เรียนผ่านยูทูป! สาวทำขนมเค้กชิฟฟ่อนหม้อแกงเผือกขาย ผลตอบรับดีเกินคาด

เจ้าของธุรกิจสาววัย 47 ปี เรียนทำขนมผ่านทางยูทูป นำมาปรับเป็นสูตรตนเอง จนได้ขนมเค้กชิฟฟ่อนหม้อแกงเผือก ลงขายทางสื่อโซเซียล ผลตอบรับดีเกินคาด

วันที่ 11 มีนาคม 2562 ที่ชาลีเฮาส์บริการห้องพักในตัวเมืองตรัง ตั้งอยู่เลขที่ 59 ม.3 ต.โคกหล่อ อ.เมือง จ.ตรัง น.ส.กนกพิชญ์ หน้างาม หรือแก้ว อายุ 47 ปี เจ้าของไอเดียขนมเค้กชิฟฟ่อนหม้อแกงเผือก กล่าวว่า ตนเอง ทำธุรกิจส่วนตัวบริการห้องพัก และได้มีแนวคิดทำขนมเค้กชิฟฟ่อนหม้อแกงเผือก

โดยมาจากที่ตนเองชอบทำขนม แต่ก็ไม่คิดว่าจะทำขนมเค้กแบบฝรั่งได้ และได้เรียนรู้วิธีการทำขนมผ่านทางยูทูป ก็ลองทำดูและเมื่อลองทำแล้วก็ออกมาดี จึงลองทำและปรับเป็นสูตรของเราเอง และได้เสียงตอบรับกลับมาดี ซึ่งกว่าจะได้สูตรออกมาแบบนี้ก็ลองผิดลองถูกมาหลายครั้งเช่นกันกว่าจะได้สูตรที่ลงตัว

และได้ตั้งชื่อว่า Eat Ta แปลตามตัวว่า กินตะ (ภาษาใต้) เค้กชิฟฟ่อนหม้อแกงเผือก สำหรับขั้นตอนในการทำก็เหมือนกับการทำขนมเค้กทั่วไป แต่ตนเองได้คิดสูตรเอง โดยจะใช้เวลาในการทำแต่ละครั้งประมาณ 20-30 นาที หรือขึ้นอยู่กับออเดอร์จากลูกค้า

เค้กชิฟฟ่อนหม้อแกงเผือก สามารถเก็บไว้ได้ในอุณหภูมิปกติไม่ร้อนมาก อยู่ได้ 2-3 วัน เพราะมีส่วนผสมของกะทิ และเราไม่ใส่สารกันบูด แต่หากเก็บไว้ในตู้เย็นสามารถเก็บได้ 7-10 วัน แต่ก่อนจะทานก็นำออกมาพักนิดหนึ่ง เพื่อให้เค้กเซทตัว ที่ยังมีความนิ่มอยู่เพราะเป็นชิฟฟ่อน รสชาติจะไม่เหมือนขนมหม้อแกงทั่วไป จะมีรสชาติไม่หวานมาก คือหวานแบบพอดี เหมาะสำหรับคนไม่ชอบหวานมาก

โดยจะมีขายผ่านเพจ Facebook ของตัวเองและของร้าน ซึ่งแต่ละเดือนยอดขายไม่แน่นอนจะขึ้นอยู่กับหากช่วงไหนมีงานขาวดำ งานตรุษจีน งานขึ้นบ้านใหม่ ฯลฯก็จะมียอดสั่งเข้ามา รายได้จึงไม่แน่นอน และขึ้นอยู่กับช่วงเวลาว่างด้วย

หากมีลูกค้าสนใจสั่งมาได้ที่เบอร์โทรศัพท์ 091 7596129 หรือที่ แฟนเพจ Eat Ta ซึ่งปกติแล้วจะทำส่งวันอังคารกับวันพฤหัสบดี จะส่งให้ลูกค้าฟรีในเฉพาะตัวเมืองตรัง แต่ต้องสั่ง 3 ชิ้นขึ้นไป หรือ 1 กล่อง ราคากล่องละ 160 บาท มี 4 ชิ้น หากเป็น 1 ชิ้น ก็ตกชิ้นละ 40 บาท ส่งฟรีก็จะเป็น 3 ชิ้น ราคา 120 บาท

หากยอดสั่งไม่มากควรสั่งล่วงหน้าแค่ 1 วัน แต่หากเป็นงานพิธีต่างๆ จำนวนมาก สั่งล่วงหน้า 3 วัน เพื่อจะไม่ต้องกระทบกับออเดอร์ตัวอื่น เพราะทำเองคนเดียว นอกจากนี้ยังมีเมนูอื่นๆ เช่น ขนมเค้กชิฟฟ่อนส้ม หรือของคาวเช่น น้ำพริกอ๋องไก่ ขนมจีนน้ำเงี้ยว อีกด้วย

สธ.ห่วงข้าราชการที่ได้รับเงินเกินสิทธิ เตรียมเจรจาขอผ่อนชำระหนี้ระยะยาว 5-10 ปี

กระทรวงสาธารณสุข ห่วงข้าราชการที่ได้รับเงินเกินสิทธิ เตรียมเจรจากับกระทรวงการคลัง ขอผ่อนชำระหนี้ระยะยาว 5-10 ปี ไม่มีดอกเบี้ย เพื่อลดผลกระทบให้ข้าราชการกลุ่มนี้

นายแพทย์ไพศาล ดั่นคุ้ม รองปลัดกระทรวงสาธารณสุขและโฆษกกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และปลัดกระทรวงสาธารณสุข มีความห่วงใยข้าราชการที่ได้รับผลกระทบจากการได้รับเงินเกินสิทธิ มอบผู้ตรวจราชการทั้ง 12 เขตสุขภาพ และนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด ตรวจสอบข้อเท็จจริงในการคิดเงินเดือน

ทั้งนี้ เพื่อลดผลกระทบให้ข้าราชการกลุ่มนี้ เนื่องจากหลักเกณฑ์การคืนเงินของกระทรวงการคลัง ถ้าไม่เกิน 50,000 บาท ต้องชำระภายใน 1 ปี และหักเงินเดือนไม่ต่ำกว่าร้อยละ 20 ต่อเดือน ซึ่งค่อนข้างมาก ได้เตรียมเจราจากับกระทรวงการคลัง ขอผ่อนชำระหนี้ระยะยาวขึ้น โดยเงินไม่เกิน 50,000บาท ขอผ่อนชำระภายในเวลา 5 ปี และหากจำนวนเงินมากกว่า 50,000 บาทขอยืดเวลาไปถึง 10ปี หักเท่ากันทุกเดือนไม่มีดอกเบี้ย ซึ่งจะช่วยให้การผ่อนต่อเดือนจำนวนน้อยลง

สาธารณสุขจังหวัดชี้แจง กรณีพ่อแม่แจ้งความเอาผิดแพทย์ หลังลูกตายขณะทำคลอด

ตั้งคณะกรรมการหาข้อเท็จจริงแล้ว! กรณีพ่อแม่แจ้งเอาผิดแพทย์พยาบาล อ้างทำลูกตายขณะคลอด สาธารณสุขจังหวัดปทุมธานี ยืนยันจะให้ความเป็นธรรม 2 ฝ่าย

เมื่อเวลา 15.00น.วันที่ 10 มีนาคม 2562 นพ.สุรินทร์ สืบซึ้ง นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดปทุมธานี ได้เดินทางมาที่ โรงพยาบาล (ร.พ.)ประชาธิปัตย์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี เพื่อลงพื้นที่ตรวจสอบรายละเอียดกับเหตุการณ์ที่ นายบัวขาว ปราณีดุจศรี อายุ 47 ปี และนางจันจิรา ปราณีดุจศรี อายุ 25 ปี สองสามีภรรยา ที่เดินทางมาคลอดบุตรที่ ร.พ.ประชาธิปัตย์ แล้วบุตรเกิดเสียชีวิตเนื่องจากขณะคลอด

นพ.สุรินทร์ สืบซึ้ง สาธารณสุขจังหวัดปทุมธานี เปิดเผยว่า ตนเองได้รับมอบหมายจากผู้ใหญ่ในกระทรวงสาธารณสุข โดยท่านปลัดกระทรวงสาธารณสุขและผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุขได้มอบหมายให้เข้ามาดูเพื่อตรวจสอบหาว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นอย่างไร โดยตนเองจะเป็นกลางให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่ายทั้งฝ่าย เจ้าหน้าที่ผู้รักษาพยาบาลและฝ่ายคนไข้หรือผู้เสียหายซึ่งตอนนี้ได้รับข้อมูลมา 2 ด้าน คือจากการข่าวของสื่อมวลชน และได้รับรายงานจากทาง ผอ.ร.พ.ประชาธิปัตย์ ที่รายงานเป็นลายลักษณ์อักษร

โดยนำเอาข้อมูลทั้งสองฝ่ายมาประกอบกัน มีบางเรื่องที่ข้อมูลไม่สอดคล้องกัน ซึ่งตนเองจะตั้งคณะกรรมการหาข้อเท็จจริงว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเช่นไร โดยจากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า มีการทำงานเป็นระบบโดยที่เจ้าหน้าที่ผู้ทำคลอดมีการประสานงานร่วมกับ ร.พ.ปทุมธานี ซึ่งเป็น ร.พ.ประจำจังหวัดที่มีประสิทธิภาพสูง ซึ่งเป็นแม่ข่าย เมื่อมีผู้ป่วยเข้ารับการรักษาตัวที่ ร.พ.ชุมชนหรือ ร.พ.ประชาธิปัตย์ จะมีระบบไลน์ในการปรึกษาหารือกัน

ซึ่งเคสนี้ก็พบว่า มีการปรึกษาหารือกันเป็นระยะๆ ตั้งแต่ต้นทางไลน์ กระบวนการดูแลของคนไข้รอคลอดคือการดูแลการก้าวหน้าของการคลอด โดยเคสนี้มีการก้าวหน้าของการคลอด หากไม่มีการก้าวหน้า เช่นการคลอดมีการติดขัด หรือมดลูกเปิดน้อยกว่าปกติ ซึ่งหากมีลักษณะแบบนี้ จะต้องส่งตัวผู้ที่เข้ารับการคลอดไปที่ ร.พ.แม่ข่ายคือ ร.พ.ปทุมธานี เพื่อทำการผ่าคลอด แต่บังเอิญจากข้อมูลการดำเนินการคลอด เป็นไปตามแนวทางที่กำหนดไว้ ซึ่งจะสามารถคลอดที่ ร.พ.ประชาธิปัตย์ได้

แต่พอคลอดออกมาแล้ว หัวเด็กนั้นมีหัวไหล่ติดอยู่ที่ช่องคลอด จุดดังกล่าวนี้ทำไม ไม่มีการทราบล่วงหน้า ซึ่งตนเองมีการสอบถามข้อมูลทางผู้เชียวชาญพบว่า ภาวะการคลอดที่ติดหัวไหล่นั้น เป็นภาวะที่จะคาดการล่วงหน้าได้ยาก เป็นสิ่งที่สามารถเกิดขึ้นได้ แต่เมื่อติดแล้วต้องรีบแก้ไข โดยต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้านสูตินารีเวช หรือหมอทำคลอดเท่านั้นซึ่ง ร.พ.ประชาธิปัตย์นั้นไม่มีแพทย์เชี่ยวชาญทางด้านนี้ ซึ่งเป็นเช่นนี้หลายๆ ร.พ.ของประเทศไทย พอติดขัดแล้วนั้นได้ทำการส่งตัวไปที่ ร.พ.ปทุมธานี ซึ่งเป็นแม่ข่าย

โดยมีการประสานงานกันโดยมีการวิดีโอคอลกัน การจากตรวจสอบพบว่า ใช้เวลาการส่งตัวไม่นาน ซึ่งเรื่องที่เกิดขึ้นจะต้องหาแนวทางการแก้ไขว่า จะต้องทำอย่างไรไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีก โดยข้อมูลเบื้องต้น ตนเองได้แจ้งเรื่องไปผู้ตรวจราชการสาธารณสุขเขต4ไปแล้ว

ส่วนกรณีที่ผู้เข้ารับการรักษานั้นพบว่า ออกซิเจนหมดนั้นตนเองได้ตรวจสอบกับพยาบาลแล้วพบว่า คาดว่าน่าจะเป็นช่วงเวลาในการเปลี่ยนถังออกซิเจน แต่ก็จะต้องมีคณะกรรมการการตรวจสอบข้อเท็จจริงลงมาตรวจสอบ และในกรณีที่ผู้เข้ารับการรักษาแจ้งว่าในวันเกิดเหตุนั้นเจ้าหน้าที่ต้องไปตามแพทย์มาทำการช่วยเหลือนั้น จากการตรวจสอบยืนยันได้ว่า ในวันเกิดเหตุแพทย์นั้นอยู่ภายในอาคาร ร.พ. ไม่ได้อยู่ด้านนอกหรือห้องพักแต่อย่างใด โดยดูแลผู้ป่วยตั้งแต่แรกรับ

กรณีสินน้ำใจ ที่ทางแพทย์และพยาบาลมอบให้ผู้เข้ารับการรักษาจำนวน 10,000 บาทนั้น ตนเองจะต้องตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงว่า ทำไมจะต้องทำแบบนั้น จริงๆ แล้วในระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า มีการเยียวยาความเสียหายทางการแพทย์อยู่แล้ว คือมาตรา41 ซึ่งในวันพุธที่จะถึงนี้ตนเองจะนำเรื่องที่เกิดขึ้นเข้าที่ประชุมของคณะกรรมการในการเยียวยา

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ทำไมการอัลตราซาวด์ก่อนการทำคลอดมีการคำนวนน้ำหนักตัวเด็กที่ผิดพลาด ซึ่งหลังคลอดนั้นน้ำหนักตัวมีถึง 3800 กรัม แต่ทางร.พ.มีการแจ้งว่าน้ำหนักตัวมี 2800 กรัม ซึ่งต่างกันถึง 1000 กรัมหรือ 1 กิโลกรัมเป็นสาเหตุที่ทำให้เด็กไม่สามารถคลอดออกมาได้นั้น นพ.สุรินทร์ สืบซึ้ง สาธารณสุขจังหวัดปทุมธานี กล่าวว่า การอัลตราซาวด์ความชำนาญของแพทย์จะต้องตรวจสอบว่า ทำไมถึงประมาณการณ์ถึงแตกต่างจากความเป็นจริงแต่คิดว่าไม่ใช่ประเด็น