เกาหลีใต้-สหรัฐฯ เริ่มปฏิบัติการซ้อมรบแบบใหม่

เกาหลีใต้เผยเริ่มต้นปฏิบัติการซ้อมรบร่วมกับสหรัฐฯ แบบใหม่ ขณะที่มีรายงานว่าผู้นำสูงสุดเกาหลีเหนือเดินทางออกจากเวียดนามแล้ว

คณะเสนาธิการร่วมเกาหลีใต้ และกองบัญชาการผสมเกาหลีใต้-สหรัฐฯ ออกแถลงการณ์เมื่อวานนี้ว่า ทั้ง 2 ประเทศจะเริ่มปฏิบัติการซ้อมรบแบบใหม่ในวันนี้ไปจนถึงวันที่ 12 มีนาคม โดยเป็นการซ้อมรบที่ปรับมาจากปฏิบัติการซ้อมรบแบบเดิม

ปฏิบัติการซ้อมรบนี้เรียกว่า “ดองเมียง” ซึ่งมีความหมายว่า “พันธมิตร” ซึ่งถูกปรับมาจากปฏิบัติการซ้อมรบเดิม ที่จัดในช่วงฤดูใบไม้ผลิของทุกปี เรียกว่า “โฟล อีเกิล” ซึ่งเป็นการซ้อมรบร่วมกันของกองทัพบก, กองทัพอากาศ, กองทัพเรือ และหน่วยปฏิบัติการพิเศษหลายพันนาย และปฏิบัติการซ้อมรบ “คีย์ รีโซล์ฟ” ซึ่งเป็นการฝึกซ้อมในสถานการณ์จำลองด้วยคอมพิวเตอร์

นับตั้งแต่การประชุมสุดยอดผู้นำสหรัฐฯ-เกาหลีเหนือครั้งแรก ที่สิงคโปร์ สหรัฐฯ และเกาหลีใต้ได้ระงับการซ้อมรบหลายครั้ง เพื่อสนับสนุนการเจรจาดังกล่าว

ด้านความเคลื่อนไหวของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ หลังการประชุมสุดยอดสหรัฐฯ-เกาหลีเหนือครั้งที่ 2 ในกรุงฮานอย ล้มเหลวเมื่อสัปดาห์ก่อน เขาได้กล่าวในงานประชุมปฏิบัติการทางการเมืองของฝ่ายอนุรักษ์นิยม ในสหรัฐฯ เมื่อวันเสาร์ตามเวลาท้องถิ่น ว่า เกาหลีเหนือจะมีอนาคตทางเศรษฐกิจที่สดใส หากทั้ง 2 ประเทศสามารถทำข้อตกลงกันได้ แต่จะไร้อนาคตทางเศรษฐกิจหากยังมีอาวุธนิวเคลียร์ไว้ในครอบครอง พร้อมย้ำว่า ความสัมพันธ์สหรัฐฯ กับเกาหลีเหนือ “แน่นแฟ้นมาก”

ขณะเดียวกัน สถานีโทรทัศน์ KRT ของทางการเกาหลีเหนือ รายงานวานนี้ ว่า นายคิม จอง-อึน ผู้นำสูงสุดเกาหลีเหนือ เดินทางออกจากกรุงฮานอยของเวียดนามแล้วเมื่อวันเสาร์ หลังเสร็จสิ้นภารกิจเยือนเวียดนาม โดยได้เผยแพร่ภาพถ่ายที่นายคิมเยือนสุสานโฮจิมินห์ และเดินทางออกจากเวียดนามที่เมืองดงซัง ชายแดนของเวียดนาม

สื่ออินเดียแฉปากีสถานบังคับนักบินอัดคลิปสรรเสริญตัวเองแลกอิสระ

สื่ออินเดียแฉกองทัพปากีสถานบังคับนักบินอินเดียอัดคลิปชื่นชม แลกกับการปล่อยตัวกลับบ้านเกิด

กลายเป็นประเด็นที่ผู้คนให้ความสนใจ กรณีที่ปากีสถานยอมปล่อยตัวนาวาอากาศโทอภินันทาน วารธามัน นักบินอินเดีย เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา โดยเขาถูกจับกุมหลังเครื่องบินรบถูกปากีสถานยิงร่วง เพื่อตอบโต้ที่เขาบินข้ามเขตแดนเข้าไปโจมตีกลุ่มติดอาวุธ
การจับกุมตัวนักบินอินเดียรายนี้เป็นตัวแปรสำคัญของเหตุขัดแย้งระหว่างอินเดียและปากีสถานที่ปะทุขึ้นล่าสุด

นายวารธามัน ดีดตัวออกจาเครื่องบินที่ถูกยิงตก ก่อนจะตกลงมาในเขตพื้นที่ของปากีสถาน และถูกนำตัวไปตรวจเช็กที่โรงพยาบาล รวมทั้งถูกทหารและเจ้าหน้าที่ความมั่นคงปากีสถานสอบสวน

ขณะที่สื่อรายงานว่า นายวารธามันถูกปล่อยตัวกลับบ้าน เนื่องจากถูกบังคับให้ถ่ายคลิปวิดีโอเพื่อแลกกับอิสรภาพ ซึ่งกองทัพปากีสถานเป็นผู้เผยแพร่คลิปวิดีโอดังกล่าวที่ถูกตัดต่อหลายจุด ก่อนจะปล่อยตัวนักบินอินเดีย โดยเนื้อหาในคลิป นายวารธามันกล่าวชื่นชมความเป็นมืออาชีพของกองทัพปากีสถาน และวิพากษ์วิจารณ์สื่ออินเดียที่ต้องการสร้างสงครามประสาทขึ้น

แต่นายโอมาร์ อับดุลลาห์ อดีตมุขมนตรีรัฐจัมมูร์และแคชเมียร์ในอินเดีย กล่าวว่า วิดีโอดังกล่าวกลายเป็นจุดด่างพร้อยของปากีสถานที่รีบปล่อยตัวนักบินอินเดียอย่างรวดเร็ว และภาพที่สร้างขึ้นก็เสียหาย เพราะบังคับให้นักบินอัดคลิปวิดีโอก่อนปล่อยตัว กระทั่งสื่ออินเดียวิจารณ์ว่า คลิปวิดีโอดังกล่าวน่ารังเกียจ และละเมิดมาตรฐานระหว่างประเทศเกี่ยวกับการปฏิบัติต่อเชลยศึก

ด้านนายชาห์ เมห์หมุด กูเรชี รัฐมนตรีต่างประเทศปากีสถาน กล่าวว่า ได้ดำเนินการอย่างรอบคอบในการปล่อยตัวนักบินอินเดีย และไม่ได้มีแรงกดดันใดๆ ให้ต้องทำเช่นนั้น ส่วนทางด้านสื่อปากีสถาน ได้ออกมาแสดงความชื่นชมรัฐบาลที่ปล่อยตัวนักบินอินเดีย

สถานการณ์ไฟป่ารัฐวิกตอเรียรุนแรงขึ้น

ภาพประกอบข่าว

กระแสลมเปลี่ยนทิศอาจทำให้สถานการณ์ไฟป่าที่กำลังลุกลามในรัฐวิกตอเรียของออสเตรเลียเลวร้ายขึ้น

เว็บไซต์สถานีโทรทัศน์ไนน์นิวส์ รายงานวานนี้(3 มี.ค.2562) ว่าสถานการณ์ไฟป่าที่เกิดขึ้นทั่วรัฐวิกตอเรียของออสเตรเลีย อาจทำให้ชุมชนในพื้นที่เผชิญความเสี่ยงมากขึ้น เนื่องจากกระแสลมที่เปลี่ยนทิศทาง อาจทำให้เปลวไฟลุกลาม และทำให้เจ้าหน้าที่ดับเพลิงปฏิบัติการควบคุมเพลิงได้ยากขึ้น

ไฟป่าลุกลามสร้างความเสียหายแก่พื้นที่ในเขตอุทยานแห่งชาติเมืองบันยิป กว่า 6 หมื่น 2 พัน 500 ไร่ และเมื่อคืน ตามเวลาท้องถิ่น ไฟกำลังเคลื่อนที่ไปยังถนนปรินส์ ไฮเวย์ โดยมีเจ้าหน้าที่ประจำจุดเพื่อดับไฟอยู่ตลอดแนวถนน

รายงานระบุว่า กระแสลมที่เปลี่ยนทิศทางในเวลา 21 นาฬิกาของเมื่อคืน จะทำให้ไฟป่าในพื้นที่เมืองบันยิปเคลื่อนที่ไปทางตะวันออก ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ดับเพลิงมากกว่า 2 พันคนกำลังปฏิบัติหน้าที่ควบคุมเพลิงอยู่ในพื้นที่โดยรอบ ส่วนสาเหตุของการเกิดไฟป่าครั้งนี้คือฟ้าผ่า ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา

นายเทรเวอร์ โอเวน ผู้ช่วยหัวหน้าเจ้าหน้าที่หน่วยดับเพลิงในพื้นที่กล่าวว่า ไฟป่าครั้งนี้เลวร้ายกว่าครั้งเมื่อปี 2552 ซึ่งเกิดขึ้นในพื้นที่เดียวกัน

ไฟฟ้าของอาคารกว่า 800 แห่งในเมืองบันยิปถูกตัดขาด ส่วนผู้อยู่ในพื้นที่อื่นๆ ถูกสั่งห้ามออกจากที่อยู่อาศัยและให้หาที่หลบภัยโดยทันที ขณะที่มีการตั้งศูนย์บรรเทาภัยพิบัติสำหรับผู้ที่ต้องอพยพออกจากที่อยู่อาศัยแล้ว 3 แห่ง

ส่วนที่เมืองยินนาร์เซาท์ มีรายงานยืนยันว่า บ้าน 2 หลังได้รับความเสียหายจากไฟป่าที่ลุกลามอย่างไม่สามารถควบคุมได้ ซึ่งขยายตัวจากขนาด 6 พัน 250 ไร่ เป็น 9 พัน 375 ไร่ และยังมีไฟไหม้อีกมากกว่า 30 จุดทั่วรัฐวิกตอเรีย ซึ่งมีระดับความรุนแรงมากสำหรับย่านกลางเมือง และยังมีความรุนแรงสูงในพื้นที่ส่วนที่เหลือของรัฐ