สีสันผู้สูงอายุร่วมแข่ง ‘โห่สามลา สามช่า ดอนยาง’ จ.เพชรบุรี

บรรยากาศการประกวด “โห่สามลา สามช่า ดอนยาง” ในจังหวัดเพชรบุรี ซึ่งมีผู้สูงอายุเข้าร่วมประกวดสร้างสีสัน โชว์ลีลาการโห่กันอย่างคึกคัก

นี่คือลีลาการโห่ ของผู้เข้าร่วมประกวด “โห่สามลา สามช่า ดอนยาง” ครั้งที่ 3 ประจำปี 2562 ซึ่งองค์การบริหารส่วนตำบลดอนยาง จังหวัดเพชรบุรี เป็นผู้จัด เพื่อให้เด็กและเยาวชน ประชาชนทั่วไป ตลอดจนผู้สูงอายุในพื้นที่ ได้มีกิจกรรมรื่นเริง สนุกสนาน

สำหรับการประกวดจะแบ่งเป็นทีม ทีมละไม่เกิน 6 คน มีหัวหน้าทีม “โห่” 1 คน ที่เหลือเป็นลูกคู่รับ “ฮี้ว” การตัดสินจะนับผลคะแนนรวมจากการโห่ที่นานที่สุด รวมทั้งน้ำเสียง และลีลาท่าทาง ทีมใดได้คะแนนรวมมากที่สุด เป็นผู้ชนะเลิศ ซึ่งปีนี้ ได้รับความสนใจจากมีผู้สูงอายุ ตั้งแต่อายุ 50 ปีขึ้นไป ตัวแทนจากหมู่บ้านต่างๆ ในตำบลดอนยาง เข้าร่วมประกวด 11 ทีม รวม 66 คน

ขณะที่บรรยากาศเป็นไปด้วยความสนุกสนุกสนาน เพราะทีมประกวดมีการรำวงขึ้นเวทีประกวด และแต่ละทีมจะมีกองเชียร์จากหมู่บ้านของตนมาด้วย ซึ่งผลการแข่งขันปรากฏว่า ทีมบ้านหนองพุทรา หมู่ที่ 9 ตำบลดอนยาง อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบุรี คว้ารางวัลชนะเลิศไปครอง

ส่วนรางวัลขวัญใจมหาชน ซึ่งนับคะแนนจากการโหวตของผู้ชม ปรากฏว่าทีมบ้านดอนยาง หมู่ที่ 1 ตำบลดอนยาง อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบุรี เป็นผู้คว้ารางวัลไปครอง

คาดราคาสินค้าเกษตรเดือน มี.ค. ยางพารา-มันสำปะหลัง-ปาล์มน้ำมัน แนวโน้มราคาเพิ่มขึ้น

นายสมเกียรติ กิมาวหา ผู้ช่วยผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยถึงสถานการณ์ราคาสินค้าเกษตรเดือนมีนาคม 2562 ที่จัดทำโดย ศูนย์วิจัยและพัฒนานวัตกรรม ธ.ก.ส. คาดการณ์ว่า ราคาสินค้าเกษตรที่มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น ได้แก่

ข้าวเปลือกหอมมะลิ ราคาจะเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนเล็กน้อย ร้อยละ 0.18-0.59 อยู่ที่ราคา 15,574-15,638 บาท/ตัน เนื่องจากความต้องการข้าวหอมมะลิยังมีอย่างต่อเนื่อง ทำให้ผู้ประกอบการเสนอราคารับซื้อในราคาที่สูง

น้ำตาลทรายดิบตลาดนิวยอร์ก ราคาเฉลี่ยในตลาดโลกจะเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน ร้อยละ 0.20-1.00 อยู่ที่ราคา 13.39-13.50 เซนต์/ปอนด์ (9.23-9.31 บาท/กก.) เพราะการปรับขึ้นของราคาน้ำมันช่วยหนุนราคาน้ำตาลสัญญาล่วงหน้า ทำให้บราซิลนำอ้อยไปผลิตเป็นเอทานอลมากกว่าน้ำตาล ประกอบกับราคาขายน้ำตาลขั้นต่ำภายในประเทศของอินเดียที่สูงขึ้นอาจกระตุ้นให้ผู้ผลิตน้ำตาลของอินเดียเพิ่มกำลังการผลิตน้ำตาลเพื่อขายภายในประเทศมากขึ้น ทำให้การส่งออกน้ำตาลทรายลดลง

ยางพาราแผ่นดิบ ราคาจะปรับตัวเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนร้อยละ 3.52-4.56 อยู่ที่ราคา 42.64-43.12 บาท/กก. เนื่องจากผลผลิตออกสู่ตลาดน้อยลงเพราะเข้าสู่ฤดูยางผลัดใบ เกษตรกรชาวสวนยางหยุดกรีดยางในช่วงนี้เพื่อเป็นการพักต้นยางพาราให้สามารถสร้างการเติบโตในระยะถัดไป

มันสำปะหลัง ราคาจะเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนเล็กน้อย ร้อยละ 0.46-3.70 อยู่ที่ราคา 2.17-2.25 บาท/กก. เนื่องจากผลผลิตที่เกษตรกรเก็บเกี่ยวมีคุณภาพดีจากเปอร์เซ็นแป้งสูง ส่งผลให้เกษตรกรขายผลผลิตได้ในราคาเพิ่มขึ้น

ปาล์มน้ำมัน ราคาจะเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน ร้อยละ 0.39–2.71 อยู่ที่ราคา 2.59-2.65 บาท/กก. เนื่องจากแผนนโยบายภาครัฐในการช่วยพยุงราคาปาล์มน้ำมัน โดยให้โรงสกัดรับซื้อปาล์มน้ำมันจากเกษตรกรในราคาสูงเพื่อนำมาสกัดเป็นน้ำมันปาล์มสำหรับใช้ผลิตเป็นพลังงานไฟฟ้า และแนวโน้มผลผลิตปาล์มออกสู่ตลาดลดลงจากฤดูกาลมรสุม

และสุกร คาดว่า ราคาจะเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนร้อยละ 0.46–9.63 อยู่ที่ราคา 67.50 – 70.00 บาท/กก. เนื่องจากความต้องการบริโภคทั้งในประเทศและต่างประเทศเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะประเทศเพื่อนบ้าน อย่างไรก็ตาม สถานการณ์การระบาดของโรคอหิวาต์แอฟริกันในสุกรยังคงมีผลต่อการผลิตและราคาสุกร

ด้านสินค้าเกษตรที่จะมีราคาลดลง ได้แก่

ข้าวเปลือกเจ้าความชื้น 15% ราคาจะลดลงจากเดือนก่อน ร้อยละ 0.58-1.24 อยู่ที่ราคา 7,551-7,602 บาท/ตัน เพราะค่าเงินบาทมีแนวโน้มแข็งค่าขึ้นและผลผลิตข้าวนาปรังของประเทศไทย ประเทศเวียดนาม และประเทศกัมพูชากำลังออกสู่ตลาด

ข้าวเปลือกเหนียวเมล็ดยาว ราคาจะลดลงจากเดือนก่อน ร้อยละ 0.64-2.35 อยู่ที่ราคา 9,887-10,060 บาท/ตัน เนื่องจากผลผลิตข้าวเหนียวนาปรังกำลังทยอยออกสู่ตลาด

ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ความชื้นไม่เกิน 14.5% ราคาจะปรับตัวลดลงจากเดือนก่อนร้อยละ 0.50-1.50 อยู่ที่ราคา 8.08-8.16 บาท/กก. เนื่องจากผลผลิตข้าวโพดหลังนาทยอยออกสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ความต้องการใช้เพื่อผลิตอาหารสัตว์ทรงตัว ส่งผลให้ราคาที่เกษตรกรขายได้ปรับลดลง

และกุ้งขาวแวนนาไม ราคาจะลดลงจากเดือนก่อนร้อยละ 1.75 – 4.68 อยู่ที่ราคา 163 – 168 บาท/กก. เนื่องจากแนวโน้มค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นส่งผลให้การส่งออกชะลอตัวลง ปริมาณผลผลิตในประเทศเพิ่มขึ้น ขณะที่ความต้องการบริโภคในประเทศอยู่ ณ ระดับที่ใกล้เคียงกับเดือนก่อน

‘ดีเบต’ คืออะไร มีผลอย่างไรต่อการเลือกตั้ง

สำหรับการเลือกตั้งปี 2562 ที่จะมีขึ้นในวันที่ 24 มี.ค.นี้ ทางคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้เปิดให้มีเวที “ดีเบต” หรือเรียกอีกอย่างว่า เป็นการประชันวิสัยทัศน์และนโยบายของแต่ละพรรค เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบนโยบายของแต่ละพรรค และเห็นวิธีคิดไหวพริบของผู้ที่จะมาบริหารประเทศว่ามีความสามารถปฏิบัติได้จริงหรือไม่

โดยให้แต่ละพรรคการเมือง ส่งหัวหน้าพรรค สมาชิกพรรค หรือผู้ที่มีการเสนอชื่อให้เป็นนายกรัฐมนตรีเข้าร่วมเวที ซึ่งก็หมายความว่าตามระเบียบกฎหมาย คือคนที่ไม่ได้ลงสมัครรับเลือกตั้งและอาจไม่ได้มีตำแหน่งสำคัญในพรรค เพียงแต่เป็นสมาชิกพรรคหรือเป็นผู้ที่ถูกเสนอให้เป็นนายกรัฐมนตรี ก็สามารถเข้าร่วมเวทีดีเบตได้

ดีเบต หรือ การโต้วาที คือ?

เป็นการประชันนโยบายและแสดงวิสัยทัศน์ของแต่ละพรรค โชว์ทักษะการสื่อสาร การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า การดีเบตจะจัดขึ้นโดยเชิญผู้แทนที่เป็นกลาง โดยตัวแทนของแต่ละพรรคการเมืองจะมาร่วมแถลงนโยบาย แสดงทัศนะ ทักษะการสื่อสาร การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แลกเปลี่ยนความเห็นและชิงไหวชิงพริบร่วมกัน

พร้อมทั้งย้ำจุดเด่นของตน เน้นจุดอ่อนฝ่ายตรงข้าม ในประเด็นที่กำหนดให้ในเวลาที่กำหนด ทีละฝ่ายจนครบจำนวนผู้เข้าร่วมดีเบต โดยจะมีการถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์ หรือ สื่อสังคมออนไลน์ เช่น เฟซบุ๊กไลฟ์

ดีเบต กับวัฒนธรรมการเมืองของอเมริกัน

ทั้งนี้การ “ดีเบต” ถือเป็นวัฒนธรรมการเมืองของอเมริกัน เริ่มขึ้นครั้งแรกสมัย จอห์น เอฟ เคนเนดี พรรคเดโมแครต และ ริชาร์ด นิกสัน พรรครีพับลิกัน ในปี 1960 มีการถ่ายทอดสดทางวิทยุและสถานีโทรทัศน์ซึ่งเป็นครั้งที่ได้รับความนิยมสูงสุด และจบลงด้วยผู้ชนะที่ทำได้ดีกว่า คือ เคนเนดีนั้นเอง

และการดีเบตที่สำคัญอีกคราวหนึ่ง คือ การแข่งขันชิงตำแหน่งระหว่างจิมมี คาร์เตอร์ พรรคเดโมแครต และเจอรัลด์ ฟอร์ด พรรครีพับลิกัน ในการเลือกตั้งปี 1976 ข้อตกลงดีเบตคราวนั้นกลายเป็นฐานสำหรับดีเบตชิงตำแหน่งประธานาธิบดีในการเลือกตั้งครั้งต่อๆ มาจนถึงปัจจุบัน

การดีเบตที่มีผู้คนสนใจเป็นประวัติศาสตร์เกิดขึ้นอีกครั้ง คือการดีเบตชิงตำแหน่งประธานาธิบดีระหว่างนางฮิลลารี คลินตัน ตัวแทนจากพรรคเดโมแครต และนายโดนัล ทรัมป์ ตัวแทนจากพรรครีพับลิกัน

กกต. เปิดเวทีดีเบต

นายแสวง บุญมี รองเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประชุมร่วมกับพรรคการเมืองเพื่อจับสลากเลือกคำถามประชันนโยบายบริหารประเทศ ให้กับ 54 พรรคการเมืองที่แสดงความประสงค์เข้าร่วมประชันนโยบาย โดยจับคู่ดีเบตจากจำนวนการส่งสมัครรับเลือกตั้งแบบแบ่งเขต และกำหนดประเด็นคำถามไว้ 6 ประเด็น ได้แก่ เศรษฐกิจ สังคม การศึกษา การเกษตร ความมั่นคง และการสาธารณสุข แต่ผลการจับสลากไม่มีพรรคใดจับได้ประเด็นคำถามเกี่ยวกับสาธารณสุข

สำหรับขั้นตอนปฏิบัติในการบันทึกเทปการดีเบตนโยบาย ระหว่างวันที่ 26 ก.พ.-4 มี.ค. เพื่อนำไปออกอากาศผ่านสถานีโทรทัศน์ 21 สถานี สถานีวิทยุกระจายเสียง 7 สถานี ยูทูปและเว็บไซต์ของสำนักงาน กกต. ตั้งแต่วันที่ 15-21 มี.ค

ตารางการดีเบต

คู่ที่ 1. พลังท้องถิ่นไท-ประชานิยม เรื่องการศึกษา

คู่ที่ 2. อนาคตใหม่-ประชาชนปฏิรูป เรื่องการเกษตร

คู่ที่ 3. รักษ์ผืนป่าประเทศไทย-เพื่อชาติ เรื่องสังคม

คู่ที่ 4. ภูมิใจไทย-เสรีรวมไทย-ประชาธิปัตย์ เรื่องเศรษฐกิจ

คู่ที่ 5. เศรษฐกิจใหม่-พลังชาติไทย เรื่องเศรษฐกิจ

คู่ที่ 6. พลังประชารัฐ-ประชาภิวัฒน์ เรื่องสังคม

คู่ที่ 7. ครูไทยเพื่อประชาชน-ชาติไทยพัฒนา เรื่องความมั่นคง

คู่ที่ 8. ประชาธรรมไทย-ประชาธิปไตยใหม่ เรื่องความมั่นคง

คู่ที่ 9. เพื่อไทย-ไทยศรีวิไลย์ เรื่องเศรษฐกิจ

คู่ที่ 10. พลังปวงชนไทย-ชาติพัฒนา เรื่องความมั่นคง

คู่ที่ 11. ประชาชาติ-ไทรักธรรม เรื่องการเกษตร

คู่ที่ 12. ถิ่นกาขาวชาววิไล-กลาง เรื่องการเกษตร

คู่ที่ 13. ภราดรภาพ-ไทยธรรม เรื่องสังคม

คู่ที่ 14. พลังธรรมใหม่-ความหวังใหม่ เรื่องเศรษฐกิจ

คู่ที่ 15. พลังไทยรักชาติ-ฐานรากไทย เรื่องความมั่นคง

คู่ที่ 16. แผ่นดินธรรม-กรีน เรื่อนการศึกษา

คู่ที่ 17. ทางเลือกใหม่-ประชากรไทย เรื่องสังคม

คู่ที่ 18. คนธรรมดาแห่งประเทศไทย-สังคมประชาธิปไตย เรื่องความมั่นคง

คู่ที่ 19. เครือข่ายชาวนาแห่งประเทศไทย-สังคมประชาธิปไตย เรื่องการเกษตร

คู่ที่ 20. พลังรัก-พลังแรงงานไทย เรื่องสังคม

คู่ที่ 21. ผึ้งหลวง-ชาติพันธุ์ไทย เรื่องสังคม

คู่ที่ 22. ประชาไทย-พลังไทยดี เรื่องสังคม

คู่ที่ 23. มติประชา-คลองไทย

คู่ที่ 24. ภาคีเครือข่ายไทย-รวมใจไทย

คู่ที่ 25. คนงานไทย-ไทยรักษาชาติ-เพื่อแผ่นดิน

คู่ที่ 26. พลังครูไทย-พลังสังคม

คิดอย่างไรกับการดีเบต

เมื่อครั้งหนึ่ง นายนพดล ปัทมะ เคยให้ความคิดเห็นว่า การดีเบตเพื่อให้ประชาชนรับทราบนโยบายและความคิดของแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีนั้นเป็นสิ่งที่ดีและควรทำ ซึ่งควรให้เป็นธรรมชาติและเป็นวัฒนธรรมทางการเมืองไปเลย แต่อาจไม่ต้องถึงขนาดเป็นกฎหมาย

ขณะที่ น.ส.วทันยา วงษ์โอภาสี หรือ มาดามเดียร์ ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคพลังประชารัฐ เปิดเผยว่า อยากให้จัดเวทีดีเบตนั้น เพื่อให้พรรคการเมืองมาประชันวิสัยทัศน์และนโยบายมากกว่าถกเถียงประเด็นทางการเมือง เพราะวันนี้ประเทศต้องการความสงบสุข และก้าวข้ามความขัดแย้ง

ดังนั้นเวทีดีเบตควรให้โอกาสผู้บริหารของแต่ละพรรคได้แสดงวิสัยทัศน์ในการพัฒนาประเทศ และแก้ปัญหาปากท้องให้ประชาชน เพราะเชื่อว่าทุกพรรคตั้งใจทำนโยบายดีๆ เพื่อประชาชน อย่างไรก็ตามที่ผ่านมาอดีตนายกรัฐมนตรีหลายท่านเคยปฎิเสธการร่วมดีเบตมาแล้วทั้งนั้น ซึ่งเวทีดีเบตคงไม่ใช่คำตอบ และไม่ใช่ช่องทางเดียวของการโชว์วิสัยทัศน์