ส่องนโยบาย ‘พรรคภูมิใจไทย’ ที่มีดีมากกว่า กัญชาเสรี

ข้อมูลเพิ่มเติม ‘พรรคภูมิใจไทย’

พรรคภูมิใจไทย ก่อตั้งเมื่อ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551 มี นายพิพัฒน์ พรมวราภรณ์ เป็นหัวหน้าพรรคคนแรก นายมงคล ศรีอ่อน เป็นเลขาธิการพรรคคนแรก และนางวันเพ็ญ ขวัญวงศ์ เป็นโฆษกพรรคคนแรก ปัจจุบันมีนาย อนุทิน ชาญวีรกูล เป็นหัวหน้าพรรคนาย ศักดิ์สยาม ชิดชอบ เป็นเลขาธิการพรรค และ พันเอก เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ เป็นโฆษกพรรค ที่ทำการพรรค อยู่อาคารเลขที่ 2159/11 ถนนพหลโยธิน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร

นโยบายพรรค

กัญชาเสรี: แก้พรบ.ยาเสพติด พืชเศรษฐกิจตัวใหม่ สร้างความร่ำรวยให้คนไทย

กัญชาเป็นพืชสมนไพร เป็นการแพทย์ทางเลือก โดยพรรคภูมิใจไทย นำเสนอรูปแบบการปลูกกัญชา ในรัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยให้ผู้ที่จะปลูกกัญชา ต้องมีการลงทะเบียน และอนุญาตให้ปลูกได้ โดยต้องมีการจ่ายค่าธรรมเนียมต่อต้น เชื่อว่ากัญชา จะสามารถสร้างรายได้เสริมให้กับเกษตรกร เนื่องจากในต่างประเทศมีการซื้อขายกันสูงถึงกิโลกรัมละ 70,000 โดยที่มีการคาดการณ์ มูลค่าการตลาดของพืชกัญชา ในอนาคต สูงถึง 4.6 ล้านล้านบาท

บุรีรัมย์โมเดล

นำความคิดสร้างสรรค์ หาจุดเด่นในการพัฒนาเมือง อย่างเช่น จังหวัดบุรีรัมย์ เพื่อทำให้เป็นเมืองกีฬาและการท่องเที่ยวที่โด่งดัง เป็นการสร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ ให้กับประชาชน และเป็นการแก้ไขปัญหาปากท้องพี่น้องประชาชน ซึ่งพรรคมีบุคลากร ที่เคยทำงานจนทุกคนเห็นแล้วว่าเกิดความประสบความสำเร็จมาแล้ว และจะนำแนวคิดการพัฒนาเมืองแบบนี้ไปเผยแพร่ในจังหวัด อื่นๆ ทั่วประเทศ

ทวงคืนกำไรให้ชาวนา

เสนอกฎหมายตั้งกองทุนข้าว ระบบกำไรแบ่งปัน เพิ่มรายได้ให้ชาวนา ยุติความไม่เป็นธรรม ให้แก่เกษตรกรผู้ปลูกข้าว โดยนำตัวอย่างจาก อุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาล มาเป็นต้นแบบ ตั้ง “กองทุนข้าว”ขึ้นมา ทำหน้าที่บริหาร กำหนดโควตาการส่งออก จัดทำประกันภัยความเสี่ยง และบริหารแบ่งปันกำไร โดยกรรมการ 3 ฝ่าย คือ ชาวนา โรงสี พ่อค้า และฝ่ายราชการ ตกลงราคารับซื้อเบื้องต้น ก่อนฤดูกาลเพาะปลูก จากนั้นจะมีการคำนวณต้นทุน และ กำไร ของการผลิตทั้งระบบ แล้วนำผลกำไรมาแบ่งปันอย่างเป็นธรรมซึ่งการผลิตข้าวในระบบมี ชาวนา โรงสี ผู้ค้าข้าว ทั้งในและต่างประเทศ

ดังนั้นชาวนาจะได้รายได้เพิ่มขึ้นจากระบบ “กำไรแบ่งปัน”เพิ่มขึ้นมา ทวงคืนกำไรให้ชาวนา หมดยุค “ชาวนาจน พ่อค้าข้าวรวย” ด้วยกำไรแบ่งปัน โดยที่พรรคภูมิใจไทย จะนำระบบนี้ไปใช้กับพืชชนิดอื่นๆ ด้วย ยาง มันสำปะหลัง อ้อย และปาล์มทะลาย

ทวงคืนกำไรให้ชาวสวนปาล์ม

เปลี่ยนสวนปาล์มเป็นบ่อน้ำมัน สร้างโรงไฟฟ้าน้ำมันปาล์ม ปาล์มทะลาย ก.ก.ละ 5 บาท โดยการส่งเสริมสนับสนุนให้มีการนำพืชที่สามารถผลิตเป็นพลังงานน้ำมันนำมาใช้ในประเทศ เพื่อเพิ่มตลาดและเพิ่มมูลค่าให้กับพืชเศรษฐกิจเหล่านั้น ลดปัญหาการเงินตราไหลออกไปยังต่างประเทศ ลดปัญหามลภาวะ อาทิ ปาล์มน้ำมัน สามารถนำไปผลิตกระแสไฟฟ้า ส่งผลให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น ลดปัญหาการเงินตราไหลออกไปยังต่างประเทศ ลดปัญหามลภาวะ สร้างงาน สร้างอาชีพ ส่งผลให้ชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

พัฒนาเขตเศรษฐกิจ จังหวัดชายแดนใต้

เปลี่ยนเสียงระเบิด เป็นเสียงเครื่องจักร เปลี่ยนงบลับ เป็นงบลงทุน สร้างงาน สร้างรายได้ โดยนำพรบ.เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ไปใช้ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ภายใต้หลักคิดว่า เมื่อแก้ไขปัญหาปากท้องประชาชนให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นแล้วจะช่วยบรรเทาปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ลงไป

ให้เงินเดือน อสม. 2,500 – 10,000 บาท

ยกระดับ อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) เป็นหมอประจำหมู่บ้านดูแลสุขภาพคนในชุมชนให้ไม่เจ็บป่วยจนต้องไปโรงพยาบาล มีเงินเดือนประจำเทียบเคียงผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน 2,500 – 10,000 บาท

ทำงานที่ออฟฟิศ สัปดาห์ละ 4 วัน

ส่งเสริมให้ภาครัฐและเอกชน จัดให้ข้าราชการหรือพนักงานบริษัทเอกชนในตำแหน่งที่เหมาะสม ทำงานที่บ้านสัปดาห์ละ 1 วัน โดยมีมาตรการจูงใจทางด้านภาษี สำหรับภาคเอกชน ในการลดปริมาณการจราจรบนท้องถนนของกทม.และปริมณฑล อย่างน้อย ๆ สัปดาห์ละ 1 วัน สลับสับเปลี่ยนหมุนเวียนกันไป

แก้หนี้ กยศ. ปลดภาระผู้ค้ำประกัน

แก้ปัญหาเงินกู้ยืม กยศ. ดอกเบี้ยแพง ค่าปรับแพง เวลาปลอดหนี้สั้น ด้วยการพักหนี้ 5 ปี เพื่อให้เวลาไปหางานทำ และให้เวลาคืนเงินต้น 10 ปี โดยไม่มีการคิดดอกเบี้ย และยกเลิกเบี้ยปรับ

Grab Bike ถูกกฎหมาย

ลดปริมาณรถยนต์ ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ด้วยการให้รถรับจ้างผ่านแอพพลิเคชั่นถูกกฎหมายทุกคัน มีการออกกฎหมายรับรองอย่างถูกต้อง

เปิดคลิป จนท.ขานคะแนนเสียงมั่ว กาแบบเดียวกันพรรคหนึ่งบัตรดี อีกพรรคบัตรเสีย

คลิปเจ้าหน้าที่ขานบัตรเลือกตั้งที่ถูกกากบาททับตัวเลขหน้าพรรคอนาคตใหม่ เป็นบัตรเสีย แต่กลับขานบัตรเลือกตั้งที่ถูกกากบาททับตัวเลขหน้าพรรคพลังประชารัฐ เป็นบัตรดี

แม้การเลือกตั้ง ส.ส.ของไทยจะผ่านพ้นไปแล้วเมื่อวันที่ 24 มี.ค. 2562 ที่ผ่านมา แต่เรื่องราวของการเลือกตั้งยังไม่มีทีท่าจะจบลง เพราะมีหลายอย่างที่เกิดปัญหาอยู่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการร้องเรียนการทำหน้าที่ของ กกต. ที่จัดการเลือกตั้งครั้งนนี้มีข้อผิดพลาดหลายจุด และการรวมตัวกันจัดตั้งรัฐบาลของพรรคการเมือง

แต่ที่เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในโลกออนไลน์ในขณะนี้คงเป็นเรื่องที่เจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้งแห่งหนึ่ง ไม่เป็นกลาง 2 มาตรฐาน เพราะการขานคะแนนเสียงระหว่างนับคะแนน มีบัตรเลือกตั้ง 2 ใบกาแบบเดียวกัน แต่คนละพรรค เจ้าหน้าที่กลับบอกว่าใบหนึ่งเป้นบัตรดี ส่วนอีกใบกลับเป็นบัตรเสีย

โดยเรื่องราวดังกล่าวถูกเผยแพร่ผ่านเพจ Feed ที่เผยให้เห็นภาพการขานคะแนนของเจ้าหน้าที่ ซึ่งจะเห็นว่าผู้ที่เลือกพรรคอนาคตใหม่ แต่กากบาททับตัวเลขหน้าชื่อพรรค ถูกเจ้าหน้าที่ขานว่า เป็นบัตรเสีย แต่บัตรเลือกตั้งอีกใบหนึ่งที่กากบาทแบบเดียวกัน คือ กาทับตัวเลขหน้าชื่อพรรคพลังประชารัฐ กลับถูกเจ้าหน้าที่คนเดียวกันนี้ขานว่า เป็นบัตรดี

ขณะที่ผู้โพสต์ได้มีข้อความระบุว่า เสียงดังฟังชัด มาทั้งภาพและเสียงเลยเจ้าค่ะ ชมภาพปัญหาการนับคะแนนบัตรเลือกหลังปิดหีบ ที่หีบบัตรเลือกตั้ง ส.ส. เขตเลือกตั้งที่ 5 หน่วยเลือกตั้งที่ 2 บริเวณเต็นท์โรงเรียนวัดอุทัยธาราม แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร

#FeedForFuture #เลือกตั้ง62 #ThailandElection62

ทั้งนี้เมื่อคลิปดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไป ทำให้มีคนส่งต่อและเข้าไปแสดงความเห็นจำนวนมาก พร้อมเรียกร้องให้ทาง กกต. ออกมาชี้แจงถึงเรื่องที่เกิดขึ้น สำหรับการเลือกตั้ง2562 ที่ผ่านมา ทาง กกต. เผยว่ามีผู้ใช้สิทธิ 65.96% จากจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 51,205,624 คน มีบัตรเสีย 5.6% และโหวตโน 1.5%

ภาระคนกรุง จ่อขึ้นค่าแท็กซี่รถติด 5% คาดทันภายในปี 62

กรมขนส่งทางบก (ขบ.) เปิดเผยความคืบหน้าการปรับอัตราขึ้นค่าโดยสารรถแท็กซี่ ว่าอยู่ระหว่างพิจารณาปรับอัตราค่าเสียเวลา กรณีที่รถจอดนิ่ง หรือรถติดไม่เกิน 6 กิโลเมตร ต่อชั่วโมง จะปรับขึ้นเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 5% ซึ่งเดิมพิจารณาให้ปรับอัตราเริ่มต้น กม.แรก จาก 35 บาท เป็น 40 บาท อย่างไรก็ตาม ขบ. เห็นว่าการใช้แนวทางดังกล่าวนั้นจะทำให้สามารถคงค่ากดมิเตอร์ไว้ที่ 35 บาทได้ ซึ่งหลังจากนี้คงต้องใช้เวลาหาข้อสรุปอีกสักระยะ ก่อนจะเสนอกระทรวงคมนาคมให้พิจารณาต่อไป คาดว่าจะทันภายในปี 62


ข้อควรรู้ 

ตาม พ.ร.บ. รถยนตร์ พ.ศ. 2522 ระบุว่า ผู้ขับรถแท็กซี่ ต้องเก็บค่าโดยสารตามที่แสดงในมิเตอร์ และหากมีผู้โดยสารบางคนในเส้นทางเดียวกันลงระหว่างทางจะกดสวัทซ์มิเตอร์ใหม่ไม่ได้ มีโทษ ปรับไม่เกิน 1,000 บาท