‘จ๊อบไทย’ แนะ 5 สายงาน สำหรับคนชอบเล่นโซเชียลมีเดีย

นางสาวแสงเดือน ตั้งธรรมสถิตย์ ผู้ร่วมก่อตั้งและหัวหน้าผู้บริหารด้านปฏิบัติการของจ๊อบไทย (JobThai) ผู้ให้บริการหางาน สมัครงาน ออนไลน์ เปิดเผยถึง 5 สายงานที่ใช้ทักษะและความรู้เกี่ยวกับโซเชียลมีเดีย ซึ่งปัจจุบันเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่สร้างโอกาสให้กับธุรกิจ เพราะสามารถเข้าถึงบุคคลทั่วไปหรือกลุ่มลูกค้าได้โดยตรง บริษัทต่างๆ จึงหันมาใช้โซเชียลมีเดียในการสื่อสาร สร้างความสัมพันธ์ที่ดี ตลอดจนนำเสนอสินค้าและบริการมากขึ้น ทำให้บุคลากรในบางสาขาอาชีพต้องมีทักษะความรู้ ตลอดจนสามารถนำโซเชียลมีเดีย มาปรับใช้กับการทำงานได้

1.งานการตลาด ทุกวันนี้คนทำงานในสายการตลาดไม่ว่าจะเป็นนักโฆษณา ครีเอทีฟ นักพัฒนาธุรกิจ หรือ นักสื่อสารการตลาด ต้องปรับตัวและสามารถนำโซเชียลมีเดียมาใช้ในการทำการตลาดอย่างมีประสิทธิภาพได้ ไม่ว่าจะเป็นการคิด วิเคราะห์ และเก็บรวบรวมข้อมูล เพราะโซเชียลมีเดียมีเครื่องมือที่สามารถแสดงประสิทธิภาพของโพสต์ต่างๆ ซึ่งจะทำให้เรารู้ว่าเนื้อหาประเภทไหน โพสต์ในช่วงเวลาใด มีผลตอบรับที่ดีหรือไม่ดีอย่างไร จากนั้นก็นำข้อมูลมาคิด วิเคราะห์ เพื่อวางแผนกลยุทธ์ในการทำการตลาด หรือสร้างเนื้อหา และแคมเปญต่างๆ ให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยใช้ทั้งข้อมูลที่เป็นตัวเลข และการสังเกตพฤติกรรมของลูกค้าที่อยู่บนโซเชียลมีเดียของแบรนด์

2. งานคอมพิวเตอร์ / ไอที / โปรแกรมเมอร์ ยุคนี้เครื่องมือของโซเชียลมีเดียต่างๆ มีการปรับเปลี่ยนอยู่ตลอดเวลา ฝั่งแบรนด์เองก็ควรมีการอัปเดตเพื่อให้สอดคล้องกับสินค้าและบริการตลอดจนความต้องการของลูกค้าได้มากขึ้น ดังนั้นจึงต้องอาศัยความสามารถด้านเทคนิคจากผู้ที่ทำงานในสายคอมพิวเตอร์ / ไอที / โปรแกรมเมอร์ ในการประยุกต์เอาเครื่องมือเหล่านั้นมาใช้ โดยคนทำงานสายนี้จะต้องอัปเดตเทรนด์และศึกษาเกี่ยวกับระบบหรือการทำงานใหม่ๆ ของโซเชียลมีเดียอยู่เสมอ เพื่อนำมาปรับใช้และพัฒนาให้เว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันสามารถทำงานร่วมกับโซเชียลมีเดียต่างๆ ได้อย่างดีที่สุด มีความเข้าใจในอัลกอริทึ่มหรือเครื่องมือใหม่ๆ ของโซเชียลมีเดีย เพื่อนำมาต่อยอดในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการ

3. งานบริการลูกค้า เมื่อลูกค้าต้องการสอบถามข้อมูลต่างๆ เกี่ยวกับสินค้าหรือบริการ ทั้งก่อนตัดสินใจซื้อและหลังซื้อสินค้าไปแล้ว คนกลุ่มแรกๆ ที่ต้องพูดคุยกับลูกค้าก็คืองานบริการลูกค้า ซึ่งต้องคอยดูแล ให้คำแนะนำ รวมถึงประสานงานหาทางแก้ไข เพื่อให้ลูกค้าเกิดความรู้สึกประทับใจตั้งแต่ก่อนซื้อ ระหว่างซื้อ จนไปถึงขั้นตอนบริการหลังการขาย แต่นอกจากการสอบถามทางคอลเซ็นเตอร์แล้ว โซเชียลมีเดียของแบรนด์ก็เป็นอีกช่องทางที่เป็นที่นิยม เพราะฉะนั้นนอกจากจะเป็นคนที่มีความรู้เกี่ยวกับสินค้าเป็นอย่างดี และมีใจรักการบริการแล้ว คนทำงานสายนี้ควรมีความสามารถในการใช้โซเชียลมีเดียได้เป็นอย่างดีเพื่อให้บริการลูกค้าได้หลากหลายขึ้น

4. งานเขียน ทุกวันนี้งานของคนที่รักการเขียนไม่ได้จำกัดอยู่แค่บนสื่อสิ่งพิมพ์เท่านั้น แต่ยังอยู่บนพื้นที่ออนไลน์อย่างเว็บไซต์ บล็อก หรือโซเชียลมีเดียด้วย ซึ่งล้วนเป็นพื้นที่ที่จะสื่อสารกับคนทั่วไปได้ง่ายและมีจำนวนมากขึ้น ทักษะของคนที่จะทำงานเขียนจึงไม่ใช่แค่ใช้ภาษาที่ถูกต้องเท่านั้น แต่การสื่อสารผ่านโซเชียลมีเดีย ต้องใช้ภาษาที่ดึงดูดให้คนสนใจ และกระตุ้นให้ผู้อ่านมีส่วนร่วมกับโพสต์นั้นๆ ในขณะเดียวกันก็ต้องสื่อสารได้ชัดเจน ตรงประเด็น ที่สำคัญก็คือภาษาที่ใช้ต้องเป็นไปตามลักษณะของแบรนด์ที่นำเสนอ หรือตามคาแรคเตอร์ของแบรนด์ ตลอดจนต้องออกแบบให้เหมาะสมกับโซเชียลมีเดียแต่ละแพลตฟอร์มที่มีรูปแบบการนำเสนอที่แตกต่างกันไปด้วย

5. Multimedia Designer คนทำงานในสายนี้นอกจากจะมีทักษะในการออกแบบได้สวยงาม น่าสนใจ และสื่อความหมายได้ตามที่ต้องการแล้ว ยังต้องมีความรู้เกี่ยวกับรูปแบบการนำเสนอมัลติมีเดียให้เหมาะสมกับโซเชียลมีเดียแต่ละแพลตฟอร์ม ไม่ว่าจะเป็น ความยาวของวิดีโอ ขนาดของภาพ ประเภทไฟล์ที่รองรับ เป็นต้น

คลิปนาที หนุ่มฉุนโดดถีบ-ทุบรถคู่กรณี ไม่พอใจที่ถูกกล่าวหาขับตัดหน้า

หนุ่มฉุนขับรถปาดหน้าก่อนปรี่เข้ามาทำลายรถคู่กรณี หลังไม่พอใจที่ถูกเบียดก่อน พร้อมอ้างไม่มีไฟเลี้ยว

วันที่ 8 มี.ค. 62 โลกออนไลน์ได้มีการแชร์คลิปจากเฟซบุ๊กเพจ “เฮีย” ซึ่งได้โพสต์เผยให้เห็นภาพเหตุการณ์หนุ่มรายหนึ่งลงจากรถคันหน้าที่จอดหน้ารถผู้ถ่ายคลิป ก่อนจะมีปากเสียง ระบุว่า ตนไม่มีไฟเลี้ยว พร้อมทั้งถีบรถของคู่กรณี ก่อนจะต่อยและพยายามทุบกระจก ซึ่งคาดว่าน่าจะมีการขับรถแซงปาดหน้ากัน เป็นเหตุให้มีการทะเลาะวิวาทในครั้งนี้

โดยคลิปได้เผยให้เห็นว่า ชายก่อเหตุได้เดินเข้ามาสอบถามด้วยท่าทางโมโห ก่อนคนถ่ายคลิปจะบอกว่า เขาตัดหน้ารถ ทำให้ชายคนดังกล่าวตะโกนออกมาว่ารถไม่มีไฟเลี้ยว คนถ่ายคลิปก้พยายามบอกว่าก็ควรจอดรถไม่ใช่มาขับปาดหน้าแบบนี้ จนทำให้ชายคนดังกล่าวไม่พอใจ และไล่ทุบรถรถคนที่ถ่ายคลิป จากนั้นไม่นานได้มีหญิงคนหนึ่งเข้ามาไกล่เกลี่ย ขอโทษ เพื่อไม่ให้เรื่องบานปลาย

ทั้งนี้หลังจากที่คลิปดังกล่าวได้ถูกเผยแพร่ออกไปในโลกออนไลน์  ชาวเน็ตต่างเข้ามาแสดงความคิดเห็นวิพากษ์วิจารณ์หนุ่มในคลิปนี้เป็นจำนวนมาก ส่วนใหญมองว่าไม่ควรพยายามทำความเสียหายกับรถผู้อื่นเช่นนี้เพราะถือเป็นการทำลายทรัพย์สินสามารถเอาผิดได้

ทั้งนี้ กฎจราจรตาม พ.ร.บ.จราจร พ.ศ. 2552 ไม่ได้ระบุไว้ว่า หากรถไม่มีไฟเลี้ยวนั้นจะต้องโทษอย่างไร มีแต่ระบุไว้ว่า หากรถมีไฟเลี้ยว ต้องมีการให้สัญญาณก่อนที่จะเลี้ยวเป็นระยะทางไม่น้อยกว่า 30 เมตร และให้ผู้ขับขี่ซึ่งขับรถคันอื่น เห็นได้ในระยะไม่น้อยกว่า 60 เมตร

แต่หากรถคันดังกล่าวไม่มีสัญญาณไฟเลี้ยวสามารถใช้มือในการทำสัญญาณเพื่อจะเลี้ยวได้ โดยเลี้ยวขวาให้ผู้ขับขี่ยื่นแขนขวาตรงออกไปเสมอไหล่

ส่วนเลี้ยวซ้ายให้ผู้ขับขี่ยื่นแขนขวาตรงออกไปนอกรถเสมอไหล่และงอมือชูขึ้นโบกไปทางซ้าย หลายครั้ง ซึ่งการทำลักษณะนี้ควรให้สัญญาณก่อนที่จะเลี้ยวเป็นระยะทางไม่น้อยกว่า 30 เมตร และให้ผู้ขับขี่ซึ่งขับรถคันอื่น เห็นได้ในระยะไม่น้อยกว่า 60 เมตรเช่นกัน

แต่ถ้าหากขับรถแล้วไม่เปิดไฟหน้า หรือใช้แสงสว่างในเวลาที่มีแสงสว่างไม่เพียงพอที่จะมองเห็นคน รถ หรือสิ่งกีดขวาง ในทางได้โดยชัดแจ้งภายในระยะ 150 เมตร มีอัตราโทษ  ปรับ 200 บาท ไม่เกิน 1,000 บาท

ส่วนกรณีถีบรถนั้น อาจมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 358 “ผู้ใดทำให้เสียหาย ทำลาย ทำให้เสื่อมค่าหรือทำให้ไร้ประโยชน์ ซึ่งทรัพย์ของผู้อื่นหรือผู้อื่นเป็นเจ้าของรวมอยู่ด้วย ผู้นั้นกระทำความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน6,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ”

เลือกตั้ง62 : พรรคพื่อไทย! เปิดเวทีถกนโยบาย เศรษฐกิจคนรุ่นใหม่

พรรคพื่อไทย! เปิดเวทีถกนโยบาย เศรษฐกิจคนรุ่นใหม่ ผลักดัน ผู้ประกอบการที่มีไอเดีย เติมทุน เพิ่มโอกาส

วันนี้ ( 8 มี.ค. 62 ) ที่ AIA Sathorn Tower ชั้น 9 (ปาก ซ.สาทร11 ) ถ.สาทรใต้ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย และ น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ แกนนำพรรค แถลงนโยบายการศึกษาและเศรษฐกิจของคนรุ่นใหม่ พร้อมเกิดวงสนทนากับนิสิตนักศึกษาและผู้ประกอบการรุ่นใหม่ ที่ย่านสาทร



โดยคุณหญิงสุดารัตน์กล่าวว่า เมื่อก่อนพรรคไทยรักไทยริเริ่ม SME และ TCDC เข้ามาในประเทศไทย แต่ปัจจุบันนี้เศรษฐกิจโลกไม่ดี เศรษฐกิจที่พึ่งพาการส่งออกจึงไปได้ไม่ดี วันนี้พรรคเพื่อไทยจึงมองว่าคนรุ่นใหม่มีพลังที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจ คนรุ่นใหม่ขายของเกษตรกรผลิตให้ และเทคโนโลยีที่เข้ามาจะช่วยสร้างอาชีพให้คนรุ่นใหม่ได้ แต่รัฐต้องสนับสนุนให้ความช่วยเหลือ พรรคมีนโยบายเปิด ‘ศูนย์สร้างผู้ประกอบการรุ่นใหม่’ เพราะที่ผ่านมา แม้คนรุ่นใหม่จะมีไอเดีย มีเทคโนโลยี แต่ไปไม่ได้ เพราะติดข้อกฎหมายและการให้โอกาส แต่ศูนย์นี้จะทำหน้าที่ 4 ด้านคือ

1.ให้องค์ความรู้และพัฒนาผลิตภัณฑ์จากมหาวิทยาลัยดังทั่วโลกที่มีความเชี่ยวชาญทางด้านนั้นๆ โดยค่าใช้จ่ายรัฐบาลจะออกเงินให้ก่อน

2.ช่วยเหลือเรื่องทุนด้วยดอกเบี้ยต่ำ หรือจับคู่คนรุ่นใหม่กับนายทุนที่ต้องการร่วมธุรกิจ

3.ประสานงานของอนุญาตใบประกอบการ

4.มีแพลทฟอร์มเพื่อหาตลาด และค่าใช้จ่ายทั้งหมดในช่วงต้นจะต้องผ่อนจ่ายหลังก่อตั้งธุรกิจมาแล้ว 2-3 ปี โดยช่วง 2-3 ปีแรกจะพักหนี้ให้

อีกทั้งนโยบายนี้คือสิทธิพิเศษนอก EEC เพราะที่ผ่านมาธุรกิจขนาดใหญ่ใน EEC สร้างกู้เงินทุนและทำธุรกิจได้ แต่คนตัวเล็กทำไม่ได้ ทั้งนี้กลุ่ม Creative Agritech หรือธุรกิจเกี่ยวกับการเกษตรจะได้รับการช่วยเหลือมากกว่ากลุ่มอื่น นโยบายที่ 2 คือ ‘กองทุนคนเปลี่ยนงาน’ แจกคูปองให้กับคนที่อยากเปลี่ยนงานหรือไม่มีงาน เข้าเรียนหรืออบรมหลักสูตรตามมหาวิทยาลัยหรือแหล่งความรู้ต่างๆ เพื่อให้คนตกงานมีความรู้เพียงพอที่จะเปลี่ยนงาน, นโยบายที่ 3 คือ ‘บัตรทอง Start Up’ สนับสนุนด้านภาษี อำนวยความสะดวกพิธีการศุลกากร และสิทธิพิเศษกับ EEC, นโยบายที่ 4 คือ ‘E-commerce’ ยกเว้นภาษี 2 ปีให้คนรุ่นใหม่ตั้งตัวได้ และค่อยเพิ่มการเก็บภาษีขึ้นเป็นขั้นบันได้หลังมีรายได้ เพื่อให้ E-commerce ไทยแข็งแรง

อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการที่เข้ามาฟังแสดงความคิดเห็นว่าตนทำธุรกิจสตาร์ท-อัพ จดทะเบียนในประเทศจีนและอีกหลายประเทศใช้เวลา 3 เดือน แต่จดทะเบียนในประเทศไทยใช้เวลา 5 ปียังไม่ผ่าน ซึ่งคุณหญิงสุดารัตน์แสดงความเห็นว่านโยบายต่างๆ ที่พรรคเสนอจัดตั้งศูนย์จะบริหารโดยเอกชนไม่ใช่ภาครัฐเพราะมีความล่าช้าและไม่มีประสบการณ์ โดยจะปรับเข้ามาเป็นนโยบายของพรรคต่อไป ขณะเดียวกันหลายคนแสดงความคิดเห็นถึงครูและการสอนที่ไม่เปิดโอกาสให้เด็กคิด และยัดเยียดข้อมูลให้เดฌ็กมากจนเกินไป นอกจากนี้ระบบการสอบเข้ามาหวิทยาลัยเป็นระบบที่ไม่นิ่ง และไม่สร้างความสุขในการเรียนรู้ให้เด็ก ซึ่งพรรคมองว่าควรปรับเปลี่ยนหลักสูตรการศึกษาในเด็กเป็นศูนย์กลางของการเรียน (Student Center) ไม่ใช่ Product Center