั้ง

และในวันที่ 24 มี.ค. ต้องสร้างความมั่นใจและมาตรการว่าจะไม่มีการโกงเลือกตั้ง เหมือนการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรได้ยินเสียงสะท้อนจากประชาชนตั้งคำถาม การเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรประชาชนได้สะท้อนเรื่องคูหาเลือกตั้งที่อยู่ในสภาพกล่องกระดาษจะมีความบริสุทธิ์หรือไม่ ซึ่งทำให้ประชาชนหวั่นไหว เป็นหน้าที่ กกต.ที่ต้องทำให้การเลือกตั้งบริสุทธิ์ โดยทุกการตัดสินของ กกต.จะเป็นบรรทัดฐานที่ถูกบันทึกไว้