แม่ ‘ไผ่ ดาวดิน’ ร้อง กสม. หลังลูกชายไม่ได้พักโทษ ทั้งที่เข้าเกณฑ์

แม่ ‘ไผ่ ดาวดิน’ ร้อง กสม. หลังกรมราชทัณฑ์ไม่เซ็นพักโทษให้ลูกชาย ทั้งที่เข้าเกณฑ์ทุกอย่าง

วันนี้ (7 มี.ค. 62) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางพริ้ม บุญภัทรรักษา มารดาของ นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือ ไผ่ ดาวดิน พร้อมด้วย น.ส.ณัฏฐา มหัทธนา หรือ โบว์ แกนนำกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง ได้เดินทางเข้ายื่นหนังสือร้องเรียนต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) เพื่อเรียกร้องสิทธิพักโทษในกระบวนการยุติธรรมให้กับลูกชาย

ทั้งนี้ นางพริ้ม เปิดเผยว่า คดีของลูกชายได้รับการพักโทษ ตรงเงื่อนไขทุกอย่าง แต่ติดเรื่องคดี 14 นักศึกษา ที่ สน.สำราญราษฎร์ โดยเหตุเกิดตั้งแต่ 26 มิ.ย. 58 ซึ่งกระบวนการในส่วนนั้นยังไม่มีการดำเนินการแต่อย่างใด และไม่มีอำนาจควบคุมตัวหรือฝากขังด้วย จึงนำเรื่องมายื่นแก่ กสม. ว่า ลูกชายถูกละเมิดสิทธิหรือไม่ ซึ่งคดีนี้ ยังอยู่ระหว่างดำเนินการและไม่มีหมายควบคุมตัวหรือฝากขัง จึงคิดว่าเรื่องนี้ไม่มีเหตุอันควรที่จะนำมาเป็นเหตุผลในการไม่อนุมัติพักโทษ

อย่างไรก็ตาม ต้องการให้กรมราชทัณฑ์ที่มีอำนาจใช้ดุลยพินิจในการพิจารณามากกว่านี้ และต้องการให้ นายจตุภัทร์ ได้รับสิทธิพักโทษโดยเร็ว เพราะโทษเหลืออีกเพียง 3 เดือน ทั้ง ๆ ที่ควรจะได้รับสิทธินี้มา 7 เดือนแล้ว และหวังว่าลูกชายจะได้รับสิทธิออกมาเลือกตั้ง ในวันที่ 24 มี.ค.นี้

เปิดภาพสยอง! นาทีรถเมล์เบรกจม ปีนฟุตปาธ ชนคนเดินเท้าดับสยอง

สยองรถเมล์เบรกแตก พุ่งขึ้นฟุตปาธชนคนเดินเท้ากะโหลกหลุดเสียชีวิตย่านบางกะปิ

จากกรณีที่วานนี้ (6 มี.ค. 2562) ได้เกิดอุบัติเหตุสยองรถโดยสารประจำทางสาย  115 สวนสยาม-สาทร เกิดเบรกแตกพุ่งขึ้นฟุตปาธก่อนจะชนคนเดินเท้าเสียชีวิตสยองในลักษณะกะโหลกหลุดจนมีเศษเนื้อและสมองติดอยู่หน้ารถคันดังกล่าว โดยเหตุเกิดขึ้นที่บริเวณ  ปากซอยลาดพร้าว ​125 ​ แยกบางกะปิ​ หน้าตลาดบางกะปิ​ แขวงคลองจั่น เขตบางกะปินั้น ​

ในวันเดียวกันทางเพจ JS100 Radio ได้มีการเผยแพร่ภาพของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยภาพได้เผยให้เห็นว่า บริเวณหน้ารถโดยสารประจำทางคันดังกล่าวมีเศษสมองของผู้ตาย และร่องรอยเลือด​ ติดอยู่บริเวณกันชนหน้าฝั่งซ้าย​ กระจกข้างด้านหน้าซ้ายแตก​ ถัดไปประมาณ 50 เมตร​ บริเวณบาทวิถี​พบผู้เสียชีวิตเป็นหญิงสาว​ นอนคว่ำหน้า​เสียชีวิตในลักษระแขนขาผิดรูป ก่อนจะทราบต่อมาคือ น.ส.เบญจวรรณ​ ม่วงเกต​ อายุ​ 33 ปี

ทั้งนี้จากการสอบสวน   นายสมจิตร หม่อมพันธ์ อายุ​ 64 ปี​ คนขับรถเมล์​ให้การว่า ระหว่างที่รถกำลังลงสะพานข้ามคลองแสนแสบ ภายหลังออกตัวจากการจอดติดไฟแดง บริเวณสามแยกบางกะปิ เพื่อมุ่งหน้าไปสวนสยามนั้น ตนพยายามจะเหยียบเบรก​ แต่เบรกกลับจม​ ทำให้เบรกไม่อยู่​ ตนเองจึงพยายามหักเลี้ยวและประคองรถ​ แต่ไม่พ้นรถจึงพุ่งชนคนเดินซื้อของบนทางเท้าจนเสียชีวิตคาที่ดังกล่าว

สำหรับอาการเบรกแตก เบรกจม  เกิดจากหลายสาเหตุมากมาย แต่ที่สำคัญเกิดจากขาดการตรวจเช็ค และขาดการดูแลรักษาจึงส่งผลให้ระบบไม่สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีอาการดังนี้

1.ระบบเบรก ได้รับความเสียหายจากการขับขี่ ไม่ว่าจะด้วยสาเหตุอะไรก็ตาม ซึ่ง ระบบเบรก เป็นระบบไฮดรอลิกที่ทำงานด้วยน้ำมัน หากเกิดความขัดข้องขึ้น ระบบก็จะไม่สามารถทำงาน หรือที่เรียกว่า เบรกแตก นั่นเอง

2.สายอ่อนเบรกรั่วจากระบบสายอ่อน หรือท่อทางเดินน้ำมันเบรกรั่ว จะมีอาการบ่งบอก เช่น มีรอยซึม หรือมีรอยคราบของ น้ำมันเบรก ซึ่งจะทำให้ประสิทธิภาพของเบรกลดลง

3.ระบบแรงดันของ น้ำมันเบรก เกิดจากการที่มีอากาศตกค้างอยู่ในวงจร น้ำมันเบรก จากการไล่ลมหรือฟองอากาศออกจากระบบไม่หมด หากมีลมหรือฟองอากาศค้างอยู่ในระบบ จะทำให้ น้ำมันเบรก ไม่เต็มระบบ และเกิดช่องว่างในส่วนของเหลวที่เป็น น้ำมันเบรก โดยมีฟองอากาศผสมอยู่ จนไม่สามารถส่งแรงดันไปได้เต็มที่

และ4 .น้ำมันเบรก เสื่อม ซึ่งในกระบอกปั้มล้อจะมีลูกยางประกอบซึ่งจะทำหน้าที่ป้องกันน้ำมันรั่ว แต่ลูกยางก็เสื่อมสภาพตามอายุงานเช่นกัน จึงไม่สามารถป้องกันการรั่วของ น้ำมันเบรก ที่กระบอกปั้มล้อได้

ทั้งนี้สามารถตรวจสอบได้ง่ายๆ ด้วยวิธีการดังนี้

4.1 ถอดล้อออก

4.2 ถอดจานเบรกออก

4.3 เปิดยางกันฝุ่นซึ่งครอบกระบอกปั้มออก

4.4 หากมี น้ำมันเบรก รั่วก็แสดงว่าลูกยางเสื่อม ดังนั้นควรรีบเปลี่ยน

5.น้ำมันเบรกหมด การที่น้ำมันในกระบอกเหลือน้อยก็จะทำให้เบรกทำงานได้ไม่เต็มที่ ดังนั้น ควรที่จะตรวจสอบและเช็คกระบอกใส่น้ำมันว่าพอมีหรือไม่ หรืออาจจะสังเกตจากหน้าปัดจะมีสัญลักษณ์เตือนกรณีที่ น้ำมันเบรก เหลือน้อย เพื่อป้องกันอาการ เบรกแตก ที่จะเกิดขึ้น

6.น้ำมันเบรกชื้น

เมื่อเวลาเบรกจะเกิดการเสียดสีและเกิดความร้อน ถ้ามีความชื้นมาก น้ำในระบบ น้ำมันเบรก ก็จะระเหยกลายเป็นไอ และทำให้ลูกสบไม่ทำงาน และเบรกไม่ได้ในที่สุด

7.สายเบรกขาด
8.ผ้าเบรกหมด
และ 9.ผ้าเบรกไหม้

สำหรับข้อปฏิบัติข้างต้นเป็นเพียงการตรวจสอบขั้นพื้นฐาน หากไม่อยากเกิดปัญหาอาการ เบรกแตก ควรหมั่นตรวจเช็คระดับน้ำมันเบรกเป็นประจำ เพื่อลดอุบัติเหตุที่อาจจะเกิดขึ้นได้

สำหรับวิธีการตรวจสอบเบรก สามารถเข้าไปตรวยสอบวิธีปฏิบัติได้ตามนี้ >>

รถ เบรกแตก… เกิดจาก น้ำมันเบรก จริงไม่จริงหาคำตอบกัน

ตรึงค่าไฟเดือน พ.ค. – ส.ค. บรรเทาค่าครองชีพประชาชน

คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) มีมติให้คงค่าเอฟทีสำหรับการเรียกเก็บเดือน พ.ค-ส.ค. 2562 จำนวน -11.60 สตางค์ต่อหน่วย ส่งผลให้ค่าไฟฟ้าเฉลี่ยอยู่ที่ 3.6396 บาทต่อหน่วย ไม่เปลี่ยนแปลงจากงวดก่อน เพื่อบรรเทาค่าของชีพของประชาชน

น.ส.นฤภัทร อมรโฆษิต เลขาธิการสำนักงาน กกพ. เปิดเผยว่า หากไม่มีการคงค่าเอฟทีภายใต้สมมุติฐานประมาณการค่าเอฟทีในช่วงเดือน พ.ค.-ส.ค. 2562 จะส่งผลให้ค่าเอฟทีที่เรียกเก็บในงวดดังกล่าว เท่ากับ -4.20 สตางค์ต่อหน่วย ซึ่งจะทำให้ค่าไฟฟ้าเฉลี่ยผู้ใช้ไฟอยู่ที่ 3.7136 บาทต่อหน่วย (ไม่รวมภาษีมูลราคาเพิ่ม)

“กกพ. ชุดปัจจุบันมีนโยบายเน้นการบริหารจัดการค่าเอฟทีให้ได้มากที่สุด ในช่วงสภาวะเศรษฐกิจที่มีความผันผวนจากอัตราแลกเปลี่ยนและราคาน้ำมัน เพื่อลดผลกระทบต่อประชาชนให้น้อยที่สุด โดยผลจากการกำกับประสิทธิภาพการดำเนินงานของการไฟฟ้าในปี 2561 จึงทำให้มีเงินบริหารเอฟที จำนวน 4,576 ล้านบาท เพื่อมาใช้ในการบริหารจัดการ เพื่อคงค่าเอฟที บรรเทาค่าครองชีพให้กับประชาชน” นางสาวนฤภัทร กล่าว