เปิดจองเหรียญที่ระลึกพระราชพิธีบรมราชาภิเษก

วันนี้เป็นวันแรกที่ กรมธนารักษ์ จะเปิดให้จองเหรียญที่ระลึก เนื่องในโอกาสพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ผ่านหลากหลายช่องทางรวมถึงออนไลน์ด้วย

นายอำนวย ปรีมนวงศ์ อธิบดีกรมธนารักษ์ เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่มีการซักซ้อมระบบก่อนที่จะเปิดให้ประชาชนจองเหรียญกษาปณ์ที่ระลึก เหรียญที่ระลึก และเหรียญเฉลิมพระเกียรติ ในโอกาสพระราชพิธีบรมราชาภิเษก 4 พฤษภาคม 2562 เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร

สำหรับการเปิดจองเริ่มวันนี้ เป็นวันแรก ผ่านกรมธนารักษ์ / ธนาคารกรุงไทย/ ไปรษณีย์ไทย และ บริษัท เคาน์เตอร์เซอร์วิส จำกัด ทุกแห่งทั่วประเทศ 13,000 แห่ง รวมถึงจองผ่านออนไลน์ ซึ่งระบบมีความพร้อมแล้ว โดยจะเปิดให้จองพร้อมกันทุกระบบตั้งแต่เวลา 8นาฬิกา 30 นาที และยังเตรียมพื้นที่ในกรมธนารักษ์ เพื่อรองรับผู้มาจองเหรียญด้วย

คาดว่าจำนวนประชาชนที่จะเดินทางมาที่กรมธนารักษ์ จะไม่มากนัก เพราะครั้งนี้ได้เพิ่มช่องทางจองมากขึ้น คาดว่าวันแรกจะมียอดจอง ร้อยละ 50 ของจำนวนทั้งหมด 5 ล้านเหรียญ เหรียญกษาปณ์ที่ระลึก ได้แก่ ทองคำขัดเงา เหรียญละ 40,000 บาท /เหรียญเงินขัดเงา เหรียญละ 3,000 บาท และเหรียญกษาปณ์ที่ระลึกทองแดงผสมนิกเกิล เหรียญละ 20 บาท

ส่วนเหรียญที่ระลึก ได้แก่ เหรียญที่ระลึกแพลทินัม เหรียญละ 1 ล้านบาท / เงินรมดำพ่นทราย เหรียญละ 5,000 บาท /เหรียญระลึกทองแดงรมดำพ่นทราย เหรียญละ 3,000 บาท ส่วนเหรียญที่ระลึกแพรแถบ เหรียญละ 1,600 บาท
โดยสามารถจองได้ 1 สิทธิ์ ต่อ 1 หมายเลขบัตรประชาชน ยกเว้นเหรียญชนิดราคา 20 บาท จองได้ไม่เกิน 20 เหรียญ และเหรียญแพทตินั่ม ไม่จำกัดจำนวน เปิดจองไปจนถึงวันที่ 4 เมษายน และ รับเหรียญได้ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2562 เป็นต้นไป

รอง ผกก.งานสนับสนุนฯ บก.ปอท.แนะวิธีใช้งานอินเตอร์เน็ตอย่างไรให้ปลอดภัย

พ.ต.ท.อมรชัย ลีลาขจรจิตร รอง ผกก. กลุ่มงานสนับสนุนคดีเทคโนโลยี บก.ปอท. กล่าวถึงวิธีการใช้อินเตอร์เน็ตอย่างปลอดภัย สิ่งที่ควรปฏิบัติ 

วันที่ 4 มี.ค. ที่ บก.ปอท.(กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางทีโน(โลยี) พ.ต.ท.อมรชัย ลีลาขจรจิตร รอง ผกก. กลุ่มงานสนับสนุนคดีเทคโนโลยี บก.ปอท. กล่าวถึงวิธีการใช้อินเตอร์เน็ตอย่างปลอดภัย สิ่งที่ควรปฏิบัติ ด้วยวิธีดังนี้

1. เก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล ให้ปลอดภัยอยู่เสมอ

นายจ้างหรือลูกค้าที่มีความเคารพมากพอ พวกเขาจะไม่ก้าวก่ายความเป็นส่วนตัวของคุณ ฉะนั้นพวกเขาไม่จำเป็นต้องรู้สถานะความสัมพันธ์ส่วนตัว หรือที่อยู่บ้านของคุณ สิ่งที่พวกเขาจำเป็นต้องรู้คือความสามารถของคุณเกี่ยวกับอาชีพ และวิธีการติดต่อกับคุณเท่านั้น ดังนั้นคุณจึงไม่จำเป็นต้องส่งข้อมูลส่วนบุคคลทั้งหมดให้กับคนแปลกหน้า และอย่าให้ข้อมูลเหล่านี้แก่ผู้คนนับล้านบนโลกออนไลน์

2. เปิดการตั้งค่าความเป็นส่วนตัวของคุณไว้

นักการตลาดจะอยากทราบข้อมูลทั้งหมดเกี่ยวกับตัวคุณ และแฮกเกอร์ทำเช่นกัน ทั้งสองคนสามารถเรียนรู้ได้จากการเรียกดูและการใช้งานโซเชียลมีเดียของคุณ แต่คุณสามารถดูแลข้อมูลของคุณได้ ตามที่ระบุไว้ใน Lifehacker เว็บเบราเซอร์และระบบปฏิบัติการบนมือถือจะมีการตั้งค่าเพื่อปกป้องความเป็นส่วนตัวของคุณทางออนไลน์ เว็บไซต์ที่สำคัญเช่น Facebook มีการตั้งค่าการเพิ่มความเป็นส่วนตัวที่พร้อมใช้งาน การตั้งค่าเหล่านี้จะทำให้ข้อมูลของคุณไม่ปรากฎบนโลกออนไลน์ และค้นหาได้ยากขึ้น เนื่องจาก บริษัท ต้องการให้ข้อมูลส่วนบุคคลของคุณสำหรับมูลค่าทางการตลาด และอย่าลืม! ตรวจสอบว่าคุณได้เปิดใช้งานการป้องกันความเป็นส่วนตัวเหล่านี้แล้ว

3. เลือกเว็บเบราเซอร์ที่ปลอดภัย

คุณจะไม่เลือกที่จะเดินผ่านย่านที่อันตราย – อย่าไปที่ย่านที่เป็นอันตรายในโลกออนไลน์ อาชญากรไซเบอร์ใช้เนื้อหาที่น่ากลัวเป็นเหยื่อ พวกเขารู้ว่าบางครั้งคนถูกล่อลวง โดยเนื้อหาที่น่าสงสัยและอาจทำให้การระวังตัวของพวกเขาต่ำลงเมื่อได้ค้นหาได้ทางอินเทอร์เน็ต ซึ่งเต็มไปด้วยข้อผิดพลาดที่ไม่สามารถมองเห็นได้ การคลิกอย่างประมาทอาจทำให้ข้อมูลส่วนตัวหรือทำให้อุปกรณ์ของคุณเกิดการติดเชื้อมัลแวร์ได้ และเป็นการกระตุ้นให้แฮกเกอร์ใช้ช่องโหว่เหล่านั้นในการโจมตีคุณ

4. ตรวจสอบว่าการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตของคุณมีความปลอดภัย

เมื่อคุณออนไลน์ในที่สาธารณะ ตัวอย่างเช่น โดยใช้การเชื่อมต่อ Wi-Fi สาธารณะ PCMag จะแจ้งว่าคุณไม่สามารถควบคุมความปลอดภัยได้โดยตรง ผู้เชี่ยวชาญระบบความปลอดภัยในโลกไซเบอร์กังวลเกี่ยวกับ “จุดปลายทาง” ซึ่งเป็นที่ที่เครือข่ายส่วนตัวเชื่อมต่อกับโลกภายนอก ปลายทางที่ไม่ปลอดภัยคือการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตในสถานที่ที่คุณอาศัยอยู่ การตรวจสอบจะช่วยคุณสังเกตว่าอุปกรณ์ของคุณปลอดภัย
ดังนั้นโปรดรอสักครู่จนกว่าระบบจะตรวจสอบเสร็จเรียบร้อย ก่อนที่จะให้ข้อมูลเช่น หมายเลขบัญชีธนาคาร

5. ระวังสิ่งที่คุณดาวน์โหลด

เป้าหมายสูงสุดของอาชญากรไซเบอร์ คือการหลอกลวงให้คุณดาวน์โหลดโปรแกรมหรือแอปพลิเคชันมัลแวร์ที่มีมัลแวร์ หรือพยายามขโมยข้อมูล มัลแวร์เหล่านี้สามารถปลอมตัวเป็นแอพพลิเคชั่นใดใดได้ ตามคำแนะนำของ PCWorld อย่าดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นที่ดูน่าสงสัย หรือมาจากเว็บไซต์ที่ไม่น่าเชื่อถือโดยเด็ดขาด

ปากีสถานเร่งแก้ปัญหาการระบาดของโรคโปลิโอ

รัฐบาลปากีสถานพยายามต่อสู้และกำจัดโรคโปลิโอให้หมดไปจากประเทศ

การกำจัดโรคโปลิโอให้หมดไปจากปากีสถาน ถือว่าไม่ใช่เรื่องง่าย แม้ว่าเมื่อปี 2560 ตัวเลขผู้ที่ป่วยเป็นโรคโปลิโอจะลดลงเหลือไม่ถึง 10 คนแล้ว แต่ก็ยังคงพบเชื้อไวรัสโรคโปลิโออยู่ในปากีสถาน จากนั้นเมื่อปี 2561 ตัวเลขผู้ป่วยโรคโปลิโอก็เพิ่มขึ้นเป็น 12 คน ขณะที่รัฐบาลปากีสถานมุ่งมั่นจัดทำโครงการให้ภูมิคุ้มกันโรคโปลิโอแก่เด็กทุกคนที่อายุต่ำกว่า 10 ปี

เจ้าหน้าที่กระทรวงสาธารณสุขปากีสถานพยายามกำจัดโรคโปลิโอให้หมดไป แต่ก็ยังถูกคัดค้านในบางพื้นที่ เนื่องจากหลายคนมองว่าโครงการให้วัคซีนดังกล่าวเป็นการแทรกแซงจากชาติตะวันตก ในขณะที่บางกลุ่มมองว่าวัคซีนจะส่งผลกระทบต่อระบบสืบพันธุ์ในเด็กผู้หญิง หลังจากที่ได้ทราบข่าวเรื่องนี้มาจากผู้ไม่ประสงค์ดี

นอกจากนี้ยังมีเหตุการณ์กลุ่มติดอาวุธโจมตีเจ้าหน้าที่และตำรวจที่ทำหน้าที่ขนวัคซีนโปลิโอเกิดขึ้นบ่อยครั้ง จนทำให้มีผู้เสียชีวิตหลายราย

แม้ว่าจะมีเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น แต่เจ้าหน้าสาธารณสุขปากีสถานหลายคน ก็ย่อท้อและยังคงเดินหน้าทำหน้าที่ให้วัคซีนแก่เด็กๆ เป็นประจำทุกวัน

โครงการต่อสู้โรคโปลิโอได้เริ่มต้นขึ้นใหม่อีกครั้งเมื่อไม่นานมานี้ ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวด แต่ปัญหาเรื่องกลุ่มติดอาวุธก็ยังถือเป็นอุปสรรคสำคัญในการทำงานของเจ้าหน้าที่

อย่างไรก็ตามปากีสถาน ถือเป็นหนึ่งใน 3 ประเทศ ร่วมกับอัฟกานิสถานและไนจีเรีย ที่ยังคงล้มเหลวในการกำจัดโรคโปลิโอให้หมดไปจากประเทศ