อย. เตือน! อย่าซื้อเครื่องสำอางที่แจ้งยกเลิกผลิต ลักลอบขาย แอบอ้างเลข อย.

อย. เตือนอย่าซื้อผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางยี่ห้อ “สตาร์บูม เบรสท์ เฟิร์มมิ่ง ครีม” หลังตรวจพบสถานประกอบการขาดต่ออายุใบอนุญาต และได้แจ้งยกเลิกไปนานแล้ว

วันที่ 8 มี.ค. 62 นายแพทย์พูลลาภ ฉันทวิจิตรวงศ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้รับเรื่องร้องเรียนจากผู้บริโภคให้ตรวจสอบผลิตภัณฑ์สตาร์บูม เบรสท์ เฟิร์มมิ่ง ครีม ผลการตรวจสอบผลิตภัณฑ์ดังกล่าวพบเลขที่ใบรับจดแจ้ง 10-1-6010056273 สถานประกอบการ เลขที่ 1255/22ก ถนนเอกชัย ตำบลมหาชัย อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งสถานะใบรับจดแจ้ง คือ ยกเลิกและสถานประกอบการปิดกิจการไปนานแล้ว ตั้งแต่เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2561

ดังนั้น ผลิตภัณฑ์ดังกล่าว ที่ระบุวันที่ผลิตหลังจากยกเลิกใบอนุญาตจะเข้าข่ายเป็นผลิตภัณฑ์ปลอม ผู้ที่ขายจะมีโทษทั้งจำและปรับ ซึ่ง อย. ได้ดำเนินการสั่งระงับการโฆษณารวมทั้งดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ที่โฆษณาแล้ว ย้ำเตือนผู้ประกอบการต้องผลิตหรือนำเข้าเครื่องสำอางให้ตรงตามที่จดแจ้งไว้กับภาครัฐ ส่วนผู้ขายเครื่องสำอางต้องเลือกซื้อเครื่องสำอางจากผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าที่มีหลักแหล่งน่าเชื่อถือ มีฉลากภาษาไทยแสดงข้อความครบถ้วนตรงตามที่กฎหมายกำหนด มิฉะนั้นท่านจะถูกดำเนินคดีและอาจได้รับโทษตามกฎหมาย

รองเลขาธิการฯ อย. กล่าวในตอนท้ายว่า ขอย้ำเตือนผู้บริโภคให้ใช้วิจารณญาณในการเลือกซื้อ อย่าตกเป็นเหยื่อหลงเชื่อซื้อสินค้าที่ไม่มีหลักแหล่ง อาทิ ตลาดนัด หาบเร่ แผงลอย โดยเฉพาะในสื่อออนไลน์หรือโฆษณาที่อวดอ้างสรรพคุณเกินความจริง ควรเลือกซื้อเครื่องสำอางจากร้านค้าที่มีหลักแหล่งแน่นอน เชื่อถือได้ เพราะหากเกิดปัญหาจะได้สามารถติดต่อผู้รับผิดชอบได้ ทั้งนี้ ขอให้พิจารณาข้อความในฉลากภาษาไทยครบถ้วน ได้แก่ เลขที่ใบรับแจ้ง 10 หลัก หรือ 13 หลัก ชื่อเครื่องสำอาง ชื่อทางการค้า ซึ่งต้องมีขนาดใหญ่กว่าข้อความอื่น ประเภทหรือชนิดของเครื่องสำอาง ชื่อของสารทุกชนิดที่เป็นส่วนผสม วิธีใช้เครื่องสำอาง ชื่อและที่ตั้งผู้ผลิต/นำเข้า ปริมาณสุทธิ เลขที่แสดงครั้งที่ผลิต เดือน ปี ที่ผลิตหรือหมดอายุ

นอกจากนี้ ฉลากต้องไม่อวดอ้างว่าเครื่องสำอางดังกล่าว สามารถทำให้โครงสร้างร่างกายเปลี่ยนแปลงไปจนถึงขั้นเป็นการป้องกัน บรรเทา รักษาโรค หรืออาการของโรค ทั้งนี้ หากผู้บริโภคพบเห็นผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ผิดกฎหมาย โดยเฉพาะผ่านเว็บไซต์ และ Social Media ขอให้แจ้งมาได้ที่ อย. โดยตรงทางสายด่วน อย. 1556 หรือร้องเรียนผ่าน Oryor Smart Application หรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทั่วประเทศ หรือ สายด่วน บก.ปคบ. 1135 เพื่อดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดอย่างเข้มงวดต่อไป

ที่มา Fda Thai

‘ชูวิทย์’ โพสต์เลือกตั้งครั้งนี้ ‘ของเก๊มันเยอะ’ ชี้ไม่เกินสิ้นปี ได้เลือกตั้งใหม่

หลังจากวานนี้ (7 มี.ค. 62) ศาลรัฐธรรมนูญ มีมติให้ยุบพรรคไทยรักษาชาติ พร้อมตัดสิทธิทางการเมืองของกรรมการบริหารพรรคเป็นเวลา 10 ปี  ฐานกระทำการอันเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข กรณีเสนอชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี

ทั้งนี้ นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตหัวหน้าพรรครักประเทศไทย  ได้โพสต์ข้อความแสดงความคิดเห็นถึงกรณีดังกล่าวว่า ไม่ผิดคาด การเลือกตั้งครั้งนี้ ‘ของเก๊มันเยอะ’ ต้องระวังให้ดี ไม่เกินสิ้นปี ได้เลือกตั้งใหม่

ราชวงศ์จัดทีมงานบล็อกโพสต์หมิ่น ‘ดัชเชสเมแกน’ บนโซเชียล

ราชวงศ์อังกฤษ วางแผนบล็อกผู้ที่มาโพสต์ข้อความแสดงความคิดเห็นในเชิงหมิ่นประมาทหรือการเหยียดสีผิวและเหยียดเชื้อชาติต่อดัชเชสแห่งซัสเซ็กซ์ ซึ่งกำลังทรงพระครรภ์

สำนักข่าว ‘ซี่เอ็นเอ็น’ รายงานข่าวกรณีที่ราชวงศ์อังกฤษกำลังวางแผนจะจัดการกับข้อความคุกคามดัชเชสแห่งเคมบริดจ์และดัชเชสแห่งซัสเซกส์ในโลกออนไลน์ที่มีมากขึ้นในช่วงหลัง ซึ่งแนวทางนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ราชวงศ์ประกาศข่าว เมแกน ดัชเชสแห่งซัสเซกส์กำลังทรงพระครรภ์เพียงไม่กี่เดือน

โดยในขณะนี้ดัชเชสทั้งสองพระองค์ทรงไม่มีบัญชีโซเชียลมีเดียส่วนตัว โดยเมแกน ดัชเชสแห่งซัสเซกซ์ ทรงปิดบัญชีโซเชียลมีเดียส่วนตัวของพระองค์ไปแล้วตั้งแต่ก่อนเข้าพิธีเสกสมรสกับเจ้าชายแฮร์รี

ทั้งนี้รายงานจากซีเอ็นเอ็นระบุว่า ราชวงศ์จัดงบประมาณเพื่อจัดตั้งทีมงานในพระพระราชวังเค็นซิงตัน เพื่อเข้ามาจัดการกับข้อความที่มีลักษณะคุกคาม เหยียดเชื้อชาติ และเหยียดสีผิว ต่อเมแกน มาร์เคิล เพื่อลบความคิดเห็นในเชิงลบเหล่านี้ และบล็อกบัญชีทวิตเตอร์ และอินสตาแกรมที่มีเนื้อหาไม่เหมาะสม รวมถึงมีการใช้ซอฟต์แวร์เพื่อกรองการใช้ n-word รวมถึงอิโมจิของอาวุธปืน และมีด

กลุ่มผู้สนับสนุน Hope Not Hate กลุ่มผู้รณรงค์ต่อต้านการเหยียดเชื้อชาติและลัทธิฟาสซิสต์วิเคราะห์ข้อมูลบนโลกโซเชียลระบุถึงการเจาะกลุ่มตัวอย่างผู้ใช้ทวิตเตอร์มากกว่า 5,000 รายการ พบว่ามีแฮชแท็กต่อต้านเมแกน มาร์เคิล เป็นจำนวนมาก ทั้งยังมีการทวีตข้อมูลทั้งในรูปแบบของข้อความและรูปภาพ โดยพบว่ามีบัญชีที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อวัตถุประสงค์ในการผลิตเนื้อหาเชิงลบเกี่ยวกับดัชเชสเมแกนโดยเฉพาะ

ก่อนหน้านี้ราชวงศ์อังกฤษ ได้ทรงเผยแพร่กฎเกณฑ์ชุดใหม่ ซึ่งกล่าวถึงแนวทางปฏิบัติในการโพสต์ข้อความแสดงความคิดเห็นทางช่องทางโซเชียลมีเดียทางการของสมาชิกราชวงศ์สำหรับสาธารณชน และจะเริ่มบล็อกโพสต์ที่แสดงความคิดเห็นในเชิงลบ ที่มีเนื้อหาหมิ่นประมาท หรือสร้างความขุ่นเคือง

อย่างไรก็ตาม ในปี 2559 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เจ้าชายแฮรี่ได้เปิดเผยว่ากำลังคบหากับเมแกน ซึ่งขณะนั้นยังคงเป็นดาราชาวอเมริกัน ทำให้ผู้คนบนโลกออนไลน์บางส่วน ขุดคุ้ยปมหลังของเมแกนมาเปิดเผยมากมาย รวมถึงยังเกิดกระแสการเหยียดเชื้อชาติและศาสนา เนื่องจากเมแกนเป็นสตริผิวสี ทั้งยังเป็นชาวต่างชาติ และเคยผ่านการแต่งงานมาก่อน ทำให้ถูกตั้งคำถามถึงความเหมาะสมในการเข้าไปเป็นสมาชิกในราชวงศ์อังกฤษอย่างหนักในช่วงนั้น.