ปากีสถานสกัดเรือดำน้ำอินเดียล้ำดินแดน

กองทัพเรือปากีสถานสกัดเรือดำน้ำอินเดียก่อนจะรุกล้ำน่านน้ำ ซึ่งอยู่ห่างเพียง 64 กิโลเมตร

กองทัพเรือปากีสถาน เปิดเผยวานนี้ (5 มีนาคม 2562)ว่า ได้สกัดเรือดำน้ำของอินเดียที่พยายามจะรุกล้ำน่านน้ำของปากีสถาน เมื่อวันจันทร์ พร้อมกับเผยแพร่ภาพวิดีโอที่ระบุว่า เป็นภาพขณะตรวจจับเรือดำน้ำของอินเดีย

กองทัพเรือปากีสถาน ระบุในแถลงการณ์ว่า ใช้ความสามารถพิเศษในการสกัดเรือดำน้ำดังกล่าวได้สำเร็จ ก่อนที่จะรุกล้ำน่านน้ำของปากีสถาน รวมทั้งปากีสถานไม่ได้โจมตีเรือดำน้ำของอินเดีย ทั้งที่สามารถทำได้ แต่เฝ้าระวังและเตรียมพร้อมแทน เพื่อลดความตึงเครียดระหว่างกัน

พร้อมกันนี้ กองทัพเรือปากีสถานยังระบุด้วยว่า อินเดียควรเรียนรู้ท่าทีที่รักสันติภาพของปากีสถาน และหันมาใช้แนวทางสันติภาพ

พลเรือเอกอาซาฟ หุมายัน อดีตผู้บัญชาการกองทัพเรือปากีสถาน กล่าวว่า เรือดำน้ำลำดังกล่าวอยู่ห่างจากน่านน้ำของปากีสถานเพียง 64 กิโลเมตร รวมทั้งอยู่ในจุดที่โจมตีเรือหรือยุติการขนส่งสินค้าเข้าออกปากีสถานได้

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นหลังความตึงเครียดระหว่างปากีสถานและอินเดียเพิ่มขึ้น จากเหตุการณ์ที่ปากีสถานยิงเครื่องบินรบอินเดียตก 2 ลำ เมื่อสัปดาห์ก่อน เพื่อตอบโต้ที่เครื่องบินรบอินเดียข้ามเขตแดนเข้าไปโจมตีกลุ่มติดอาวุธจาอิช-อี-โมฮัมเหม็ด หรือ JeM ในเขตปากีสถาน

ก่อนหน้านั้น เกิดเหตุระเบิดฆ่าตัวตายในแคว้นจัมมูและแคชเมียร์ ซึ่งทำให้เจ้าหน้าที่ความมั่นคงของอินเดียเสียชีวิตอย่างน้อย 40 ราย เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา และอินเดียกล่าวโทษปากีสถานที่เป็นแหล่งพักพิงของกลุ่มติดอาวุธ แต่ปากีสถานปฏิเสธ

ขณะที่สหรัฐฯ เรียกร้องคำชี้แจงจากทางการปากีสถาน กรณีที่อาจใช้เครื่องบิน เอฟ-16 ของสหรัฐฯ ในปฏิบัติการยิงเครื่องบินอินเดียตก 2 ลำ เมื่อสัปดาห์ก่อน ตามที่กองทัพอากาศอินเดียกล่าวหา ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นก็จะเป็นการละเมิดข้อตกลงใช้งานระหว่างสหรัฐฯ และปากีสถาน

ด้านทางการปากีสถานยืนยันว่า ปากีสถานไม่ได้ใช้เครื่องบินเอฟ-16 ที่ผลิตโดยสหรัฐฯ ในปฏิบัติการยิงเครื่องบินรบของอินเดีย

จบดราม่า ‘น้าป้อม’ กู้ภัยนั่งเฝ้าศพ ปฏิบัติหน้าที่ตามเดิม

มูลนิธิร่วมกตัญญูสอบสวนข้อเท็จจริง กรณีเจ้าหน้าที่กู้ภัย ล่าสุดลงความเห็นว่าเจ้าหน้าที่รายนี้ไม่มีความผิด สามารถปฏิบัติหน้าที่ตามเดิม

นางสาว พิมพ์พัชชา หยิมการุณ อดีตนายกองค์การบริหารส่วนตำบลบางคูรัด อำเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี ในฐานะพยาบาลวิชาชีพ เข้าให้กำลังใจ นายนพดล สีทองคำ เจ้าหน้าที่กู้ภัยแผนกเก็บศพ มูลนิธิร่วมกตัญญู หลังมีคำสั่งให้มาปฏิบัติงาน ที่ ศาลเจ้ามูลนิธิฯ อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ จากกรณีรอตำรวจมาร่วมชันสูตรศพ เป็นเวลานานหลายชั่วโมง เหตุเกิดวันที่ 23 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา และมีผู้นำ ภาพและข้อความ ไปเผยแพร่ในสื่อสังคมออนไลน์ มีผู้แสดงความเห็นจำนวนมาก

นางสาวพิมพ์พัชชา บอกว่า มาให้กำลังใจ ในฐานะเคยปฏิบัติหน้าที่ร่วมกัน / นอกจากนี้ ยังยื่นหนังสือผ่าน นายเอกพันธ์ บรรลือฤทธิ์ ผู้จัดการฝ่ายบุคคล มูลนิธิร่วมกตัญญู เพื่อขอให้นายนพดลกลับไปปฏิบัติหน้าที่เดิม เพราะอาจทำให้บุคลากรขาดกำลังใจในการปฏิบัติงาน

ขณะที่ นายเอกพันธ์ เปิดเผยว่า หลังคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว พบว่า นายนพดลไม่มีความผิด แต่เหตุการณ์นี้ อาจเกิดจากความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน ของผู้โพสต์ ทำให้สังคมออนไลน์เข้าใจผิด ขณะนี้อยู่ระหว่างหารือออกคำสั่งให้นายนพดลกลับไปปฏิบัติหน้าที่ตามเดิม

‘อนาคตใหม่’ ยื่นฟ้อง ‘ม.จ.จุลเจิม-สำนักข่าวดัง ข้อหาหมิ่นประมาท

‘อนาคตใหม่’ ยื่นฟ้อง ‘ม.จ.จุลเจิม-T-News’ ข้อหาหมิ่นประมาท หลังกล่าวหา ‘ธนาธร’ ล้มสถาบันฯ

วันนี้(6 มี.ค.) เวลา 08.00 น. ที่ศาลอาญา น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่ ยื่นฟ้องต่อศาลเอาผิดกรณี ม.จ.จุลเจิม ยุคล และสำนักข่าว T-News กรณีหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 และ 328 รวมถึงตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2561 มาตรา 73 (5) ฐานหลอกลวง บังคับ ขู่เข็ญ ใช้อิทธิพลคุกคาม ใส่ร้ายด้วยความเท็จ หรือจูงใจให้เข้าใจผิดในคะแนนนิยมของผู้สมัคร หรือพรรคการเมือง กรณีเมื่อวันที่ 4 มี.ค. 2562 ม.จ.จุลเจิม โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กกล่าวหาว่านายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ มีพฤติการณ์ล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์ และสำนักข่าว T-News ได้นำข้อความของ ม.จ.จุลเจิม ไปเผยแพร่

นางสาวพรรณิการ์ วานิช กล่าวว่า พรรคอนาคตใหม่และนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ไม่ประสงค์จะฟ้องร้องดำเนินคดีแก่จำเลยทั้งหมดในความผิดพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ (พ.ร.บ.คอมฯ) เพราะพระราชบัญญัติฉบับดังกล่าว ต้องบังคับใช้เกี่ยวกับการก่อความเสียหายต่อระบบคอมพิวเตอร์อันเป็นเรื่องในทางเทคนิคเท่านั้น ไม่อาจนำมาใช้ควบคุมในทางเนื้อหาได้ เชื่อว่า พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ คือกฎหมายที่ปิดปากประชาชน

จึงฟ้องร้องในความผิดกฎหมายหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา และความผิดฐานการใส่ร้ายผู้สมัครด้วยความเท็จ ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 สำหรับสำนักข่าว T-News มีพฤติการณ์การรายงานข่าวที่ผิดจริยธรรมอย่างร้ายแรงมาโดยตลอด

นางสาวพรรณิการ์ กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมาตลอด 10 เดือน พรรคอนาคตใหม่ถูกโจมตีใส่ร้ายมาโดยตลอด และขณะนี้อยู่ระหว่างโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้ง การกล่าวหาใส่ร้ายยิ่งรุนแรงมากขึ้น เชื่อว่าการกระทำดังกล่าวที่ใส่ร้ายกล่าวหาพรรคอนาคตใหม่ และนายธนาธร กระทำกันเป็นขบวนการ ดังนั้นถ้าไม่จำเป็นจริง ๆ ไม่อยากฟ้องร้อง โดยเฉพาะสื่อ เพราะหน้าที่สื่อมวลชนคือการเป็นเสาหลักในการตรวจสอบการทำงานของหน่วยงาน องค์กร และผู้ใช้อำนาจรัฐ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชน โดยพรรคอนาคตใหม่ก็มีนโยบายเปิดเผยข้อมูล(Open Data)ให้สาธารณชนร่วมกันตรวจสอบเช่นกัน เพื่อให้การดำเนินกิจกรรมของพรรคอนาคตใหม่เป็นไปอย่างสุจริตโปร่งใสที่สุด แต่การกระทำดังกล่าวทำให้เกิดความเสียหายกับพรรคอย่างร้ายแรง จึงไม่สามารถนิ่งเฉยหรือปล่อยผ่านได้