ผู้สมัคร ส.ส. เพื่อไทย ร้อง กกต. สอบโกงเลือกตั้ง โวยผู้สมัครพลังประชารัฐแจกเงิน

อดีตผู้สมัคร ส.ส. พรรคเพื่อไทยจังหวัดสมุทรปราการรวม 7 เขต เดินทางเข้ายื่นเรื่องร้องเรียนต่อ กกต.หลังพบทุจริตการเลือกตั้งหลายกรณี

วันที่ 29 มีนาคม 2562 เวลา 13.00 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง นายประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัยอดีต ส.ส. พรรคเพื่อไทย พร้อมด้วย อดีตผู้สมัคร ส.ส. จังหวัดสมุทรปราการรวม 7 ราย เดินทางเข้ายื่นเรื่องร้องเรียนต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง กรณีพบการทุจริตการเลือกตั้งในจังหวัดสมุทรปราการหลายกรณี

นายประเสริฐ กล่าวว่า ที่มาในวันนี้ต้องการเรียกร้องสิทธิ์เสรีภาพของพี่น้องประชาชนชาวสมุทรปราการ เนื่องจากการเลือกตั้งครั้งนี้มีการทุจริตกันเป็นระบบ ซึ่งเปรียบได้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อ 20 ปีก่อน ที่จังหวัดสมุทรปราการถูกขนานนามว่าเป็นโคตรโกงโลกปากน้ำ จะกลับฟังจากกรณีที่ กกต. เป็นผู้รับผิดชอบการจัดการเลือกตั้งโดยตรงและใช้งบประมาณกว่า 5,800 ล้านบาท จึงมีหน้าที่จัดการเลือกตั้งให้เป็นไปอย่างบริสุทธิ์เที่ยงธรรม

ในกรณีนี้มีการตรวจสอบพบว่า มีการใช้เจ้าหน้าที่รัฐและนักการเมืองท้องถิ่นพร้อมเครือข่าย โดยไม่มีเจ้าหน้าที่ของรัฐ ทหาร ตำรวจ เข้าไปตรวจสอบ นอกจากนี้ยังมีการซื้อสิทธิ์ขายเสียงกันทุกหย่อมหญ้า  รวมถึงมีการขับไล่ไม่ให้ผู้สังเกตการณ์เข้าไปในหน่วย ซึ่งขณะที่มีผู้ใช้สิทธิ์เข้าไปเลือกตั้งเป็นจำนวนน้อยทำให้เป็นการเปิดโอกาสให้มีการทุจริตกันทั้งระบบ

พร้อมกันนี้นางสลิลทิพย์ สุขวัฒน์ อดีตผู้สมัคร ส.ส. เขต 5 จ.สมุทรปราการ เปิดเผยว่ากรณีที่มีการแชร์เกี่ยวกับการได้รับเงินซื้อเสียงในพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งมีประชาชนทราบเรื่องนี้กันอย่างแพร่หลาย แต่ผู้ที่ไม่รู้คือ กกต. แถมยังมีกรณีที่นางสรินทิพย์ได้โทรแจ้งความกรณีพบการทุจริตเลือกตั้ง แต่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจระบุว่าตนเป็นเพียงตำรวจชั้นผู้น้อย ได้รับคำสั่งมาว่าให้รับกรณีการซื้อเสียง-ทุจริตจากพรรคเพื่อไทยเท่านั้น ไม่ให้ตรวจสอบพรรคพลังประชารัฐ  

ถ้ามีผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในจังหวัดสมุทรปราการ พรรคพลังประชารัฐสามารถกวาดเก้าอี้ ส.ส. ยกจังหวัดรวมทั้งหมด 7 เขต นำมาในอันดับที่ 1 ตามมาด้วยพรรคเพื่อไทย และพรรคอนาคตใหม่

กกต. แจงการรายงานผลการนับคะแนนเลือกตั้ง ส.ส. อย่างไม่เป็นทางการ

กกต. แจงการรายงานผลการนับคะแนนเลือกตั้ง ส.ส. อย่างไม่เป็นทางการ ยืนยันฐานข้อมูลถูกต้อง ครบถ้วน

จากกรณีที่สื่อมวลชนได้นำเสนอข่าวกรณีระบบการรายงานผลคะแนนเลือกตั้ง ส.ส. อย่างไม่เป็นทางการ (Rapid Report ) ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2562 มีความคลาดเคลื่อนนั้น สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งได้ประสานสำนักพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (สพร.) เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงในประเด็นกรณีดังกล่าว โดยสำนักพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (สพร.) ได้แจ้งสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งทราบ ดังนี้

สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ร่วมกับ สำนักพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (สพร.) ได้พัฒนาระบบการรายงานผลคะแนนเลือกตั้ง ส.ส. (อย่างไม่เป็นทางการ) ในการเลือกตั้ง ส.ส. เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2562 ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อให้กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) ใช้เป็นเครื่องมือในการรายงานข้อมูลผลการนับคะแนนจากหน่วยเลือกตั้งทันที หลังจากการนับคะแนนของแต่ละหน่วยเลือกตั้งเสร็จสิ้น เพื่อให้ทราบผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการในเวลาอันรวดเร็ว

ทั้งนี้ สพร. เป็นหน่วยงานที่มีประสบการณ์ทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ทั้งในส่วนของการพัฒนาระบบบริการ รวมถึงการดูแลระบบโครงสร้างพื้นฐาน และความมั่นคงปลอดภัยทางด้านสารสนเทศให้แก่หน่วยงานภาครัฐมากว่า 20 ปี โดยได้ออกแบบระบบการรายงานผลฯ ตามมาตรฐานด้านการพัฒนาซอฟต์แวร์ ซึ่งในภาพรวมการทำงานของระบบสามารถใช้งานได้ตามปกติตามวัตถุประสงค์ของการพัฒนาระบบ

สำหรับในช่วงแรกของการรายงานผลการนับคะแนน ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่มีข้อมูลเข้ามาพร้อมกันเป็นจำนวนมาก และการแสดงผลข้อมูลมีความคลาดเคลื่อนนั้น ทางผู้พัฒนาระบบได้ดำเนินการตรวจสอบและแก้ไขความคลาดเคลื่อนดังกล่าวให้ถูกต้องในทันที โดยไม่ได้ส่งผลกระทบต่อข้อมูลในฐานข้อมูลกลาง และการประมวลผลข้อมูลอื่นๆ แต่อย่างใด ดังนั้นจึงขอยืนยันว่าข้อมูลที่เชื่อมต่อให้กับตัวแทนของสื่อมวลชนเป็นข้อมูลที่มาจากฐานข้อมูลกลางที่ถูกต้อง ครบถ้วนตามการรายงานของ กปน.

อย่างไรก็ดี ในกรณีที่มีข่าวว่า ระบบการรายงานผลฯ ล่มเนื่องจากถูกแฮกนั้น ขอชี้แจงว่าระบบต่างๆ ที่ได้รับความสนใจอาจจะถูกโจมตีจากผู้ไม่หวังดีได้ตลอดเวลา ซึ่งแน่นอนว่าในการเลือกตั้งครั้งนี้ระบบการรายงานผลฯ ก็ถูกโจมตีด้วยเช่นกัน แต่ไม่สามารถแฮกเข้าระบบได้ เนื่องจากผู้พัฒนาระบบได้มีการเตรียมการเพื่อรองรับเหตุการณ์ในลักษณะนี้ไว้อยู่แล้ว ส่งผลให้ในวันที่ 24 มีนาคม 2562 ระบบการรายงานผลฯ จึงสามารถทำงานได้ตามปกติโดยระบบไม่มีการล่มแต่อย่างใด

อย่างไรก็ตามกรณีที่สื่อมีการนำเสนอข้อมูลแล้วไม่มีการเคลื่อนไหวของข้อมูลจนทำให้เข้าใจว่าระบบรายงานฯ ล่มนั้น เนื่องจากในบางช่วงเวลามีการเรียกใช้ข้อมูลในอัตราความถี่สูง ส่งผลกระทบให้ระบบทำงานหนัก จึงต้องแก้ไขปัญหาโดยการปล่อยข้อมูลเป็นระยะๆ ซึ่งได้มีการตกลงเงื่อนไขกับผู้แทนสื่อมวลชนแล้ว

ส่วนการรายงานผล ณ ช่วงเวลาที่คะแนนเข้ามา 93% แล้ว ข้อมูลมีการเคลื่อนไหวช้ามาก เนื่องจากมีการส่งข้อมูลเข้ามาไม่มากพอที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของเปอร์เซ็นต์ข้อมูลแต่ระบบยังคงทำงานได้เป็นปกติ และการรายงานผลการนับคะแนนของกปน. ยังคงดำเนินการได้อย่างต่อเนื่อง สำหรับการแสดงผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการต้องแสดงผลไม่เกิน 95% ของจำนวนหน่วยเลือกตั้งทั้งหมดตามที่กฎหมายกำหนด

‘บิ๊กป้อม’ ลงพื้นที่ลำปาง ลั่นเดินหน้าสางหนี้นอกระบบต่อ ชี้ต้องเร่งปลดกับดักความยาก

‘บิ๊กป้อม’ ลงพื้นที่ลำปาง ลั่นเดินหน้าสางหนี้นอกระบบต่อ ยันต้องเร่งปลดกับดักความยาก คืนความชอบธรรมให้ทุกคนเข้มแข็งไปด้วยกัน

วันนี้(29 มี.ค. 62) พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษก กห. เปิดเผยว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รอง นรม.และ รมว.กห.พร้อมคณะ ได้เดินทางไปมหาวิทยาลัยราชภัฎลำปาง จว.ลำปาง เพื่อร่วมกับส่วนราชการต่างๆ มอบทรัพย์สินส่งคืนให้ประชาชน จากการบังคับใช้กฎหมายขับเคลื่อนแก้ปัญหาหนี้นอกระบบพร้อมกัน ในพื้นที่ภาคเหนือเป็นครั้งที่ 10 จำนวน 1,182 ราย เป็นโฉนดที่ดิน 1,161 ฉบับ เนื้อที่รวม กว่า 2,085 ไร่ รวมทั้งทรัพย์สินอื่นๆ มูลค่าทั้งสิ้นกว่า 569 ล้านบาท ท่ามกลางรอยยิ้มและแววตาแห่งความสุขกันทั่วกัน

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ กล่าวขอบคุณทุกส่วนราชการ ที่พยายามขับเคลื่อนแก้ปัญหา ทั้งการเจรจาไกล่เกลี่ย และการบังคับใช้กฎหมาย โดยเฉพาะการทำงานหนักของศูนย์ปฏิบัติการป้องกันปราบปรามการฉ้อโกงทรัพย์สินของประชาชนของตำรวจ ซึ่งสามารถไกล่เกลี่ย ส่งคืนทรัพย์สินให้กับประชาชนพร้อมกันทั่วประเทศแล้ว จำนวน 10 ครั้ง กว่า 21,602 ราย มูลค่าทรัพย์สินรวม 23,436 ล้านบาท เป็นโฉนดที่ดิน 18,151 ฉบับ พื้นที่เกือบ 51,198 ไร่

รอง นรม.และ รมว.กห. กล่าวย้ำว่า หนี้นอกระบบที่มีและสั่งสมในสังคม เป็นเสมือนกับดักความยากจนของหลายครัวเรือนที่ถูกละเลยมานาน สะท้อนความเหลื่อมล้ำทางสังคมที่ยังมีอยู่ในหลายด้าน ในกลุ่มชาวบ้านผู้มีรายได้น้อยและขาดโอกาส ที่ถูกเอารัดเอาเปรียบจากเจ้าหนี้นอกระบบที่มีอิทธิพลในท้องถิ่นมานาน พร้อมย้ำว่า รัฐบาลจะเดินหน้าปลดหนี้นอกระบบคืนความชอบธรรมให้ทุกคนอย่างทั่วถึงต่อไป โดยจะอยู่เคียงข้างต่อสู้กับความไม่ถูกต้องและเสริมความเข้มแข็งของสังคมไปด้วยกัน ขอให้ทุกคนตั้งมั่นอยู่บนพื้นฐานของความพอเพียง พร้อมกันนี้ ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย ต้องถือเป็นหน้าที่โดยมุ่งเน้นความยั่งยืน เร่งลงพื้นที่คลี่คลายความเดือดร้อนของประชาชนอีกจำนวนมาก ที่ยังรอการช่วยเหลือให้ได้มากที่สุดต่อไป

ภาพจาก โฆษกกระทรวงกลาโหม