แม่ค้าสาวเครียด กระโดดทางด่วนบูรพาวิถีดับ โพสต์ข้อความสุดท้าย ‘เหนื่อยอยากพัก’

แม่ค้าสาวเครียด กระโดดทางด่วนบูรพาวิถีเสียชีวิต โพสต์ข้อความสุดท้ายทิ้งไว้ ‘เหนื่อยอยากพัก’

วันนี้(28 มี.ค.) ช่วงกลางดึกที่ผ่านมา เกิดเหตุหญิงตกจากที่สูงบริเวณถนนบางนา-ตราด ช่วงกิโลเมตรที่ 2 จากการตรวจสอบหญิงสาวกระโดดจากทางด่วนบูรพาวิถี ทิศทางขาเข้ากรุงเทพ ช่วงก่อนถึงไบเทค บางนา โดยด้านบนทางด่วนบูรพาวิถี มีรถยนต์เก๋งฮอนด้าแจ๊สจอดอยู่ในช่องทางด้านซ้าย ล็อคประตูรถทุกด้าน บริเวณด้านล่างบนถนนบางนาตราด ใต้จุดที่รถยนต์เก๋งจอดอยู่ พบร่างนางสาวสุพัตรา อายุ 33 ปี นอนเสียชีวิต

สอบถามครอบครัวผู้เสียชีวิต เผยว่า สาวรายดังกล่าวประกอบธุรกิจขายเสื้อผ้าสำหรับคนตัวอวบที่ห้างแห่งหนึ่ง ย่านถนนศรีนครินทร์ โดยได้เดินทางออกจากบ้านพักย่านการเคหะบางพลี ซึ่งก่อนออกจากบ้านพักได้บอกกับทางครอบครัวเพียงว่าจะออกมากินก๋วยเตี๋ยว ต่อมาเวลา 01.00 น. ผู้ตายโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า “เหนื่อยอยากพัก” ทำให้ทางครอบครัวรู้สึกเป็นห่วง จึงได้มีการพยายามโทรติดต่อ จนกระทั่งได้ทราบว่าเสียชีวิตแล้ว

ทั้งนี้ สาเหตุทางครอบครัวคาดว่า ผู้ตายน่าจะเครียด จากสาเหตุที่เสื้อผ้าที่เป็นสินค้ารอจำหน่ายเสียหายจากการถูกน้ำท่วมขังภายในร้านค้า มูลค่ากว่า 2 แสนบาท และทางโครงการห้างดังยังไม่มีการติดต่อมาเพื่อรับเจรจาค่าเสียหาย เบื้องต้น พนักงานสอบสวน สน.บางนา มีคำสั่งให้มูลนิธิร่วมกตัญญู นำร่างผู้เสียชีวิตส่งชันสูตร ที่โรงพยาบาลจุฬาฯ อีกครั้งต่อไป

ภาพจาก ข่าว อาชญากรรม อุบัติเหตุ อุบัติภัย และกลุ่มอาสาสมัคร”

แจ้งเลี่ยงเส้นทาง! ระเบิดหินขยายถนนสายตาก-แม่สอดวันนี้

แขวงการทางตากที่ 2 ระเบิดหิน แจ้งปิดการจราจร ขอให้ประชาชนวางแผนการใช้เส้นทาง สายตาก-แม่สอด

วันนี้ (28 มี.ค. 62) แขวงการทางตากที่ 2 (แม่สอด) แจ้งว่า เวลา 09. 00 น.-09.45 น. โดยประมาณ โครงการก่อสร้างขยายเส้นทางหลวง หมายเลข 12 ถนนสายตาก-แม่สอด ตอน 4 จะทำการระเบิดหินใหญ่ ที่ดอยผาระกา ประมาณระหว่างหลัก กม. 31 [ทล. 105 กม.54 +850 ] โดยจะเริ่มปิดเส้นทางที่บริเวณ จุดสกัดรถมาจากเมืองตาก จุดแจ้งเหตุพะวอ ปากทางเข้าบ้านแม่ละเมา อ.แม่สอด จ.ตาก และบริเวณ จุดสกัดรถที่มาจากนครแม่สอด ที่ศาลเจ้าพ่อพะวอ จึงขอประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนผู้ใช้เส้นทางในวันเวลาดังกล่าว ได้วางแผนการเดินทาง

สำหรับการขยายถนนตาก – แม่สอด ระยะทาง 76 กิโลเมตร ให้เป็น 4 ช่องจราจร เพื่อเอื้อต่อการค้าชายแดน รองรับการเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้านในแนวตะวันออก – ตะวันตก และลดการเกิดอุบัติเหตุของผู้ใช้เส้นทาง ผลการศึกษาและความคิดเห็นของประชาชนในพื้นที่สรุปว่า สามารถขยายเส้นทางก่อสร้างในเขตทางเดิมได้ โดยไม่ต้องเวนคืนเขตทางเพิ่ม ทำให้มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อย

นศ.สาวโพสต์เตือน! นำมือถือไปซ่อม กลับมาถูกนำไปใช้ขายบริการ

นักศึกษาสาวปี 2 มหาวิทยาลัยชื่อดังเมืองขอนแก่น นำมือถือส่งซ่อมมีแอพพลิเคชั่นกล้องวงจรปิดที่สามารถควบคุมจากอีกเครื่องได้โผล่ในเครื่อง แถมยังผู้ชายแอดไลน์มาขอซื้อบริการถึง 5 คน

จากกรณีที่โลกออนไลน์มีการแชร์เรื่องราวของผู้ใช้เฟซบุ๊ครายหนึ่งที่ใช้ชื่อ “Thanatchaphon Phawaphutanon” ซึ่งโพสต์ข้อความบอกเล่าว่า นำโทรศัพท์ไปซ่อมแล้วถูกนำไลน์ส่วนตัวไปใช้ หลังจากที่ทราบได้ไปสถานีตำรวจเพื่อลงบันทึกประจำวันไว้ แต่ทางเจ้าหน้าที่บอกว่า ลงไว้จะใช้เป็นได้แค่หลักฐานไม่สามารถนำไปสู้คดีได้หากเกิดเหตุอะไรขึ้น และบอกกับทางเรามาว่า รอให้มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นก่อนหรือรอให้มีคลิปหลุดก่อนค่อยมาแจ้งความ ซึ่งคำพูดที่ได้ยินจริงๆ รู้สึกแย่กว่านี้ และยังบอกว่าเจ้าของร้านขู่ว่าให้ลบโพสต์ ถ้าไม่ลบจะฟ้อง พรบ.คอมฯ ทำให้ชาวเน็ตเข้ามาแชร์และแสดงความคิดเห็นจำนวนมากให้เอาเรื่องถึงที่สุด

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวติดต่อไปยัง นส.ธนัชพร ภวภูตานนท์ นักศึกษามหาวิทยาลัยชื่อดัง จังหวัดขอนแก่น ผู้เสียหาย เล่าถึงความไม่ชอบมาพากลหลังจากที่เมื่อช่วงเช้าของวันที่ 26 มีนาคมที่ผ่านมา ได้นำโทรศัพท์มือถือยี่ห้อ OPPO รุ่น F1 Plus ไปซ่อมที่ร้านรับซ่อมโทรศัพท์มือถือแห่งหนึ่งหลังมหาวิทยาลัยว่า ได้ตกลงราคาค่าซ่อมที่ 1,500 บาท หลังช่วงเย็นนัดรับได้จ่ายค่าซ่อมไป

เมื่อเปิดดูกลับพบว่ายังมีอาการเหมือนเดิม จึงแจ้งเจ้าของร้านแต่กลับขอค่าเปิดเครื่องซ่อม 700 บาท จึงยอมให้ไป แต่เมื่อกลับมาถึงที่พัก เปิดโทรศัพท์ดูกลับพบมีแอพพลิชั่นชื่อ “อัลเฟรด” ติดตั้งมาในโทรศัพท์ ซึ่งเป็นแอฟฯ ที่สามารถควบคุมกล้องได้จากอีกเครื่องหนึ่ง ลงทะเบียนโดยใช้อีเมล์อื่นที่ทราบต่อมาว่า เป็นของเจ้าของร้านรับซ่อมโทรศัพท์ จากนั้นไม่นาน มีผู้ชายติดต่อผ่านแอพพลิเคชั่นไลน์ส่วนตัว พร้อมกับถามว่ารับงานไหม ต่อมามีผู้ชายติดต่อมาอีก 4 คน ถามมาในทำนองเดียวกัน ตนจึงถามไปได้รับคำตอบว่า ไลน์นี้อยู่ในกลุ่มปิด “รับงานขอนแก่น” ซึ่งเป็นกลุ่มขายบริการ

นส.ธนัชพรฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า หลังจากที่แจ้งความตำรวจได้เรียกชายเจ้าของร้านซ่อมโทรศัพท์มือถือมาสอบสวน แต่ชายคนดังกล่าวปฏิเสธ อ้างว่าน่าจะเกิดจากไวรัสทำให้แอพพลิเคชั่นปรากฏหน้าจอ จึงถามว่า ทำไมมีอีเมล์ของชายเจ้าของร้านมาอยู่ในมือถือเครื่องนี้และยังเป็นอีเมล์หลักในการควบคุมการใช้งานทั้งหมด ก็ได้คำตอบว่าอาจจะมีลูกค้านำไปกดเล่น ซึ่งคำตอบทั้งหมดไม่สมเหตุสมผล ขณะที่ตำรวจก็ได้ปล่อยตัวไป จึงต้องการเอาเรื่องเพราะข้อมูลของตนทั้งหมดไปอยู่กับคนอื่น อีกทั้งที่โพสต์ต้องการเตือนสติผู้ใช้โทรศัพท์มือถือเวลานำไปซ่อมต้องระวังเพราะอาจถูกขโมยข้อมูลนำไปทำการที่เสื่อมเสียได้