ทำความรู้จัก ‘โมโม ชาเลนจ์’ เกมฆ่าตัวตายออนไลน์ ตัวการ์ตูนอันตรายระบาดโซเชียล ชักชวนเด็กทำร้ายร่างกายตัวเอง ต้นเหตุความวิตกของพ่อแม่ห่วงลูกเลียนแบบ
จากกรณีที่เกิดความตื่นตัวอย่างกว้างขวางในโลกออนไลน์ คลิป “Momo Challenge” ในเว็บไซต์ youtube และ youtube kids เป็นคลิปชวนเด็กทำกิจกรรมต่างๆ เสี่ยงอันตราย ที่อาจนำไปสู่การฆ่าตัวตายได้ หลังจากพบว่ากิจกรรมเชิญชวนดังกล่าวล้วนเป็นวิธีการของการฆ่าตัวตาย
ซึ่งนอกจากกิจกรรมดังกล่าวแล้ว “Momo Challenge” ยังรวมไปถึงการสอนให้เด็กไปทำร้ายร่างกายคนอื่น รวมทั้งขู่เด็กห้ามบอกใครว่าได้ดูคลิปดังกล่าว จนกลายเป็นปัญหาหวั่นวิตกของเหล่าบรรดาผู้ปกครองอยู่ในขณะนี้ ก่อนที่เวลาต่อมาบริษัทดังหลายแห่งถึงกับประกาศขอขั้นแบนไปซื้อโฆษณากับทาง Youtube หากยังไม่มีมาตรการเด็ดขาดแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น
วันนี้ MThai News จะพาไปทำความรู้จักกับ “Momo Challenge” กิจกรรมอันตราย เสี่ยงเล่นเลียนแบบถึงตาย ที่กำลังเป็นประเด็นอยู่ในขณะนี้กัน
Momo Challenge เป็นภาพรูปปั้นผู้หญิงครึ่งคนครึ่งนก ตาปูดโปน หน้าตาดูน่าเกลียดน่ากลัวในแกลเลอรีของประเทศญี่ปุ่น ภาพนี้ถูกนำมาใช้เป็นมีมในโมโมชาเลนจ์ โดยเจ้าของรูปปั้นไม่เกี่ยวอะไรด้วย เพื่อชักชวนให้คนบนโซเชียลทำอะไรเสี่ยงๆ รวมถึงทำร้ายผู้อื่นหรือตัวเอง และหากทำภารกิจไม่สำเร็จ หรือบอกเรื่องนี้กับผู้อื่นจะเกิดผลเสียตามมาต่อผู้ชมคลิป ซึ่งเนื้อหาอาจดัดแปลงไปตามมีมแต่ละอัน
Momo Challenge เริ่มแพร่หลายในปี 2018 และกลับมาอีกครั้งในขณะนี้ วิธีการคล้ายกับกรณีข้างบนคือ คลิปการ์ตูนที่ใช้ตัวละครดังๆ อย่าง Splatoon, Fortnite หรือ Peppa Pig ถูกดัดแปลงให้แทรกหน้าของ Momo เข้ามาในบางช่วง และบอกให้เด็กๆ ทำสิ่งที่อันตรายอย่าง เช่น เข้าไปในครัว เปิดแก๊ส หรือหยิบมีดมาปาดคอตัวเอง
โดยขู่ว่าห้ามบอกพ่อแม่ มิฉะนั้นพ่อแม่จะเกิดอันตราย คล้ายกับคำสาปผ่านฟอร์เวิร์ดเมล์ในสังคมออนไลน์ยุคก่อน โดยมีกฎว่าจะต้องทำการประลองให้ครบทุกข้อ เพื่อหลีกหลีกการถูกสาปแช่งหลอกหลอนไปทั้งชีวิต มีการตั้งข้อสังเกตว่า ผู้ใช้ปริศนาดังกล่าวต้องการเพียงแค่ลวงข้อมูลส่วนตัวของเด็กๆ เหล่านี้หรือไม่ ก่อนที่เรื่องดังกล่าวจะแดงขึ้นมาอีกครั้งจากการที่เกมดังกล่าวโผล่ขึ้นมาใน YouTube Kids
อย่างไรก็ดี องค์กรการกุศลเพื่อป้องกันการฆ่าตัวตาย ของอังกฤษ หรือ สะมาริตันส์ จะออกมาระบุว่า ไม่มีหลักฐานยืนยันในอังกฤษและหลายประเทศที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทำร้ายตัวเองเนื่องจากตัวการ์ตูน “โมโม” นอกจากนี้ เว็บไซต์ สนู๊ป ซึ่งตรวจสอบข่าวปลอม เผยว่า แม้โมโม ชาเลนจ์ จะเป็นข่าวปลอม แต่รายงานข่าวและคำเตือนที่ออกไปยังสร้างความวิตกต่อเด็กเป็นอย่างมาก
อย่างไรเสียแม้ว่าเหตุการณ์ลักษณะนี้ยังไม่เกิดขึ้นในประเทศไทย แต่เด็กส่วนใหญ่ในเมืองไทยกลับมีการติดตามช่อง YouTube Kids เป็นจำนวนมาก โดยแต่ละคลิปมีการเข้าชมหลายร้อยวิว ดังนั้นเพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุ พ่อแม่ผู้ปกครองควรใช้โอกาสนี้เอาใจใส่ สอนบุตรหลานถึงความปลอดภัยในการเล่นโซเชียล
และเปิดใจพูดคุยถึงเนื้อหาต่างๆ ที่บุตรหลานกำลังเข้าถึงด้วย เพื่อความรู้เท่าทันและไม่ตกเป็นเยื่อของภัยคุกคามที่อาจเป็นอันตรายจากการท่องโลกออนไลน์ได้ แม้ว่า โฆษกของ YouTube ยืนยันว่าไม่พบคลิปเหล่านี้ในช่วงหลัง แต่ก็ย้ำว่าให้รีพอร์ตเพื่อให้ทีมงานของ YouTube สามารถลบคลิปได้ทันที






