ที่ทำการ ‘ไทยรักษาชาติ’ เงียบเหงา ไร้วี่แววแกนนำ ยังไม่ปลดป้าย-โลโก้ออก

ที่ทำการพรรคไทยรักษาชาติเงียบเหงา ยังไร้วี่แววแกนนำ ไม่มีการปลดป้าย-โลโก้พรรคออก หลังศาลตัดสินยุบพรรค

วันนี้(9 มี.ค.) บรรยากาศที่พรรคไทยรักษาชาติ ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยยุบพรรคไทยรักษาชาติเมื่อวันที่ 7 มีนาคมที่ผ่านมา เป็นไปด้วยความเงียบเหงา โดยอาคารที่ทำการพรรค เปิดให้เจ้าหน้าที่พรรคบางส่วนเข้ามาทำงานตามปกติ

แกนนำคนสำคัญมีเพียงนายคณาพจน์ โจมฤทธิ์ รองเลขาธิการพรรค ที่เดินทางมาเพื่อเก็บงานที่ทำไว้ที่พรรค ส่วนสมาชิกพรรคมีเพียง พล.ต.ต.สุรสิทธิ์ สังขพงศ์ ผู้สมัคร ส.ส. บัญชีรายชื่อของพรรคเดินทางมาที่ทำการพรรค พร้อมระบุว่า ไม่ทราบว่าวันนี้แกนนำพรรคจะประชุมหารือกันภายในหรือไม่

สำหรับโดยรอบขณะนี้ยังไม่มีการถอดป้ายชื่อพรรคที่เป็นโปสเตอร์ที่ใช้เป็นพื้นหลังในห้องแถลงข่าวและห้องพักของสื่อมวลชน ส่วนป้ายชื่อพรรค ที่อยู่บริเวณด้านนอกอาคาร ก็คงอยู่เช่นเดิม ยังไม่มีการถอดออกแต่อย่างใด ขณะที่บริเวณด้านนอก ก็ยังคงมีรถหาเสียงที่ติดป้ายชื่อพรรค จอดอยู่บริเวณลานจอดรถ

ขสมก. เตรียมยกเลิกสัญญาเช่าเครื่องอ่านบัตร E-Ticket เหตุไม่เสถียร ตรวจรับงานไม่ได้

ขสมก. ยกเลิกใช้งานเครื่องอ่านบัตร E-Ticket ให้พนักงานใช้เครื่อง EDC พกพาใช้แทน พร้อมเตรียมยกเลิกสัญญาเช่า ช ทวี เพราะไม่สามารถตรวจรับงานได้ เนื่องจากอุปกรณ์ไม่เสถียร 

วันนี้ (8 มีนาคม 2562) เฟซบุ๊กแฟนเพจ Bangkokbusclub.com ชุมชนคนรักรถเมล์ ได้โพสต์ข้อความว่า ขสมก.จะยกเลิกการใช้งานเครื่องอ่านบัตร E-Ticket ที่ติดอยู่ในรถ โดยให้พนักงานปิดเครื่อง และงดเบิกบัตรคูปอง (บัตรรถ) และให้ พกส.พกเครื่อง EDC พกพา (ของธนาคารกรุงไทย) มาใช้ตัดเงินในบัตรแทน

สาเหตุเนื่องจาก ขสมก.ได้เตรียมยกเลิกสัญญาเช่าระบบอุปกรณ์ E-Ticket กับ ช ทวี เพราะไม่สามารถตรวจรับงานได้ เนื่องจากอุปกรณ์ไม่เสถียร และมีปัญหาเรื่อง Cashbox ที่ไม่สามารถแยกสัญญาได้ตามระเบียบราชการ

สำหรับ ผู้ที่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่ลงทะเบียนในพื้นที่ กทม. และปริมณฑล 6 จังหวัด ได้แก่ นนทบุรี ปทุมธานี อยุธยา นครปฐม สมุทรสาคร สมุทรปราการ ซึ่งจะมี logo แมงมุม อยู่ด้านหลังบัตรยังคงใช้สิทธิ์ชำระค่าโดยสารรถเมล์ ขสมก. ทั้งรถธรรมดา และรถปรับอากาศได้ตามปกติ ซึ่งมีขั้นตอนดังต่อไปนี้

1. ยื่นบัตรให้ พกส.

2. บอกป้ายที่จะลง (กรณีรถทางด่วน หรือรถปรับอากาศ ซึ่งมีการเก็บค่าโดยสารตามระยะทาง)

3. พกส.นำบัตรแตะที่เครื่องอ่านบัตรแบบพกพา (เครื่อง EDC) เพื่อตัดเงินภายในบัตร

4. พกส.คืนบัตรให้ผู้โดยสาร

หมายเหตุ – บัตรมีวงเงินสำหรับขึ้นรถเมล์-รถไฟฟ้า (ซึ่งตอนนี้ใช้ได้เฉพาะ MRT) จำนวน 500 บาท/เดือน

เปิดข้อกฎหมายเอาผิดแท็กซี่ คิดเงินเกินราคา ปรับแค่ 500 บ. น้อยไปไหม?

จากกรณีที่โลกออนไลน์ได้มีการแชร์เรื่องราวของเด็กหนุ่มสองคนที่เดินทางมาจาก จ.สงขลา เพื่อสอบที่กรุงเทพฯ เป็นครั้งแรก โดยนั่งรถแท็กซี่จาก หมอชิต-รังสิต แต่กลับโดนคนขับเรียกเก็บเงินค่าโดยสารต่อหัวถึงคนละ 900 บาท ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวไม่ใช่ครั้งแรกที่เคยเกิดขึ้น ก่อนหน้านี้ก็มีกรณีนักท่องเที่ยวชาวเกาหลี โดนเรียกเก็บ 950 บาท จากสยาม-เซียร์รังสิต เรียกว่ากลายเป็นปัญหาระดับชาติไปแล้ว

ทั้งนี้ เฟซบุ๊กแฟนเพจ ทนายคู่ใจ ได้เคยโพสต์ข้อกฎหมายเอาไว้ว่า เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก ซึ่งมีโทษปรับสูงถึง 500 บาท เพราะกฎหมายห้ามแท็กซี่เรียกเก็บค่าโดยสารเกินอัตราที่ปรากฏในมิเตอร์ ( ม.96 , ม.148 )

อย่างไรก็ตาม หลายคนมองว่า ปัญหาเหล่านี้ไม่มีวันหมดไปจากประเทศไทย อาจเพราะด้วยข้อกฎหมายที่มีบทลงโทษเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ทำให้แท็กซี่ไม่กลัวหรือไม่ จึงเห็นว่าควรเพิ่มบทลงโทษให้หนักขึ้น

อ่านข่าว >> เด็กต่างจังหวัดเดินทางมาสอบ เจอค่าแท็กซี่จากหมอชิต – รังสิต 1,800 บาท