อภิสิทธิ์ชูนโยบายเพื่อผู้หญิง ลาคลอดได้ 6 เดือน ได้เงินเดือนเต็ม

นายอภิสิทธิ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ชูนโยบายเพื่อผู้หญิง ลาคลอดได้ 6 เดือน ได้เงินเดือนเต็ม

วันนี้ ( 4 มี. ค.62) ที่ บริเวณ Skywalk BTS ช่องนนทรีแยกสาทร-นราธิวาส (สะพานช่องนนทรี) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วย ดร.รัชดา ธนาดิเรก ร่วมกันแถลงนโยบายสตรี ในงาน “Dem for women” เนื่องในวันสตรีสากล (8 มีนาคม ของทุกปี)

ซึ่งเป็นหนึ่งในนโยบายหลักเพื่อการ “สร้างคน” จากสโลแกน แก้จน สร้างคน สร้างชาติ ในการหาเสียงเลือกตั้งในครั้งนี้ของพรรคฯ และเชิญชวนให้รวมพลังผลักดันวาระผู้หญิงให้เกิดขึ้นในสังคมไทย พร้อมการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาใช้เพื่อช่วยแก้ปัญหาให้ผู้หญิง โดยมี ส.ส. หญิงของพรรคประชาธิปัตย์ และผู้หญิงที่สนใจเข้าร่วมงานจำนวนมาก

ทั้งนี้ พรรคประชาธิปัตย์ให้ความสำคัญกับเรื่องสิทธิมนุษยชน ซึ่งเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่มนุษย์ทุกคนพึงมีโดยเสมอภาคกัน เพื่อการดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างมีศักดิ์ศรีโดยไม่คำนึงถึงความแตกต่างในเรื่องเชื้อชาติ สีผิว เพศ ภาษา ศาสนา ความเชื่อทางการเมือง หรือความเชื่อในทางอื่นใด ชาติหรือพื้นเพทางสังคม ทรัพย์สิน กำเนิด หรือสถานะ โดยมีภารกิจสำคัญเพื่อผู้หญิง 4 ประการ

1. ผู้หญิงทุกคนต้องพึ่งพาและยืนหยัดอย่างมั่นคงได้ด้วยตนเอง

2. ผู้หญิงต้องได้รับความเคารพ ให้เกียรติ และเท่าเทียม ในทุกด้าน ทุกอาชีพ ทุกสถานการณ์ของสังคม มีความก้าวหน้าทางอาชีพไม่ต่างจากผู้ชาย สามารถใช้ชีวิตได้อย่างปลอดภัย ปราศจากความรุนเเรงเเละการถูกคุกคามทางเพศ

3. ผู้หญิงทุกคนต้องมีสุขภาพกายและสุขภาพจิตดี

4. แม่คืองานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดและยากที่สุดในโลก จำเป็นที่จะต้องลดภาระของแม่ในทุกรูปแบบ

โดย นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่าปัญหาของผู้หญิงมีมากกว่ากึ่งหนึ่งของประชากร จึงเป็นปัญหาสำคัญที่พรรคตั้งใจมาช่วยอย่างเต็มที่ แต่ต้องเริ่มต้นจากความเข้าใจ เอาใจใส่ รับฟัง ตนโชคดีมีโอกาสใช้ชีวิตต่างประเทศ 10 ปี กับสังคมที่ให้ความเสมอทางเพศชัดเจน จึงเรียนรู้วิธีการแก้ปัญหาให้ผู้หญิง

ยืนยันว่านโยบายเหล่านี้ไม่ได้ถูกจำกัดในกลุ่มนักการเมืองหญิงเท่านั้น แต่พรรคเห็นคุณค่าศักยภาพของผู้หญิงที่จะผลักดันสังคม เศรษฐกิจให้เข้มแแข็ง จึงได้พยายามแสวงหาสิ่งใหม่ๆในการมาช่วย ด้วยการนำเทคโนโลยีคือแอพพลิเคชั่น “น้องเข้าใจ” ซึ่งเป็นแชทบอร์ด เชื่อมโยงผ่านทุกอุปกรณ์ที่ผู้หญิงสามารถใช้ เพื่อให้คำปรึกษาปัญหาต่างๆ และแอพพลิเคชั่นแจ้งการเตือนภัยให้กับผู้หญิง ซึ่งพรรคยืนยันว่าวันนี้ประชาธิปัตย์พร้อมแล้วที่จะช่วยผลักดันคุณภาพชีวิตผู้หญิงให้ดีขึ้น ด้วยวาระผู้หญิง วาระประชาธิปัตย์

สำหรับพรรคประชาธิปัตย์ได้กำหนดนโยบายด้านสตรีไว้ ดังนี้

1. ผู้หญิงต้องพึ่งพาเเละยืนหยัดอย่างมั่นคงได้ด้วยตนเอง มีที่ดินทํากินชัดเจน มีประกันรายได้ มีเงินออม มีความปลอดภัยในชีวิต ทรัพย์สิน รวมถึง กฎหมายหย่าร้างที่เป็นธรรม ผู้หญิงเท่าเทียม ส่งเสริมการมีส่วนร่วมทางการเมืองของสตรี ด้วยการกำหนดอัตราส่วนของเพศชายและเพศหญิงในสัดส่วนท่ีเหมาะสมในการดำรงตำแหน่งทางการเมือง ในทุกระดับ โดยเฉพาะการเมืองท้องถิ่น

2. ขจัดความรุนเเรงเเละการถูกคุกคามทางเพศ ด้วยการสร้างองค์ความรู้เรื่องความเท่าเทียมและสิทธิเสมอภาคทางเพศให้กับคนทุกกลุ่มวัย ปรับปรุงหลักสูตรเพศศึกษา สร้างโรงเรียนพ่อแม่ เพื่อให้ความรู้ในการเลี้ยงดูลูกในทางที่เหมาะสมโดยปราศจากความรุนแรง นําดิจิตัลเทคโนโลยี เเละ AI มาช่วยป้องกัน ให้ความช่วยเหลือ และเพิ่มช่องทางการร้องทุกข์ เมื่อเกิดคดีความ

ทุกสถานีตำรวจต้องมีพนักงานสอบสวนหญิง เพิ่มประสิทธิภาพการบังคับใช้กฏหมายเพื่อปกป้อง คุ้มครอง สิทธิและเสรีภาพให้กับสตรี แก้กฎหมาย ขยายเวลาให้ผู้เสียหายร้องทุกข์ได้นานขึ้น เป็น 1 ปี และที่สำคัญต้องเพิ่มบทลงโทษกับผู้กระทำความผิด ควบคุมเนื้อหาของสื่อที่แสดงให้เห็นว่าการล่วงละเมิดทางเพศเป็นเรื่องที่ยอมรับได้

3. ผู้หญิงทุกคนต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษ โดยเฉพาะการตรวจและรักษาโรค เช่น มะเร็งปากมดลูก และมะเร็งเต้านม เป็นต้น คนไทยทุกคนตรวจคัดกรองสุขภาพจิตประจำปีฟรีไม่จำกัดอายุ ตรวจสุขภาพกายประจำปีฟรี ตั้งแต่อายุ 50 ปีขึ้นไป

4. ขยายระยะเวลาสิทธิลาคลอดเป็น 6 เดือนรับเงินเดือนเต็ม เกิดปั๊บรับสิทธิ์เงินเเสน เพื่อเป็นค่าเลี้ยงดูที่ช่วยให้ลูกที่เกิดมีความสมบูรณ์แต่วันแรก มีอาหารที่มีคุณภาพ มีศูนย์เด็กเล็กคุณภาพ ไปจนถึง เรียนฟรีจนถึง ปวส. ถ้าเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว ต้องได้รับการลดหย่อนภาษี โดยจะดำเนินการลดจำนวนการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นไปพร้อมกัน

ผอ.โรงเรียนดังประกาศกร้าว! ไม่รับแป๊ะเจี๊ย ลั่นไร้เส้นสายไม่มีกรณีพิเศษ

ผู้อำนวยการโรงเรียนดังชัยนาท ประกาศกร้าว รับสมัครนักเรียน ลั่น! ไม่รับแป๊ะเจี๊ย ไร้เส้นสาย ไม่มีกรณีพิเศษ

วันที่ 4 มีนาคม2562 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่โรงเรียนอนุบาลชัยนาท โรงเรียนระดับประถมศึกษาชื่อดังประจำจังหวัด ได้ขึ้นป้ายประกาศรับสมัครนักเรียนในปีการศึกษาหน้า พ.ศ.2562 แล้ว ซึ่งที่นี่จะรับนักเรียนใหม่ใน1ระดับชั้นคือ ชั้นอนุบาล 1 และชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ที่ในแต่ละปีจะมีนักเรียนมาสมัครจำนวนมากกว่าโควต้าที่โรงเรียนสามารถรับได้

ซึ่งมักจะมีความพยายามวิ่งเต้นของผู้ปกครอง เพื่ออยากที่จะให้บุตรหลานของตนได้เข้าเรียนในโรงเรียนชื่อดังแห่งนี้ ดังนั้นนอกจากป้ายประกาศรับสมัครนักเรียนแลัว ยังมีป้ายประกาศโรงเรียนติดไว้ที่บริเวณประตูหน้าโรงเรียน

โดยนายสมศักดิ์ จิตรเอื้อตระกูล ผู้อำนวยการโรงเรียนฯกล่าวถึงข้อความในป้ายว่า การรับนักเรียนเข้าเรียนของโรงเรียนอนุบาลชัยนาทจะใช้นโยบาย 3 ไม่มี คือ

1. ไม่มีแป๊ะเจี๊ยะ หรือเงินสินบนใต้โต๊ะแลกกับการรับเข้าเรียน

2.ไม่มี เด็กฝากหรือระบบเส้นสายจากฝ่ายใดๆ ทั้งสิ้น

3.ไม่มี กรณีพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นลูก หลานครู หรือแม้แต่หลานของ ผอ.เองก็ไม่สิทธิพิเศษใดๆ เพราะ เมื่อปี 61 หลานของ ผอ.เองก็จับสลากไม่ได้ และต้องไปเข้าเรียนที่โรงเรียนอื่นเหมือนกัน ดังนั้นใครที่กำลังคิดจะวิ่งเต้น ใช้เส้นสาย ผอ.สมศักดิ์บอกเลยว่า ให้เลิกคิดได้เลย

ต่างด้าวข่มขืนยายวัย 72 ปี ทิ้งศพในสวนปาล์ม อ้างเมาไม่รู้ตัว

ต่างด้าวข่มขืนยายวัย 72 ปี ทิ้งศพในสวนปาล์ม อ้างเมาไม่รู้ตัว สามีผู้ตายเผย อยากให้ผู้ต้องหาได้รับโทษถึงประหาร

วันที่ 4 มีนาคม 2562 ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปยัง วัดสว่างมนัส หมู่ 3 ตำบลปากน้ำหลังสวน อ.หลังสวน จ.ชุมพร ที่ตั้งบำเพ็ญกุศลศพของ หญิงชราอายุ 72 ปี ถูกคนร้ายข่มขืนฆ่า และทิ้งศพไว้ในสวนปาล์ม หลังบ้านเช่าหลังหนึ่ง ตั้งอยู่ในพื้นที่หมู่ 1 ตำบลบางน้ำจืด อ.เมือง จ.ชุมพร

ทั้งนี้ บรรยากาศของงานศพเป็นไปด้วยความเงียบเหงามีญาติพี่น้อง และเพื่อนบ้านกว่า 30 คนมาช่วยงานและสมทบทุนกันออกค่าใช้จ่ายในงานศพ เนื่องจากครอบครัวของผู้ตายมีฐานะยากจน หาเช้ากินค่ำไม่มีเงินเก็บออม โดยสามีมีอาชีพขับรถจักรยานยนต์รับจ้างส่วนลูกชายเป็นลูกเรือประมง นอกจากนั้น ภาพถ่ายหน้าศพก็ยังมีเพียงขาตั้ง เนื่องจากทางเจ้าภาพยังไม่มีเงินที่จะไปเอาภาพถ่ายหน้าศพ จึงทำให้ต้องตั้งโรงคู่กับขาตั้งภาพเท่านั้น ส่วนโลงศพก็ได้รับการให้ยืมจากเจ้าของโลงแอร์

สามีผู้ตาย อายุ 72 ปี  กล่าวว่าตนเพิ่งจะเดินทางกลับมาจาก สภ.ปากน้ำหลังสวน เนื่องจากตำรวจเรียกตัวไปสอบปากคำ และได้ดูตัวผู้ต้องหาที่ตำรวจสามารถติดตามจับกุมมาได้ตั้งแต่ช่วงค่ำของเมื่อวานที่ผ่านมา เป็นแรงงานต่างด้าวชาวมอญ ซึ่งทำงานอยู่ในสวนปาล์มใกล้กับบ้านเช่าที่ตนอาศัยอยู่

ปกติก็เคยเห็นและพูดคุยกันบ้างกับฆาตกร และเพิ่งจะเคยมาบ้านตนครั้งแรกแล้วก่อเหตุดังกล่าวขึ้น จากการสอบถามตำรวจทราบว่าผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ทำไปเพราะเมาเหล้าและไม่รู้เรื่อง อย่างไรก็ตามตนยังทำใจไม่ได้กับความสูญเสียที่เกิดขึ้น อยากให้ผู้ต้องหาได้รับโทษถึงประหาร หรือจำคุกตลอดชีวิต เพราะผู้ต้องหามีความโหดเหี้ยมมาก

เพื่อนบ้านผู้เสียชีวิตท่านหนึ่งกล่าวว่า ตนรู้จักกับผู้ตายมานานเป็นคนอัธยาศัยดีไม่เคยมีปัญหากับใคร ชีวิตของยายน่าสงสารเป็นครอบครัวที่ยากจน หาเช้ากินค่ำ ต่อสู้ชีวิตมาตลอดชนิดปากกันตีนถีบ รู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับยาย ส่วนงานศพก็มีบรรดาเพื่อนบ้านช่วยกันสมทบทุนค่าใช้จ่ายคนละเล็กละน้อย

ลูกสาวของผู้ตายเปิดเผยว่า ยังทำใจไม่ได้ ที่บ้านมีฐานะยากจนมากพ่อเป็นเพียงคนขับวินมอเตอร์ไซค์รับจ้างเท่านั้น วันนี้ได้หยิบยืมเงินของเพื่อนบ้านมาเพื่อบำเพ็ญกุศลศพให้แม่ และตั้งใจจะทำศพเป็นเวลา 5 วัน ในส่วนของคดีปล่อยเป็นหน้าที่ของพ่อที่จะประสานงานกับตำรวจ ซึ่งทราบว่าสามารถจับตัวผู้ต้องสงสัยเป็นชาย ชาวมอญได้ 1 คน เป็นผู้ที่อาศัยอยู่ข้างๆ บ้าน และรู้จักกับแม่และลูกชายของแม่หรือน้องชายเป็นอย่างดี ไม่คิดว่าจะมาก่อเหตุ ขอให้ตำรวจได้ดำเนินคดีไปตามกฎหมาย หลังเกิดเหตุชาวบ้านในบริเวณบ้านของแม่ มีความหวาดกลัวเป็นอย่างมาก ไม่กล้าที่จะออกจากบ้านหลังพลบค่ำ จึงอยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ มีความถี่ในการเข้ามาตรวจตราบริเวณบ้านที่เกิดเหตุบ่อยๆ นอกจากนั้นขอให้ควบคุมแรงงานต่างด้าว ซึ่งมักจะดื่มสุราแล้วก่อเหตุทะเลาะเบาะแว้งรวมถึงก่อเหตุร้ายอยู่เป็นประจำ

ด้านเจ้าหน้าที่จากสำนักงานยุติธรรมจังหวัดชุมพร ซึ่งได้รับมอบหมายจากผู้อำนวยการ สำนักงานคุมประพฤติจังหวัดชุมพร ในฐานะยุติธรรมจังหวัดให้เจ้าหน้าที่เดินทางมาเยี่ยมเยียนครอบครัวผู้เคราะห์ร้ายพร้อม ทั้งสอบถามรายละเอียดและแจ้งสิทธิที่ครอบครัวของผู้เสียหายจะได้รับ จากเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น ซึ่งจะได้นำไปเสนอเพื่อพิจารณาให้ความช่วยเหลือลำดับต่อไป

ส่วนความคืบหน้าทางคดี พ.ต.อ.สัญญา พาตินธุ ผกก.สภ.ปากน้ำหลังสวน เปิดเผยว่าหลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมผู้ต้องหาซึ่งเป็นแรงงานต่างด้าวได้ 2 คน เป็นพี่น้องกัน คือนายซู หรือตะวัน อายุ 37 ปี และนายมินโทน 20 ปี เป็นชาวมอญสัญชาติเมียนมา

จากการสอบสวนนายตะวันรับสารภาพเป็นคนข่มขืนฆ่ายายสมวันสาเหตุมาจากเมาเหล้า จึงแจ้งข้อหาฆ่าผู้อื่นตายโดยเจตนา ส่วนข้อหาข่มขืนต้องรอผลการพิสูจน์จากแพทย์ และนิติเวชก่อนจึงจะแจ้งข้อกล่าวหาได้ นายมินโทนน้องชายไม่ได้เกี่ยวข้องกับคดีที่พี่ชายก่อขึ้น แต่จากผลการตรวจปัสสาวะเป็นสีม่วงมีสารเสพติด จึงแจ้งข้อกล่าวหาตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ